“อั่วย่าเพ็ญ” ไส้อั่วออนไลน์ แตกต่าง!! เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค

ไส้อั่วสมุนไพรย่างด้วยเปลือกมะพร้าว มันน้อย เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพ พัฒนาสินค้าจากสิ่งที่มีดั้งเดิม สร้างความแตกต่าง เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค ศึกษารอบด้านก่อนทำธุรกิจ เจาะลึกในผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน

“อั่วย่าเพ็ญ” ไส้อั่วออนไลน์

พัฒนาสินค้าจากสิ่งที่มีดั้งเดิม

“อั่วย่าเพ็ญ” คือไส้อั่วสูตรดั้งเดิมจากจังหวัดแพร่ คุณวันเพ็ญ อินทรฤทธิ์ เจ้าของสินค้า ได้อธิบายว่า สืบทอดวิธีการทำจากแม่สามี ในฐานะที่เป็นลูกสะใภ้ สูตรไส้อั่วสมุนไพรย่างด้วยเปลือกมะพร้าว ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำขายเมื่อหลายสิบปีก่อนแต่เลิกราไป ซึ่งมองเห็นว่าเป็นสูตรอาหารที่มีคุณค่าไม่อยากให้ถูกลืมไป ประกอบกับคิดว่าด้วยความพิเศษและน่าสนใจของสูตรจะสามารถพัฒนาเป็นธุรกิจได้

จุดเด่นและความน่าสนใจของ “อั่วย่าเพ็ญ” หรือไส้อั่วสูตรดั้งเดิมจากจังหวัดแพร่คือย่างด้วยเปลือกมะพร้าว แตกต่างจากไส้อั่วในปัจจุบันหลายเจ้าที่ย่างด้วยถ่านหรือใช้วิธีทอด ซึ่งมีความหอมที่ต่างกัน มีการปรับสูตรด้วยการย่างเปลี่ยนเป็นการอบ ให้กลิ่นหอมจากเปลือกมะพร้าว เนื้อหมูที่ใช้เป็นสันคอหมู ซึ่งมีความนุ่ม ใส่มันลงไปเป็นส่วนผสมนิดหน่อย เน้นเครื่องเทศที่เป็นสมุนไพรหอม เช่นใบมะกรูด ตะไคร้ กระเทียม โดยเน้นกระเทียมไทยกลีบเล็ก ไส้ที่ใช้กรอกเป็นไส้หมูแท้ รสชาติอร่อย ไม่เลี่ยน มีส่วนผสมของสมุนไพร คนรักสุขภาพสามารถรับประทานได้

“เป็นไส้อั่วสมุนไพร กินง่าย มี 2 สูตร คือรสเผ็ด และเผ็ดน้อย ก่อนกินเพียงอุ่นด้วยไมโครเวฟ หรืออุ่นในกระทะ ไม่ต้องใส่น้ำมัน และหากนำไปเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลก็ถูกใจผู้รับ” คุณวันเพ็ญกล่าว

สร้างความแตกต่าง เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค

สำหรับการสร้างแบรนด์ขึ้นมาโดยใช้ชื่อ “อั่วย่าเพ็ญ” คุณวันเพ็ญเผยว่าได้แรงบันดาลใจจากคุณย่าซึ่งเป็นเจ้าของสูตร จากนั้นจึงออกแบบโลโก้ ทำแพ็กเกจจิงที่ได้มาตรฐาน พัฒนาเป็นธุรกิจโดยเริ่มจากศึกษาจากผู้อื่นที่ประสบความสำเร็จ ด้านช่องทางตนตั้งใจขายออนไลน์โดยเฉพาะ จึงศึกษาขั้นตอนการทำงานแล้วปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับของตัวเองที่เป็นคนรักการทำอาหาร แล้วจึงเปิดแฟนเพจ Facebook เพื่อใช้นำเสนอสินค้า แสดงให้เห็นถึงจุดเด่น โดยทำอย่างต่อเนื่อง มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นำเสนอบริการที่ให้ความสะดวกแก่ลูกค้าด้วยบริการจัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งตรงจุดนี้ต้องทำการศึกษามากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นอาหารสด สินค้ามีอายุ การส่งถึงมือลูกค้าต้องตรงเวลา รวมถึงป้องกันการเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า

