ขั้นกว่าเป็นไหนๆ เจาะพฤติกรรมชาวเน็ต พร้อมบทวิเคราะห์

ชี้เป้า! ใช้ Social Media ตัวไหนปัง พร้อมแก้ไขปัญหาอย่างไรเมื่อชาวเน็ตไม่ไว้ใจร้านค้าออนไลน์

Highlight

  • โซเชียลมีเดียที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด YouTube/ Facebook/ Line
  • ผู้บริโภคตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์จากการรีวิวและคอมเมนต์ของผู้เคยใช้สินค้า
  • สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยปฏิเสธการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์กลัวโดนหลอก

ขั้นกว่าเป็นไหนๆ เจาะพฤติกรรมชาวเน็ต พร้อมบทวิเคราะห์

พ่อค้าแม่ขายยุคใหม่ที่กำลังเกาะกระแสการค้ายุค Cyber ต้องกุมขมับไม่น้อย เพราะอุปนิสัยตามกระแสของพวกเราชาวเน็ตยุคนี้แทบจะหายไปภายใน 1 วัน พอวันถัดมาก็หันไปสนใจเรื่องใหม่กันแล้ว แถมยังมีคู่แข่งมากมายกับฐานข้อมูล Big Data ทั้ง Google Analytics และ Facebook Audience Insights ก็ดูยังยากเกินไปสำหรับมือใหม่นักขาย

ซึ่งใครที่ไม่รู้จะไปหาคำตอบแบบนั้นที่ไหนก็ไม่ต้องท้อใจไป เพราะวันนี้เรารวบรวมเอาข้อมูลจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) (สพธอ.) หรือ ETDA (เอ็ตด้า) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาเปิดเผยกันแล้วที่นี่

 โซเชียลมีเดียที่คนไทยนิยมใช้มากที่สุด

YouTube (97.1%), Facebook (96.6%), Line (95.8%), Instagram (56%), Pantip (54.7%), Twitter (27.6%) และ WhatsApp (12.1%)

วิธีการ : เห็นแบบนี้แล้วก็อย่าลืมมาใช้ประโยชน์ เพราะสิ่งเหล่านี้บอกเราได้ว่าคนไทยนิยมสื่อออนไลน์รูปแบบใดบ้าง SME ทั้งหลายก็เลือกสร้างการรับรู้และการตลาดที่สื่อนั้นโดยเฉพาะที่ต้อง Recommend เป็นพิเศษคือ YouTube Facebook และ Line

พฤติกรรมการซื้อสินค้าและใช้บริการทางออนไลน์ของคนไทย

ผู้บริโภคตัดสินใจเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ขายของออนไลน์จากโฆษณาและสื่อออนไลน์ต่างๆ มากที่สุด คิดเป็น 55.9% โดยมีข้อมูลจากการรีวิวและคอมเมนต์ของผู้เคยใช้สินค้า, ส่วนลดและของแถม และอันดับของเว็บไซต์จากการค้นหาทาง Search Engine เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลรองลงมา คิดเป็น 54.9%, 47.5% และ 41.9%

วิธีการ : หลังจากเรารู้แล้วว่าชาวเน็ตนั้นนิยม YouTube, Facebook และ Line เราก็กลับมาดูกันว่าชาวเน็ตของเรายังชอบสื่อในรูปแบบมีข้อมูลจากการรีวิวและคอมเมนต์ของผู้เคยใช้สินค้า ซึ่ง SME อาจใช้รูปแบบของ Content แนวนี้แล้วสื่อสารผ่าน YouTube,  Facebook และ Line

สาเหตุหลักที่ทำให้คนไทยปฏิเสธการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์

กลัวโดนหลอก (51.1%), ไม่ได้สัมผัสหรือทดลองใช้สินค้าก่อน (39.9%), ไม่พบสินค้าที่ต้องการ (33.9%) และชอบเดินเลือกซื้อสินค้าด้วยตัวเอง (31.1%)

วิธีการ : ถือว่าค่อนข้างสูงมากสำหรับความน่าเชื่อถือต่อร้านค้าออนไลน์ ซึ่งวิธีแก้ไขนั้นไม่ได้ยากอะไรมากนักเพราะกรมการค้าต่างประเทศ เปิดให้จดทะเบียนการค้า อิเล็กทรอนิกส์ (DBD Registered) เพื่อการันตีเวลาที่เราเข้าไปช็อปปิ้งตามเว็บร้านออนไลน์ใหญ่ๆ เราคงเคยเห็นสัญลักษณ์สีม่วง DBD ปรากฏอยู่แทบในทุกเว็บร้านค้า เรียกว่า สัญลักษณ์ DBD Registered สร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าเป็นสิ่งที่ทำให้ร้านค้ามีตัวตน รู้ว่ามีเจ้าของที่ตามตัวได้ มีที่อยู่ที่ชัดเจน

ปัจจัยหลักที่มีอิทธิพลต่อการซื้อสินค้าและใช้บริการออนไลน์ของคนไทย

ขั้นตอนการซื้อที่ง่าย (85%) โดยมีปัจจัยรอง ได้แก่ การได้รับสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว (53.4%), โปรโมชั่นที่ถูกใจผู้ซื้อ (51.4%) และราคาที่ถูกกว่าการซื้อผ่านหน้าร้าน (49.7%)

วิธีการ : ยุค 4.0 แบบนี้อะไรรวดเร็วย่อมได้เปรียบได้ใจชาวเน็ตแน่นอน ซึ่งการที่ระบบบริหารจัดการทั้งตอนสั่งซื้อ ชำระเงิน และส่งสินค้าสามารถตรวจสอบได้ โอนง่าย และรวดเร็วย่อมได้ใจผู้บริโภคมากกว่า ร้านที่ต้องรอสินค้านาน โอนเงินไม่สะดวก และตรวจสอบสถานะสั่งซื้อไม่ได้

สินค้าและบริการที่คนไทยนิยมซื้อออนไลน์มากที่สุด

          สินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย (44%), สินค้าด้านสุภาพและความงาม (33.7%), อุปกรณ์ไอที (26.5%), เครื่องใช้ภายในบ้าน (19.5%), บริการสั่งอาหารออนไลน์ (18.7%), บริการเกี่ยวกับการเดินทางและท่องเที่ยว (17.9%)

วิธีการ : 6 หมวดสินค้าด้านบนยังครองใจชาวเน็ตอยู่เนื่องๆ เช่นกัน โดยเฉพาะสินค้าเกี่ยวกับแฟชั่นและความงาม ไอที ที่คาบเกี่ยวกับกระแสชาวเน็ตได้เกาะติดอินเทรนด์ไปด้วย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

757 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น