ในหลวง ร.9 พระราชดำริมุ่งเน้นพัฒนาการศึกษา ส่งเสริมเยาวชนของชาติ

“งานของครูเป็นงานพิเศษ ผิดแปลกกว่างานอื่นๆ กล่าวในแง่หนึ่งที่สำคัญ ก็คือว่าครูจะหวังผลตอบแทนแทนเป็นยศศักดิ์ ความร่ำรวย หรือประโยชน์ทางวัตถุเป็นที่ตั้งไม่ได้”

ในหลวง ร.9 พระราชดำริมุ่งเน้นพัฒนาการศึกษา ส่งเสริมเยาวชนของชาติ

เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เมื่อปี พ.ศ.2501 นายวิทย์ อนันตะ ครูโรงเรียนวัดหนองฝาด ได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระเครื่องและรับพระราชทานเหรียญที่ระลึก พระองค์ตรัสถามนายวิทย์ว่า “เป็นครูใช่ไหม” ครูวิทย์รีบกราบถวายบังคมทูลว่า “ใช่ครับ” พระองค์ตรัสว่า

“ขอฝากเด็กๆ ด้วยนะ ช่วยสอนให้เขาเป็นคนดี”

พร้อมมีพระราชดำรัสให้มุ่งเน้นพัฒนาการศึกษา ส่งเสริมเยาวชนของชาติ ซึ่งนับจากวันนั้นเป็นต้นมา ครูวิทย์ได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์มาปฏิบัติในชีวิตประจำวันจนถึงทุกวันนี้

ครูวิทย์ยังเล่าอีกว่า ครั้งนั้นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดสุโขทัย ณ เวลานั้น แสนจะทุรกันดาร ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ จนรถยนต์พระที่นั่งท่อไอเสียหลุด แต่พระองค์ก็มิได้ทรงย่อท้อ ด้วยพระเมตตา เดินทางมาเยี่ยมราษฎรตามที่ตั้งพระราชหฤทัย

ภาพจาก innnews.co.th

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราโชวาทชี้แนะถึงการเป็นครูที่ดีไว้ว่า

“งานของครูเป็นงานพิเศษ ผิดแปลกกว่างานอื่นๆ กล่าวในแง่หนึ่งที่สำคัญ ก็คือว่าครูจะหวังผลตอบแทนแทนเป็นยศศักดิ์ ความร่ำรวย หรือประโยชน์ทางวัตถุเป็นที่ตั้งไม่ได้ ผลได้ส่วนสำคัญ จะเป็นผลทางใจ ซึ่งผู้เป็นครูแท้ก็พึงใจและภูมิใจอยู่แล้ว ดูเหมือนจะภูมิใจยิ่งกว่าข้าวของเงินทองและยศศักดิ์เสียอีก เมื่อมองให้ลึกซึ้งแล้วก็ย่อมเห็นว่าเป็นความจริงอย่างน้อย เพราะความมั่นมีและความยิ่งใหญ่ ไม่อาจบันดาลหรือซื้อหาความผูกพันทางใจอันแท้จริงจากผู้ใดได้

ครูตามแบบฉบับมักจะมิได้เป็นผู้ที่บริบูรณ์ด้วยทรัพย์ ด้วยยศศักดิ์ อำนาจ และอิทธิพลนัก หากแต่บริบูรณ์ด้วยสมบัติทางคุณธรรม เช่น ความซื่อสัตย์สุจริต ความเมตตาปรานี ความเสียสละ ซึ่งเป็นเหตุทำให้สามารถผูกพัน จิตใจผู้เป็นศิษย์ให้รักใคร่ ไว้ใจ และความเคารพเชื่อฟังได้แน่นแฟ้น และสามารถที่จะสั่งสอนถ่ายทอด ทั้งวิชาความรู้ทั้งจิตใจ และมารยาทที่ดีให้แก่ศิษย์ได้พร้อมมูล”

และพระองค์ยังทรงทรงห่วงใยในสถานภาพของครู ดังพระบรมราโชวาทที่ว่า

ถ้าครูไม่ห่วงประโยชน์ที่ควรจะห่วง หันไปห่วงอำนาจ ห่วงตำแหน่ง ห่วงสิทธิ์ และห่วงรายได้กันมากเข้าๆ แล้ว จะเอาจิตเอาใจที่ไหน มาห่วงความรู้ ความดี ความเจริญของเด็ก ความห่วงในสิ่งเหล่านั้น ก็จะค่อยๆ บั่นทอนทำลายความเป็นครูไปจนหมดสิ้น จะไม่มีอะไรเหลือไว้ พอที่ตัวเองจะภาคภูมิใจ หรือผูกใจใครไว้ได้ ความเป็นครูก็จะไม่มีค่าเหลืออยู่ให้เป็นที่เคารพบูชาอีกต่อไป

จากพระบรมราโชวาท สะท้อนได้ว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นห่วงและเห็นความสำคัญในระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะ “ครู” ที่เป็นปัจจัยสำคัญในการให้การศึกษาเรียนรู้ ทั้งในด้านวิชาการและประสบการณ์ ตลอดจนเป็นผู้มีความเสียสละดูแลเอาใจใส่ อบรมสั่งสอนให้เด็กได้มีความรู้ มีปัญญาเฉียบแหลม อันจะเป็นหนทางในการประกอบอาชีพ รวมทั้งนำพาประเทศชาติให้ก้าวไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต

เรียบเรียงจาก : หนังสือตามรอยพ่อ ก-ฮ

แสดงความคิดเห็น