คุณวันเพ็ญกล่าวว่า ตั้งใจเปิดขายออนไลน์ตั้งแต่แรกที่คิดจะทำธุรกิจ เนื่องจากไม่มีความพร้อมสำหรับหน้าร้าน ซึ่งการขายออนไลน์จะเป็นการเปิดกว้างให้สินค้าเป็นที่รู้จัก มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อีกทั้งแทบไม่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนเนื่องจากมีอุปกรณ์อยู่แล้ว สามารถเปิดขายได้ทันที

อั่วย่าเพ็ญ ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้า เนื่องจากมีราคาไม่แพง ซึ่งโดยปกติราคาไส้อั่วจะที่กิโลกรัมละ 400 บาท อั่วย่าเพ็ญขายในราคา 360 สั่งเริ่มต้นครึ่งกิโลกรัมได้ในราคา 180 บาท โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ มียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก แนวโน้มออร์เดอร์ในแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก สร้างยอดขายในแต่ละเดือนมีกำไรเป็นที่น่าพอใจ พออยู่ได้

กลุ่มลูกค้าคือคนทั่วไป รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการกินอาหารพื้นเมืองแต่ไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่ง เช่นเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ  รวมถึงผู้ที่ต้องการซื้อไปเป็นของฝาก เพราะมีแพ็กเกจที่เหมาะสำหรับการเป็นของขวัญ นอกจากนี้ยังมีลูกค้ากลุ่มผู้ที่รักสุขภาพ ซึ่งสามารถรับประทานได้เนื่องเป็นสูตรที่มีมันน้อย ได้ประโยชน์จากส่วนผสมที่เป็นสมุนไพร เพิ่มช่องทางการขายอาหารออร์แกนิกให้ผู้บริโภค

“ลูกค้ามักจะถามว่าเหมือนกับที่เชียงใหม่หรือเปล่า เราก็บอกความแตกต่างของเราไป ที่เน้นมันน้อย มีสมุนไพร อบด้วยเปลือกมะพร้าว ไม่ทอด เมื่อลูกค้าสนใจทดลองชิมก็พบว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่แตกต่าง”

สร้างความแตกต่าง เพิ่มช่องทางให้ผู้บริโภค

สำหรับการสร้างแบรนด์ขึ้นมาโดยใช้ชื่อ “อั่วย่าเพ็ญ” คุณวันเพ็ญเผยว่าได้แรงบันดาลใจจากคุณย่าซึ่งเป็นเจ้าของสูตร จากนั้นจึงออกแบบโลโก้ ทำแพ็กเกจจิงที่ได้มาตรฐาน พัฒนาเป็นธุรกิจโดยเริ่มจากศึกษาจากผู้อื่นที่ประสบความสำเร็จ ด้านช่องทางตนตั้งใจขายออนไลน์โดยเฉพาะ จึงศึกษาขั้นตอนการทำงานแล้วปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับของตัวเองที่เป็นคนรักการทำอาหาร แล้วจึงเปิดแฟนเพจ Facebook เพื่อใช้นำเสนอสินค้า แสดงให้เห็นถึงจุดเด่น โดยทำอย่างต่อเนื่อง มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา นำเสนอบริการที่ให้ความสะดวกแก่ลูกค้าด้วยบริการจัดส่งทั่วประเทศ ซึ่งตรงจุดนี้ต้องทำการศึกษามากเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นอาหารสด สินค้ามีอายุ การส่งถึงมือลูกค้าต้องตรงเวลา รวมถึงป้องกันการเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสินค้า

คุณวันเพ็ญกล่าวว่า ตั้งใจเปิดขายออนไลน์ตั้งแต่แรกที่คิดจะทำธุรกิจ เนื่องจากไม่มีความพร้อมสำหรับหน้าร้าน ซึ่งการขายออนไลน์จะเป็นการเปิดกว้างให้สินค้าเป็นที่รู้จัก มีลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ อีกทั้งแทบไม่ต้องใช้งบประมาณในการลงทุนเนื่องจากมีอุปกรณ์อยู่แล้ว สามารถเปิดขายได้ทันที

