3 เทคโนโลยีแห่งอนาคต “โลจิสติกส์” ศึกษาไว้ ได้ใช้ประโยชน์แน่นอน

สิ่งเหล่านั้นมันอาจจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต หรืออาจจะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยก็ได้ เรายังไม่รู้ แต่สิ่งที่รู้แน่นอนแล้วก็คือ 3 เทคโนโลยีต่อไปนี้ จะกลายมาเป็นช่องทางหลักในการขนส่ง

Highlight

  • รถยนต์เป็นพาหนะที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ 130 ปีก่อนแล้ว
  • 3 เทคโนโลยีต่อไปนี้ จะกลายมาเป็นช่องทางหลักในการขนส่ง ทั้งบุคคล และ สิ่งของ ให้ไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย เป็นสุดยอดนวัตกรรมเปลี่ยนโลก
  • Hyperloop เป็นพาหนะที่จะนำพาผู้โดยสารและสินค้าทุกชิ้นไปส่งยังจุดหมายปลายทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยความเร็วของเจ้าระบบนี้นั้นต้องเรียกได้ว่าไวสุดๆ เพราะมันวิ่งด้วยความเร็ว 750 ไมล์ต่อชั่วโมง
  • Smart Transport ไม่ได้เน้นในเรื่องของการพัฒนาในส่วนของยานพาหนะสักเท่าไหร่ แต่จะเน้นในเรื่องของภาพรวมของระบบการขนส่ง
  • Automated Guideway Transit AGT เป็นระบบการขนส่งรูปแบบใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ขนส่งผู้โดยสารกว่า 4 แสนคนต่อวัน เนื่องจากไม่ต้องใช้คนขับ ทำให้ประหยัดต้นทุนต่างๆ ไปได้เยอะ

 

พาหนะหลักของมนุษย์เราทุกคนบนโลก ณ ขณะนี้ก็คงหนีไม่พ้น รถยนต์ นี่แหละครับ ซึ่งเราเองตั้งแต่จำความได้ก็คงเห็นว่าที่ประเทศไทยมีรถยนต์ให้ใช้งานกันแล้วใช่ไหมล่ะ เพราะรถยนต์นั้นเป็นพาหนะที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ 130 ปีก่อน  และทุกวันนี้ก็ยังมีการผลิตรถยนต์รุ่นใหม่ออกมาเรื่อยๆ ทำให้หลายๆ คนเริ่มเกิดความสงสัยว่า มนุษย์เราจะใช้รถยนต์ไปอีกนานแค่ไหน แล้วการคมนาคมในอนาคตจะมีอะไรแปลกใหม่ไปจากเดิมบ้าง จะมีเครื่องไอพ่นติดหลังให้ลอยบนฟ้าไหม มีสเก็ตบอร์ดลอยตัวให้ใช้งานรึเปล่า หรือว่าจะเป็นรถลอยฟ้ากันแน่

สิ่งเหล่านั้นมันอาจจะเกิดขึ้นจริงในอนาคต หรืออาจจะไม่มีวันเกิดขึ้นเลยก็ได้ เรายังไม่รู้ แต่สิ่งที่รู้แน่นอนแล้วก็คือ 3 เทคโนโลยีต่อไปนี้ จะกลายมาเป็นช่องทางหลักในการขนส่ง ทั้งบุคคล และ สิ่งของ ให้ไปถึงที่หมายได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย เป็นสุดยอดนวัตกรรมเปลี่ยนโลก ที่เหล่าโลจิสติกส์ทั้งหลายต้องให้ความสนใจให้ไวเลย

 

  1. Hyperloop

บางคนอาจจะคุ้นหูคุ้นตากันดีกับ Hyperloop ซึ่งเป็นพาหนะที่จะนำพาผู้โดยสารและสินค้าทุกชิ้นไปส่งยังจุดหมายปลายทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว เป็นระบบการขนส่งความเร็วสูงที่อาศัยพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้า โดยความเร็วของเจ้าระบบนี้ ต้องเรียกได้ว่าไวสุด ๆ เพราะมันวิ่งด้วยความเร็ว 750 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 1 พันกิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเปรียบเทียบแล้วเหมือนจากกรุงเทพไป 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไงยังงั้นเลย ถ้าพูดง่ายๆ ก็เหมือนกับเป็นการเดินทางผ่านระบบรางที่ทอดตรงยาวจากต้นสายไปยังปลายสาย แบบไม่มีหยุดพักที่ไหนเลยแม้แต่นิดเดียว ซึ่งระบบ Hyperloop นี้ก็คาดการณ์ไว้ว่าจะสามารถใช้งานได้จริงๆ ในช่วงปี 2021 หรืออีก 3 ปีข้างหน้านี้นี่แหละครับ ใครที่นึกภาพหน้าตาของเจ้านี่ไม่ออกก็ลองเข้าไปดูได้ตามคลิปด้านล่างเลย แล้วจะรู้ว่ามันเดินทางได้เร็วจริง ๆ

