สอนวิธีเริ่มทำสตาร์ทอัพ กับการใช้แชทบอท ConvoLab

มนุษย์เราเรียนรู้การสื่อสารด้วยภาษามาตั้งแต่เกิด จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถใช้ภาษาในการสั่งการได้ แทนที่จะต้องเข้าแอปพลิเคชั่น

นาทีนี้ไม่ว่า iPhoneX จะเปิดตัว หรือเทคโนโลยีไหนจะมาแรง แต่ในประเทศไทยคงไม่มีใครแซงหน้าวงการ “แชทบอท” และ “AI” ไปได้แน่ๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าทั้ง 2 นวัตกรรมนี้จะเป็นผู้ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกของเราแน่นอนในอนาคตไม่ช้าก็เร็ว และวันนี้เราก็ได้มีโอกาสอยู่กับผู้ที่เป็นเจ้าของสตาร์ทอัพที่ผนวกเอาทั้ง 2 นวัตกรรมนี้เข้ามาไว้ด้วยกัน คุณทัชพล ไกรสิงขร สตาร์ทอัพอันดับหนึ่งในวงการแชทบอท Convolab นั่นเอง

ซึ่งวันนี้คุณอาร์ท จะมาบอกเล่าถึงความเป็นมาของสตาร์ทอัพตัวนี้ให้เราได้ฟังกัน พร้อมทั้งฝากเคล็ดลับไปถึงเหล่าคนที่ต้องการทำสตาร์ทอัพทั้งหลายด้วย บอกเลยว่างานนี้ได้ความรู้กลับไปเพียบ!

 

จุดเริ่มต้นของสตาร์ทอัพชื่อก้องวงการแชทบอท ConvoLab

ConvoLab เกิดขึ้นจากความคิดที่เราอยากจะทำให้ เทคโนโลยีปรับตัวเข้าหามนุษย์ ไม่ใช่มนุษย์ต้องปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี เพื่อให้คนทุกคนสามารถใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ก่อนจะมาเป็น ConvoLab ผมและคนอื่นที่ปัจจุบันเป็นทีม Founder ของ ConvoLab ได้ทดลองเทคโนโลยีมาหลาย ซึ่ง Artificial Intelligence (AI) ก็เป็นหนึ่งสิ่งที่เราสนใจมาตลอด  จนกระทั่งปี 2016 ที่เฟซบุ๊ก และ LINE เปิดแชทแพลตฟอร์มให้เชื่อมต่อแชทบอทได้ เราเลยคิดว่าถ้าเอาแชทบอท และ AI มาใช้งานร่วมกัน มันจะทำให้คนนับล้านๆคนใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น ผ่านการพูดคุยกับแชทบอท  เราจึงตั้ง ConvoLab ขึ้นมา ซึ่งผมทำหน้าที่เป็น CTO และ Co-Founder ดูแลด้านเทคโนโลยี

 

มองเห็นอะไรในตลาดแชทบอท

สิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจทุกอย่างคือการเข้าถึงลูกค้า โดยธุรกิจต้องปรับตัวตามพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ตัวอย่างเช่นหลายธุรกิจที่ผ่านช่วงปี 90’s จะต้องมีหน้าร้านเป็นช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้า  ในช่วงปี 2000’s ต้นๆ ช่องทางหลักเริ่มเปลี่ยนมาเป็นเว็บไซต์เนื่องจากการมาของอินเทอร์เน็ต  ในช่วงปี 2000’s ปลายๆ ช่องทางหลักเริ่มเปลี่ยนไปเป็นแอพพลิเคชั่นบนมือถือเนื่องจากการมาของสมาร์ทโฟน  คำถามคือแล้วช่องทางการเข้าถึงลูกค้าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คืออะไร?

ผมเชื่อว่าช่องทางหลักในการเข้าถึงลูกค้าในอนาคตนั้นจะผ่านการแชทเนื่องจากเหตุผล 2 ประการด้วยกัน

  1. มนุษย์เราเรียนรู้การสื่อสารด้วยภาษามาตั้งแต่เกิด จะดีกว่าไหมถ้าเราสามารถใช้ภาษาในการสั่งการได้ แทนที่จะต้องเข้าแอปพลิเคชั่น และหาเมนูเพื่อทำสิ่งที่ต้องการ ตัวอย่างเช่น เราสามารถแชทหา BBL ได้ว่าขอโอนเงิน 1,000 บาทให้เพื่อน แทนที่จะต้องเปิด Bualuang mBanking App เพื่อหาเมนูโอนเงิน แล้วค่อยกดโอนเงิน
  2. ตอนนี้สมาร์ทโฟนของเรามีแอปพลิเคชั่นมากเกินไป ซึ่งคนเรามักจะไม่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นใหม่มากนัก หรือถ้าดาวน์โหลด ก็มักจะทิ้งไว้ไม่ได้ใช้งาน ด้งนั้นจะดีกว่าไหมถ้าธุรกิจเปิดช่องทางใหม่ให้เราใช้แชทแอปพลิเคชั่น ที่มีอยู่แล้วเช่น Facebook Messenger หรือ LINE ในการเข้าถึงได้