อั่วย่าเพ็ญ ดำเนินธุรกิจมาประมาณ 1 ปี ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้า เนื่องจากมีราคาไม่แพง ซึ่งโดยปกติราคาไส้อั่วจะที่กิโลกรัมละ 400 บาท อั่วย่าเพ็ญขายในราคา 360 สั่งเริ่มต้นครึ่งกิโลกรัมได้ในราคา 180 บาท โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์ มียอดสั่งซื้อเข้ามาเป็นจำนวนมาก แนวโน้มออร์เดอร์ในแต่ละเดือนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากแบรนด์เริ่มเป็นที่รู้จัก สร้างยอดขายในแต่ละเดือนมีกำไรเป็นที่น่าพอใจ พออยู่ได้

กลุ่มลูกค้าคือคนทั่วไป รับประทานได้ทุกเพศทุกวัย ที่ต้องการกินอาหารพื้นเมืองแต่ไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่ง เช่นเชียงใหม่ หรือจังหวัดอื่นๆ ในภาคเหนือ  รวมถึงผู้ที่ต้องการซื้อไปเป็นของฝาก เพราะมีแพ็กเกจที่เหมาะสำหรับการเป็นของขวัญ นอกจากนี้ยังมีลูกค้ากลุ่มผู้ที่รักสุขภาพ ซึ่งสามารถรับประทานได้เนื่องเป็นสูตรที่มีมันน้อย ได้ประโยชน์จากส่วนผสมที่เป็นสมุนไพร เพิ่มช่องทางการขายอาหารออร์แกนิกให้ผู้บริโภค

“ลูกค้ามักจะถามว่าเหมือนกับที่เชียงใหม่หรือเปล่า เราก็บอกความแตกต่างของเราไป ที่เน้นมันน้อย มีสมุนไพร อบด้วยเปลือกมะพร้าว ไม่ทอด เมื่อลูกค้าสนใจทดลองชิมก็พบว่าเป็นอีกรสชาติหนึ่งที่แตกต่าง”

 

เจาะลึกในผลิตภัณฑ์แบบเดียวกัน

ล่าสุด “อั่วย่าเพ็ญ” ได้ทำการจดเครื่องหมายการค้ากับกระทรวงพาณิชย์เป็นที่เรียบร้อย โดยในอนาคตคาดว่าจะสร้าง   แบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขยายตลาดออกไปให้มากขึ้น รวมถึงเตรียมพร้อมเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ เนื่องจากได้รับคำแนะนำจากลูกค้าว่าเป็นสินค้าที่มีความน่าสนใจ และแตกต่างจากเจ้าอื่นในท้องตลาด

สำหรับเอสเอ็มอีหน้าใหม่ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ คุณวันเพ็ญแนะนำว่า ต้องรู้ตัวเองก่อนว่าสามารถทำอะไรได้ ตัวเราเหมาะกับสินค้าประเภทไหน ศึกษาจากผู้ที่เชี่ยวชาญหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากงานทุกอย่างที่จะทำล้วนต้องเผชิญกับปัญหา ซึ่งไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเอง สามารถเรียนรู้จากคนอื่นที่พบเจอมาก่อนแล้วนำมาเป็นแนวทางป้องกันได้

“เนื่องจากธุรกิจคือการแข่งขัน ต้องคิดว่าทำอย่างไรจึงจะอยู่รอดได้ เจาะในส่วนผลิตภัณฑ์ที่เหมือนกับเรา ว่าเขาทำแบบไหน และเราต้องทำให้ดีกว่าเขา อย่างเช่นไส้อั่วที่ต้นตำรับมาจากภาคเหนือ ก็ต้องทำการศึกษาอย่างรอบด้านว่ามีวิธีการหรือรายละเอียดต่างอย่างไรบ้าง แล้วนำประเมินว่าของเรามีความแตกต่างที่โดดเด่นกว่าตรงจุดไหน เพื่อที่จะนำมาสู้กับคู่แข่งรายอื่นๆ ได้ และในส่วนของลูกค้า ซึ่งต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก รับฟังการตอบรับจากลูกค้าทั้งด้านบวกและด้านลบ เพราะลูกค้าแต่ละคนมีความชอบแตกต่างกัน ต้องเปิดใจรับฟังแล้วนำข้อมูลมาพัฒนาสินค้าของเราให้ดียิ่งขึ้นไป ซึ่งจะทำให้ธุรกิจอยู่ได้อย่างยั่งยืน” คุณวันเพ็ญกล่าวทิ้งท้าย

สนใจสินค้า 09-2252-5326

FB : อั่วย่าเพ็ญ

แสดงความคิดเห็น