ฝังเว็บ <iframe width=”560″ height=”315″ src=”https://www.youtube.com/embed/O_FyOBCVGWE” frameborder=”0″ allowfullscreen></iframe> ขอบคุณคลิปวิดีโอจาก Youtube

 

  1. Smart Transport

Smart Transport ไม่ได้เน้นในเรื่องของการพัฒนาในส่วนของยานพาหนะสักเท่าไหร่ แต่จะเน้นในเรื่องของภาพรวมของระบบการขนส่ง เช่น สัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ ที่ถ้าเกิดรถติดตรงไหนมากๆ ก็จะคำนวณและเปิดไฟเขียวเพื่อระบายช่องทางการเดินรถให้มีความคล่องตัวในทุกสภาพ ตามช่วงเวลา ด้วยตัวของมันเอง หรือการพัฒนาระบบรถขนส่งอัตโนมัติที่จะขับวนรับส่งผู้โดยสารด้วยตัวเอง ซึ่งแน่นอนครับว่าตรงนี้จะมีการเสียค่าใช้จ่ายผ่านทางสมาร์ทโฟน เพราะเข้าสู่สังคม Cashless Society อย่างเต็มตัว หรือแม้แต่ไฟถนนที่จะเปิดและปิดเองอัตโนมัติเมื่อมีคนเดินผ่าน เพื่อเป็นการประหยัดไฟนั่นเองครับ เรียกได้ว่าในอนาคตนี่ถึงแม้ทรัพยากรมากมายจะถูกผลิตขึ้นมาเพื่อทดแทน แต่มนุษย์เราก็ยังคงรู้คุณค่าของพลังงานเหล่านั้น ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ เลยล่ะครับ

 

  1. Automated Guideway Transit (AGT)

AGT ตัวนี้เป็นระบบการขนส่งรูปแบบใหม่ของประเทศญี่ปุ่นเค้านั่นเอง แต่ถึงแม้จะเป็นการพัฒนาใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เคยใช้งานนะครับ เพราะจริงๆ แล้วเจ้าตัวระบบขนส่งแบบนี้ที่ญี่ปุ่นเค้าเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 1981 แล้ว และใช้เจ้า AGT ขนส่งผู้โดยสารกว่า 4 แสนคนต่อวัน เนื่องจากไม่ต้องใช้คนขับ ทำให้ประหยัดต้นทุนต่างๆ ไปได้เยอะ และในปี 2019 นี้ประเทศญี่ปุ่นก็ได้พัฒนา AGT ให้มีความเร็วที่สูงขึ้น เหมาะกับการเดินทางในระยะไกลมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อไหร่ที่เจ้าตัว AGT นี้มาถึงเมืองไทย เมื่อนั้นระบบโลจิสติกส์ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปตลอดกาล

 

Infographic

3 เทคโนโลยี “โลจิสติกส์” แห่งอนาคต

  1. Hyperloop เป็นพาหนะที่จะนำพาผู้โดยสารและสินค้าทุกชิ้นไปส่งยังจุดหมายปลายทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยความเร็วของเจ้าระบบนี้นั้นต้องเรียกได้ว่าไวสุดๆ เพราะมันวิ่งด้วยความเร็ว 750 ไมล์ต่อชั่วโมง
  2. Smart Transport นี้ไม่ได้เน้นในเรื่องของการพัฒนาในส่วนของยานพาหนะสักเท่าไหร่ แต่จะเน้นในเรื่องของภาพรวมของระบบการขนส่ง
  3. Automated Guideway Transit AGT เป็นระบบการขนส่งรูปแบบใหม่ของประเทศญี่ปุ่น ขนส่งผู้โดยสารกว่า 4 แสนคนต่อวัน เนื่องจากไม่ต้องใช้คนขับ ทำให้ประหยัดต้นทุนต่าง ๆ ไปได้เยอะ
1590 Total Views 2 Views Today
แสดงความคิดเห็น