เพิ่มมูลค่า 300% ผลิตภัณฑ์มะกรูดแปรรูป “บ้านหอมต้นมะกรูด”

พัฒนาภูมิปัญญาดั้งเดิมมาเป็นสินค้า แปรรูปมะกรูดเป็นขนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ กล้าท้าทายพฤติกรรมและค่านิยมผู้บริโภค เพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรราคาถูกได้สูง 200-300%

 “บ้านหอมต้นมะกรูด”

แปรรูปเพิ่มมูลค่า

“บ้านหอมต้นมะกรูด” บริหารงานโดยคุณพงษ์พัฒน์ สุทธิประภา ได้อธิบายว่า สินค้าคือผลิตภัณฑ์จากมะกรูด โดยแรงบันดาลใจเกิดจากเห็นว่าเป็นพืชที่ปลูกกันทุกบ้าน มีผลผลิตเยอะ แต่ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด จึงต้องการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งแต่เดิมนั้นคนโบราณมีการแปรรูปมะกรูดด้วยการเชื่อม แต่มองว่าหวานเกินไปอาจไม่เป็นที่นิยม จึงเลือกที่จะนำมาแช่อิ่มซึ่งลดความหวานลงมา และการลอยแก้วที่เหมือนกับผลไม้ยอดนิยมอื่นเช่นกระท้อน

สำหรับข้อดีของมะกรูดคือมีความเป็นออร์แกนิกในตัวเอง เนื่องจากเป็นพืชทีมีความแข็งแรง เติบโตออกผลได้โดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง เป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณลดเบาหวาน ความดัน มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งการที่จะนำมะกรูดมารับประทานสดๆ นั้นเป็นเรื่องยากเนื่องจากมีความขม ฝาด เฝื่อน ดังนั้นการนำมาแช่อิ่มหรือลอยแก้วจะช่วยให้การรับประทานมะกรูดนั้นเป็นเรื่องง่ายสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ และเมื่อนำไปแปรรูปแล้วสามารถเพิ่มมูลค่าได้ 200-300%

“มะกรูด เป็นพืชปลอดสารพิษ มีสรรพคุณทางยา เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในพื้นที่และมีต้นทุนถูก โดยราคามะกรูด 1 ลูกรวมต้นทุนการแปรรูปจะประมาณ 3 บาท แต่เมื่อแปรรูปแล้วราคาเฉลี่ยที่ขายได้สูงถึงประมาณ 10 บาทต่อลูก” คุณพงษ์พัฒน์กล่าว

 

ขนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

คุณพงษ์พัฒน์ เล่าต่อว่า เริ่มจากทำกินในครอบครัวจากการเชื่อม กวน แต่คิดต่อว่าทำอย่างไรจึงจะขายได้ จึงคิดถึงลอยแก้ว ที่คนน่าจะนิยมกินมากกว่ามะกรูดเชื่อมหรือกวน สร้างเป็นโปรดักส์มะกรูดลอยแก้วขึ้นมา แล้วนำไปจดทะเบียนเป็นสินค้าโอท็อป นอกจากนี้ส่วนอื่นของมะกรูดที่เหลือยังสามารถนำมาแปรรูปให้เกิดประโยชน์เพิ่มอีกได้ เช่นเปลือกมะกรูดนำมาตากแล้วทำเป็นถุงหอมดับกลิ่นหรือไล่แมลง น้ำมะกรูดที่เหลือจากการลอยแก้วนำมาต้มกับตัวซังกลายเป็นน้ำยาล้างจาน

ในการแปรรูปมะกรูดเพื่อเพิ่มมูลค่านั้น คุณพงษ์พัฒน์กล่าวว่า ได้ความรู้จากภูมิปัญญาดั้งเดิมเป็นหลัก ดัดแปลงและค้นหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ปรึกษาผู้มีความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อาหารในขั้นตอนการผลิต ลองผิดลองจนได้สูตรที่ลงตัว

 

โดยคุณพงษ์พัฒน์ได้นำมะกรูดมาแปรรูปเป็นสินค้าหลายชนิด คือ มะกรูดลอยแก้ว มะกรูดแช่อิ่ม แยมมะกรูด น้ำมะกรูดพร้อมดื่ม นอกจากนี้ยังมีน้ำยาล้างจานรวมทั้งสบู่มะกรูดที่เป็นสินค้าสำหรับอุปโภคอีกด้วย

