โดรนในกิจการขนส่ง

เทคโนโลยีการบินและโดรนกำลังจะเปลี่ยนวงการโลจิสติกส์โลกยกระดับไปสู่อีกโฉมหนึ่งในอนาคตอันใกล้

โดรนในกิจการขนส่ง

ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของโลกอย่าง Amazon มีแผนจะใช้เรือเหาะไฮบริดขนาดยักษ์ที่สุดในโลก ที่กองทัพสหรัฐพัฒนาขึ้นเพื่อการพาณิชย์ เรือเหาะดังกล่าวมีชื่อว่า Airlander 10 ใหญ่กว่าจัมโบ้เจ็ทใช้เป็นแวร์เฮ้าส์คลังสินค้าเคลื่อนที่ แล้วก็ใช้โดรนขนาดย่อมส่งสินค้าไปยังจุดหมาย เอาแค่การสามารถย้ายที่ตั้งโกดังคลังสินค้าเลื่อนไปมาบนอากาศได้ ถือเป็นการพลิกเปลี่ยนระบบบริหารจัดการโลจิสติกส์ครั้งสำคัญได้เลย

โครงการดังกล่าวชื่อ Airborne Fulfillment Center (AFC) หากใช้เรือเหาะยักษ์ Amazon Airlander  ได้สำเร็จ มันจะเป็นคลังสินค้าบินได้ขนาดใหญ่กว่าเครื่องบินจัมโบ้ เคลื่อนที่ไปมาย้ายจุดไปตามโลจิสติกส์บนระดับความสูง 45,000 ฟิต หรือราว 13 กิโลเมตรกว่าๆ จากพื้นดิน ซึ่งแน่นอนว่ามันคงได้เปรียบคู่แข่งที่มีแวร์เฮ้าส์บนพื้นดินไม่น้อย

เทคโนโลยีโดรนและการบินจะสามารถลดต้นทุนโลจิสติกส์ยุคหน้าได้มหาศาล ตัวอย่างจากยักษ์ใหญ่ Walmart สูญเสียค่าใช้จ่ายจากการคลาดเคลื่อนระหว่างสินค้าในโกดังไม่ตรงบัญชีฝ่ายผลิต หรือจากการสูญหาย/หาไม่พบในกระบวนการจัดเก็บ อย่าลืมนะครับว่าโกดังคลังสินค้าของบริษัทระดับนี้มีพื้นที่ใหญ่มาก อย่างคลังสินค้าของ Amazon ที่เมืองฟีนิกซ์ อริโซน่า มีพื้นที่ 1.2 ล้านตารางฟุต หรือเท่ากับสนามอเมริกันฟุตบอล 28 สนามรวมกัน

เทคโนโลยีหุ่นยนต์และโดรนจึงจำเป็นมากแล้วก็ต้องผสมกับระบบ AI ตรวจสอบ/จับคู่/ตามหาสินค้าที่ดีด้วย

สถาบัน MIT ได้พัฒนาระบบดังกล่าวโดยการใช้โดรนควบคู่กับคลื่นความถี่ RFID ชนิดที่สามารถตรวจจากระยะยาวกว่าปกติที่วงการใช้กัน เพราะการยิงคลื่นตรวจจับด้วยความถี่แบบเดิมต้องเข้าใกล้มากพอซึ่งวิธีการดังกล่าวทำให้ระบบอาจจะตรวจจับสินค้าบางรายการไม่พบ เป็นเหตุให้ยอดสินค้าในคลังกับการผลิต/ส่งมอบไม่ตรงกัน แล้วก็เป็นการสูญเสียทางบัญชี

ผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซ และขนส่งยักษ์ใหญ่ของโลกไม่ว่าค่ายอเมริกาค่ายจีนกำลังเร่งพัฒนาโดรนเพื่อการจัดส่งสินค้า มีคลิปวิดีโอและข่าวมากมายให้เราดู

แน่นอนที่สุด พัฒนาการของรายใหญ่มีผลต่อผู้ประกอบการขนาดกลางขนาดย่อมด้วย อนาคตของ “คนกลาง” แทบจะไม่เหลืออีกแล้วในหลายๆ อุตสาหกรรมและการค้า แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังพอมีที่สำหรับ “ผู้ขนส่ง” ที่จะเชื่อมหรืออุดช่องโหว่ให้ระหว่าง ธุรกิจกับธุรกิจ B2B / ธุรกิจกับลูกค้าผู้บริโภค B2C / และระหว่างผู้บริโภครายย่อยด้วยกันเอง C2C

นับตั้งแต่แฟรนไชส์พิซซ่า Domino สาขา Whangaparaoa, north of Auckland ประเทศนิวซีแลนด์ ได้เริ่มส่งพิซซ่าด้วยโดรนเป็นครั้งแรกของโลกเมื่อพฤศจิกายน 2559 ถึงบัดนี้ได้มีผู้ประกอบการพิซซ่าอีกหลายรายที่ขยับจะมีบริการดังกล่าวนั้น

ไม่ใช่แค่รายใหญ่หรือกิจการขนส่งของยักษ์ใหญ่เท่านั้น เพราะร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อิเลฟเว่น ในเมือง Reno รัฐเนวาดาซึ่งเป็นพื้นที่ทะเลทรายและชนบทได้ใช้โดรนในการส่งสินค้าให้กับลูกค้าของตน

วิธีคิดของร้านเซเว่นอิเลฟเว่นที่เนวาดาน่าสนใจที่เดียว เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตชนบท บ้านแต่ละหลังห่างไกลจึงได้ใช้โดรนมาบริการแทนการเดินทาง ขณะที่ผู้ประกอบรายอื่นมองว่าการใช้โดรนขนส่งน่าจะเหมาะกับสภาพเมืองที่หนาแน่นและเดินทางลำบาก

ลองหลับตานึกภาพดู หากว่าร้านก๋วยเตี๋ยวหรืออาหารเจ้าอร่อยประจำท้องถิ่น สงขลา เชียงใหม่ ขอนแก่น ซึ่งมีปัญหาการคมนาคมหนาแน่นมีโดรนส่งอาหารอร่อยของตนไปให้ลูกค้ามันจะเกิดผลเช่นไร ด้วยเพราะพื้นที่ของหัวเมืองนั้นไม่ได้กว้างใหญ่เท่ากับกรุงเทพฯ อยู่ในระยะขนส่งของโดรนได้ แล้วไม่ใช่แค่สินค้าอาหารที่ต้องการความสด/ร้อนๆ เท่านั้น สินค้าของฝากพื้นถิ่น ไส้อั่วแหนมของเชียงใหม่เจ้าดัง อาจจะมีบริการส่งโดรนไปถึงลานจอดรถของโรงแรมลูกค้าได้ นี่จะเป็นอะไรที่วิเศษมาก

                ซึ่งนี่ต้องดูกันยาวๆ ต่อไป เพราะการใช้โดรนขนส่งเพิ่งจะก้าวเริ่มต้นเท่านั้น หนทางที่จะพัฒนาเทคนิค แนวคิดและเทคโนโลยียังมีอีกยาวไกล

 

คลิกอ่าน

 

18496 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น