ConvoLab ของเราเริ่มการเดินทาง เพราะเราอยากเห็นอนาคตที่คนเราจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นผ่านเทคโนโลยีที่ชื่อว่าแชทบอท กลายเป็นความจริง

 

Convolab จะเข้าไปช่วยให้ธุรกิจง่ายขึ้นยังไงบ้าง

เราเข้าไปช่วยด้านการเข้าถึงลูกค้าเป็นหลัก แต่การเข้าถึงลูกค้านั้นมีหลายส่วนไม่ว่าจะเป็นการตลาด, การ Onboarding, การดูแลหลักการขาย และอื่นๆ ดังนั้นมันจะกลับมาสู่กลยุทธ์ของธุรกิจมากกว่า ว่าต้องการให้แชทบอทเข้ามาช่วยส่วนไหน ความสามารถของแชทบอทที่ช่วยธุรกิจได้คือ

  1. การรับลูกค้าปริมาณมากๆ ได้พร้อมๆ กัน
  2. พร้อมรับลูกค้าตลอดเวลา 24 ชั่วโมง, 7 วัน
  3. มีมาตรฐานการรับลูกค้าที่สม่ำเสมอ ไม่มีเรื่องอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง และเก่งขึ้นเรื่อยๆ ตามการใช้งาน
  4. ไม่มีการลาออก

 

หลังจากเริ่มต้นมาได้ 1 ปี มีผลตอบรับเป็นยังไงบ้าง

ตอนนี้ ConvoLab เองก็เปิดให้บริการมาได้ 1 ปีแล้วนะครับ ซึ่งคุณอาร์ทเล่าว่า “การเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ นั้น ไม่ใช่ทุกคนจะเปิดรับพร้อมกัน มันจะเป็นไปตาม Innovation Diffusion Curve ตัวอย่างเช่น ไอโฟน ที่จะมีคนประมาณ 3% ที่ยอมต่อคิววันแรกเพื่อให้ได้ไอโฟนเครื่องแรกๆ มา กลุ่มนี้เรียกว่า Innovator และจะมีคนประมาณ 12% ที่จะรีบซื้อภายในสัปดาห์แรกๆ กลุ่มนี้เรียกว่า Early Adoptor  ซึ่งคนสองกลุ่มนี้คือกลุ่มที่กล้าลองนวัตกรรมใหม่ๆ ก่อน  กลุ่มที่เหลืออีก 85% นั้นจะเริ่มมาต่อเมื่อเริ่มได้ยินเสียงตอบรับที่ดีจากคนสองกลุ่มแรก

เรามองว่าตอนนี้เราประมาณ 20 โปรเจกต์กับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ซึ่งถือว่าเราประสบความสำเร็จมากกว่าที่คาดไว้มาก แต่นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น เรายังต้องเดินทางกันอีกไกลเพื่อจะไปให้ถึงอนาคตที่เราอยากเห็น อนาคตที่อนาคตที่คนเราจะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น”

 

ConvoLab มีมุมมองในการทำการตลาดยังไง เพื่อให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการ

“เราไม่มีการทำการตลาดเลยในตอนนี้ เราเชื่อว่า เราคิดว่าการสื่อสารทุกวันนี้มันง่ายขึ้น มีโซเชียลมีเดีย มีสิ่งต่าง ๆ ที่ช่วยให้เข้าถึงคนได้ แต่ก่อนอาจจะต้องให้ความสำคัญกับโปรดักต์ 30% และการตลาด 70% แต่ตอนนี้เรามองว่ามันกลับกัน ถ้าโปรดักต์ของเราดี เสียงตอบรับจากตลาดจะสะท้อนออกมาเอง  ดังนั้นเราจึงโฟกัสที่การพัฒนาโปรดักต์ให้ดีขึ้น ทั้งการทำ Research เอง และการฟังเสียงตอบรับจากลูกค้า

 

อยากทำสตาร์ทอัพ เริ่มต้นยังไงดี

กระแสสตาร์ทอัพทุกวันนี้ก็ยังคงเร่าร้อน และมีผู้เล่นหน้าใหม่ ๆ กระโดดเข้ามากันอย่างไม่ขาดสาย สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังจดๆ จ้องๆ และหาข้อมูลเกี่ยวกับการทำสตาร์ทอัพอยู่นั้น คุณอาร์ทแนะนำว่า