สินค้าเด่นคือมะกรูดลอยแก้ว ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตคร่าวๆ โดยเริ่มจากนำมะกรูดมาปอกเปลือกสีเขียวออกให้หมด ผ่าครึ่ง คว้านเนื้อที่เป็นซังข้างในออก เหลือแค่ในเปลือกสีขาวที่ห่อหุ้ม นำไปขยำในน้ำเกลือ 5-6 น้ำจนเมือกหมด จากนั้นแช่น้ำธรรมดาทิ้งไว้ 1 คืน แล้วล้างน้ำเกลืออีก 1-2 ครั้ง จากนั้นจึงเข้าสู่ขั้นตอนการลอยแก้ว คือต้มใส่น้ำตาล เบ็ดเสร็จขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลา  3 วัน นอกจากนี้ยังมีสินค้าเด่นอีกตัวที่น่าสนใจคือแยมมะกรูด ซึ่งนำวัตถุดิบเดียวกับลอยแก้วที่ไม่สวยงามนำมากวนเป็นแยม ซึ่งเป็นสินค้าเด่นรองลงมา

“จัดเป็นของกินประเภทขนม แต่เป็นขนมที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยสรรพคุณของมะกรูด อีกทั้งเป็นสูตรหวานน้อย เหมาะกับคนรักสุขภาพ”

เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค

ในการเปิดตัวสินค้าช่วงแรกมะกรูดลอยแก้วนั้น ลูกค้าไม่กล้ารับประทาน เนื่องจากคิดว่ามะกรูดต้องขม จึงทำเป็นถ้วยเล็กๆ เพื่อให้ทดลองชิม ซึ่งคนก็ยังไม่กล้าชิม ยอมรับว่าในการทำการตลาดช่วงแรกจะเป็นอะไรที่ยากเมื่อต้องการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและค่านิยมผู้บริโภค ต้องใช้ความพยายามให้ลูกค้าทดลองชิมซึ่งเมื่อได้ลองแล้วต่างถูกใจในรสชาติ ซื้อไปแล้วมีการบอกปากต่อปากจนเป็นที่รู้จัก มีลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคุณพงษ์พัฒน์กล่าวด้วยว่า

“คนยังกลัวมะกรูด ต้องทำถ้วยเล็กๆ ให้ชิม บางคนไม่กล้า เราก็เรียกมาให้ชิม ต้องค่อยๆ เปลี่ยนความรู้สึกว่าแปรรูปแล้วรสชาติอร่อย ไม่ขม ไม่เฝื่อน”

เตรียมนำนวัตกรรมเข้ามาต่อยอด

บ้านหอมต้นมะกรูด เริ่มธุรกิจมาได้ประมาณ 2 ปี โดยสินค้าวางขายอยู่ที่ตลาดต้นไม้สันติสุข อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีกลุ่มลูกค้าเป็นคนทั่วไปและคนที่ต้องการซื้อไปถวายพระ เนื่องจากมะกรูด พระสามารถฉันได้ตลอด 24 ชั่วโมงเนื่องจากอยู่ในประเภทน้ำปานะ นอกจากนี้ยังขายออกบูธต่างๆ ในงานโอท็อปและงานสินค้าเกษตร จับกลุ่มคนรักสุขภาพเนื่องจากเป็นสินค้าออร์แกนิก ซึ่งได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มผู้บริโภค มียอดขายหลายหมื่นบาทในแต่ละเดือน

สำหรับแนวทางในอนาคต คุณพงษ์พัฒน์วางแผนพัฒนาสินค้าให้ดียิ่งขึ้น เพราะมองว่าตนเองนั้นยังขาดความรู้เรื่องการถนอมอาหาร โดยกำลังศึกษานวัตกรรมต่างเพื่อมาช่วยยืดอายุสินค้าให้ยาวนานขึ้น บวกกับต้องการนำภูมิปัญญาโบราณมาผสานกับองค์ความรู้สมัยใหม่ รวมถึงพัฒนาแพ็กเกจให้ได้มาตรฐาน สวยงามและทันสมัย

ส่วนเอสเอ็มอีที่สนใจในการพัฒนาสินเกษตร เจ้าของไอเดียมะกรูดแปรรูปให้คำแนะนำว่า “แม้ปัจจุบันจะได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ แต่เบื้องต้นต้องยืนให้ได้ด้วยตัวเองก่อน เริ่มจากแนวคิดที่น่าสนใจจากสินค้าของตนเองหรือสินค้าที่ต้องการพัฒนา จากนั้นต้องศึกษาหาความรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงจะพัฒนาสินค้าให้ออกสู่ตลาดได้” คุณพงษ์พัฒน์กล่าวทิ้งท้าย

สนใจสินค้า 08-9892-5265

10994 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น