จากเด็กเกเร กลายเป็นเศรษฐีร้อยล้าน ด้วยธุรกิจ “OK 20”

ไม่มีใครจะประสบความสำเร็จได้ ถ้าไม่ลงมือทำ เหมือนดั่งนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอายุน้อย วัย 22 ปี เป็นเศรษฐีร้อยล้านด้วยการเริ่มจากการขายของในราคา 20 บาท ภายใต้แบรนด์ของตัวเอง “OK 20” กระทั่งจากร้านเล็กๆ ขยายสาขาอีก 4 ร้าน พร้อมเปิดแฟรนไชส์แล้วทั่วประเทศกว่า 300 สาขา ด้วยคำสอนจากพ่อ “ซื่้อสัตย์ ประหยัด อดทน”

กว่าจะประสบความสำเร็จได้ต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง และก็เป็นโอกาสดีที่คุณนพพล บุญโชคยิ่ง หรือ เบนซ์ หนุ่มน้อยร้อยล้านจะมาเล่าถึงหนทางแห่งความสำเร็จว่า “เมื่อก่อนเบนซ์ก็เหมือนคนอื่นๆ เป็นเด็กธรรมดา ไม่ได้ร่ำรวยมากนัก แถมยังเป็นลูกพ่อค้าแม่ค้าร้านขายเสื้อผ้าในตลาดโบ๊เบ๊ ซึ่ง บ้านเบนซ์อยู่ฝั่งธนฯต้องตื่นตี 3 ทุกวันเพื่อนั่งรถกระบะมาขายของที่ตลาดกับพ่อแม่ พอเช้าก็เอาขวดน้ำล้างหน้าล้างตาแปรงฟันไปโรงเรียน”
“จนอายุประมาณ 16-17 ปี เรียนจบมัธยมปลาย จึงไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย ซึ่งในช่วงนี้เองที่เริ่มมีเพื่อนใหม่ๆ และเริ่มเที่ยวมากขึ้น ถึงขั้นโกหกพ่อแม่เพื่อนำเงินไปเที่ยวเล่น ด้วยการอ้างว่าจะขอนำไปจ่ายค่าเทอม แต่จริงๆ แล้วไม่ได้เอาไปจ่ายกลับเอาไปเที่ยวหมด แถมยังไม่ยอมไปเรียน จนกระทั่งพ่อทราบเรื่องก็คอยว่ากล่าวตักเตือนให้ดูตัวอย่างลูกคนอื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ เรียนจบมีงานทำ มีรถใช้ แต่เนื่องจากที่เบนซ์เป็นลูกคนโต ธุรกิจที่พ่อแม่ทำถ้าไม่สานต่อแล้วใครจะทำ ก็เลยเริ่มคิดว่าถ้าไม่ทำแล้วเราจะรวยได้อย่างไร”
“พอเข้าอายุ 18 ปี ก็มาช่วยพ่อเฝ้าร้าน และเห็นรายได้ดีจึงขโมยเงินพ่อไปเที่ยวตามประสาเด็กๆ แล้วพ่อก็จับได้ไล่ผมออกจากบ้าน ทำให้ต้องมาเช่าคอนโดอยู่ ในเวลานั้นไม่มีเงินใช้เหมือนตอนอยู่กับพ่อ ด้วยความที่ต้องการเงินจึงหันไปเล่นการพนันได้เงินมาใช้บ้างแต่กลับไม่ยั่งยืน เพราะการพนันมีแต่เสียกับเสีย จนล่วงเลยมา 2 ปี พ่อหายโกรธได้ตามตัวกลับบ้าน และให้มานั่งเฝ้าหน้าร้านอีก แต่ผมก็รู้สึกนะว่าโตแล้วไม่จำเป็นต้องขโมยเงินอีก”
“ระหว่างนั่งเฝ้าร้านสังเกตเห็นลูกค้าขาประจำเข้ามาซื้อบ่อย ก็เลยถามลูกค้าไปว่า “ทำไมมาซื้อของที่ร้านบ่อยจัง เอาไปขายต่อดีเหรอ ?”ลูกค้าก็ตอบทันควันว่า “ถ้าขายไม่ดีจะมาซื้อเหรอ ” และประโยคคำถามนี่เองที่ทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะลุกขึ้นเดินก้าวไปข้างหน้า แทนที่จะมานั่งเฝ้าหน้าร้าน ฉะนั้นผมจึงมีความคิดว่า ในเมื่อสินค้าขายปลีกดี แล้วเรามีของอยู่ในมือ มีลูกน้องเต็มไปหมด ก็เลยปรึกษากับพ่อแม่และพากันไปดูทำเลที่มหาชัย จากนั้นมาก็เปิดร้านขายปลีกสาขาแรก โดยเริ่มจากตกแต่งร้าน เอาของมาลงหน้าร้าน ซึ่งขณะนั้นผมไม่กลัวที่จะเจ๊ง แต่ถ้าเจ๊งก็ขนของกลับร้านและไปนั่งขายที่เดิมก็ได้”
จากร้านขายเสื้อผ้าเปลี่ยนแนวมาขายของทุกอย่าง 20บาท ในชื่อแบรนด์ “OK 20” ทำให้ธุรกิจ OK สมใจชื่อ สร้างยอดขายวันแรก 100,000 บาท ขายดีจนที่เก็บเงินล้นต้องเอาตะกร้าไปใสเงินแทน และจากเงินลงทุนตกแต่งร้าน บวกค่าเช่าห้อง 2 แสนบาท และค่าเอาของมาขาย สามารถเรียกทุนคืนได้ไม่ถึงเดือน

ก้าวแรกประสบความสำเร็จไปด้วยดี พร้อมก้าวที่สองให้ประสบความสำเร็จยิ่งกว่า “หลังจากที่สาขาแรกขายดีจนเทน้ำเทท่า 4-5 เดือนต่อมาเริ่มขยายไปหาทำเลอื่นที่มีชุมชนเยอะๆ พร้อมทั้งขยายสาขาอีก 4 แห่ง ประกอบกับผมชอบอ่านหนังสือชี้ช่องรวย จึงสนใจทำธุรกิจแฟรนไชส์และจ้างทำโฆษณาลงหนังสือว่าใครต้องการเปิดร้านขายของทุกอย่าง 20 โทรมาได้ เลยทำให้ปัจจุบันมีแฟรนไชส์ 300 สาขาทั่วประเทศไทย”
สิ่งที่ทำให้ OK 20 บาทมายืนถึงจุดนี้ได้เพราะสินค้ามีคุณภาพ “เนื่องจากสินค้าทุกชิ้นถูกคัดจากร้าน 20 บาทของแท้ เพราะร้านขายของ 20 บาทจะมีแท้กับเทียม แต่เชื่อว่าทุกคนเคยเข้าไปซื้อสินค้าราคาเดียวกัน แต่พอจะซื้อจริงๆ กลับเจอราคา 25,29,49 ลูกค้าเลยเสียความรู้สึก พอเข้าร้านทุกอย่าง 20 บาท นั่นก็หมายความว่ามีราคาเดียวเลย แต่เมื่อเราส่งขายแฟรนไชส์ก็ให้ราคา 10-15 บาท ซึ่งทุก 100 บาทลูกค้าจะได้กำไร 20 เปอร์เซ็นต์ คิดง่ายๆ ถ้าขายได้ 10,000 บาท ลูกค้าจะได้กำไร 2,500 บาท”
“สินค้าภายในร้านมีทั้งหมด 500 รายการ แบ่งเป็นหมวดๆ ได้แก่ เครื่องเขียน เครื่องครัว เครื่องมือช่าง เครื่องแก้ว เครื่องใช้ในห้องน้ำ พลาสติก ของเล่น และสินค้าลิขสิทธิ์ถูกต้องตามกฎหมายที่เป็นไฮไลต์ของร้านเลย เนื่องจากเป็นเจ้าเดียวและเจ้าแรกของไทยที่ขายสินค้าถูกลิขสิทธิ์ในราคา 20 บาทไม่ว่าจะเป็น มิกี้เมาส์ เบ็นเท็น ชาริโอ้ ซึ่งลูกค้าที่ซื้อไปขายก็ไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับ เพราะเรามีใบรับประกัน”
จากเด็กเกเรที่ใช้เงินเก่ง เที่ยวเล่นกันเพื่อนๆ ไปวันๆ จนกระทั่งวันนี้กลายเป็นนักธุรกิจน้อยที่มีเงินไหลเข้ามาไม่หยุดหย่อน จนไม่มีที่เก็บ เลยนำเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ และรถยนต์ แต่ทุกวันนี้เลิกใช้เงินสิ้นเปลือง หันมาเป็นคนธรรมดาใช้จ่ายแบบพอเพียง
คู่แข่งที่ผุดออกมาเรื่อยๆ ไม่ได้กระทบจิตใจและร่างกายของคุณเบนซ์ไม่แต่น้อย แต่กลับเป็นแรงกระตุ้น ตัวเองตลอดเวลาว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้อยู่เหนือคู่แข่ง “ทุกก้าวมันคือความฝันที่ต้องเป็นจริง เช่นปีนี้ได้กำไร 100 ล้าน ปีหน้าต้องได้ 200 ล้าน และปีต่อไปต้องได้ 300 ล้าน ส่วนในอนาคตตั้งเป้าไว้จะขยายสาขาให้ได้ 1,000 สาขา ซึ่งในประเทศไทยมีตำบลทั้งหมด 8,000 กว่าตำบล ถ้าขยายได้ตำบลละ 1 สาขา ก็เท่ากับขยายได้ 8,000 สาขา แต่เป้าหมายที่แท้จริงวางไว้อำเภอละ 1 สาขา ก็จะได้ 800-900 สาขา ซึ่งเชื่อว่า คาถา 3 ข้อที่พ่อสอนไว้คือ ซื่อ สัตย์ ประหยัด อดทน จะนำพาไม่ให้เราจนแน่นอน”
ทั้งนี้ “ใครที่อายุเท่าเบนซ์แล้วยังเรียนหนังสืออยู่ และอยากประสบความสำเร็จให้กลับไปดูว่าที่บ้านทำธุรกิจอะไร และสามารถประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการณ์บ้านเมืองในอนาคตได้อย่างไร ส่วนคนที่ทำธุรกิจแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ อย่ามีคำว่าท้อและแพ้ เพราะทุกวันนี้เราไม่ได้เป็นธุรกิจเดียวที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จงก้าวเดินต่อไปอย่างใจเย็น และให้ดูโอกาสไขว่คว้าโอกาสนั้นมาครองให้ได้ รวมทั้ง คนที่บ่นว่าอยากรวย อย่ามัวแต่ฝันลมๆ แล้งๆ เพราะจะรวยได้ต้องลงมือทำ หากไม่สมหวังก็จงอย่าหยุด แล้วคุณก็จะประสบความสำเร็จเหมือนเบนซ์เอง”

25605 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น