“ขั้นแรกถามตัวเองว่าจะทำสตาร์ทอัพเพื่ออะไร ถ้าเหตุผลเป็นเพื่อตัวเอง เช่นอยากรวย อยากมีชื่อเสียง อย่าทำ!  ในการทำสตาร์ทอัพเราจะต้องผ่านช่วงเวลาที่เราอยากยอมแพ้ จุดๆ หนึ่งที่เราเหนื่อย สุขภาพเริ่มแย่ และไม่มั่นใจว่าทำไปจะสำเร็จไหม ถ้าเราทำเพียงเพื่อตัวเอง เราจะยอมแพ้  สตาร์ทอัพที่สำเร็จได้ เกิดขึ้นจากแพชชั่นที่เราอยากจะทำอะไรเพื่อคนอื่น เพื่อคนรุ่นต่อไป เพื่อโลกที่ดีขึ้น ก่อนที่เราจะตายไป ซึ่งมันจะทำให้เราไม่ยอมแพ้ และจะไม่ยอมตายด้วย จนกว่าจะได้เห็นอนาคตที่เราสร้างขึ้น เงินหรือชื่อเสียงมันเป็นแค่ที่สังคมให้กลับมาเนื่องจากเราได้ทำให้ชีวิตพวกเขาดีขึ้น

 

แล้วคนที่เริ่มต้นทำสตาร์ทอัพทุกคนต้องลาออกจากงานไหม

สำหรับใครที่รู้ตัวแล้วว่าอยากทำอะไรสักอย่างให้โลกนี้จริงๆ และสงสัยว่าจะต้องออกจากงานมั้ย คำตอบคือ…

“ในช่วงเริ่มต้นที่ยังเป็นไอเดียอยู่ ยังไม่จำเป็น เหตุผลเพราะว่า เราทุกคนปกติไม่ได้ใช้เวลาทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่อยู่แล้ว จริงๆ เราแค่เอาเวลาที่เหลือหลังเลิกงานมาทำก็เพียงพอแล้ว  แต่ให้ใช้เวลาที่เหลือให้เต็มที่ ทุ่มเทกับมัน รวมทีมให้ได้ หา Co-Founder ที่แชร์แพชชั่นกับเราให้ได้ และทำมันออกมาเป็นตัวต้นแบบ เพื่อทดลองตลาด หลังจากทดลองตลาดแล้วว่ามีการตอบรับ แนะนำให้ออกจากงานและต้อง Commit เตรียมตัวทำงานแบบ 24/7” (24 ชั่วโมง, 7 วัน)

 

ในอนาคต Convolab จะพัฒนาอะไรเพิ่มเติมบ้าง

หลังจากที่ได้รับความรู้กันไปอย่างเต็มเปี่ยมแล้ว คำถามสุดท้ายที่เราไม่ลืมที่จะถามก็คือ ConvoLab จะพัฒนากันไปในทิศทางไหนบ้าง ซึ่งคุณอาร์ทก็ได้ตอบเป็นการส่งท้ายให้กับบทความนี้ว่า..

“ตอนนี้เรามีคุยกับบริษัทแชทบอทหลายราย เราคุยกันเหมือนเพื่อนร่วมวิสัยทัศน์ที่อยากจะเห็นแชทบอทมาช่วยให้คนทุกคนใช้เทคโนโลยีได้ง่ายขึ้น  นอกจากนั้นคือ เราไม่มีความจำเป็นต้องแข่งกัน ตลาดแชทบอทนั้นยังเพิ่งเริ่มต้น ยังเปิดแค่กลุ่ม Innovator และ Early Adoptor หรือ 15% แรก เราทุกคนต้องทำเคสที่ประสบความสำเร็จให้อีก 85% ที่เหลือเห็น แล้วเค้าจะตามมาเอง หลังจากนั้นค่อยมาแข่งกันก็ได้

อย่าง Convolab ของเราเองก็ใช้ 2 วิธีด้วยกัน

  1. เราสอนบริษัทใหญ่ๆ ด้วยว่า ทำยังไงให้ลูกค้าของเค้าใช้งานง่าย ไม่ได้ปล่อยให้เค้าไปทำเอง ใช้เอง ซึ่งเมื่อลูกค้าของบริษัทใหญ่ๆ พวกนี้ใช้งาน และรู้ว่ามันง่าย และดีจริง ลูกค้าก็จะติดใจ และเอาไปบอกต่อ
  2. เรามีบอทที่เราทำขึ้นมาเอง เป็นบอทที่คนทั่วไปสามารถพูดคุยได้สนุกๆ ใช้ได้เรื่อยๆ เหมือนโซเชียลมีเดีย”

“สตาร์ทอัพที่ดี เริ่มต้นจากแพชชั่นที่อยากจะทำให้โลกนี้ดีขึ้น สำหรับคนรอบข้าง และสำหรับคนรุ่นถัดไป”

ทัชพล ไกรสิงขร สตาร์ทอัพอันดับหนึ่งในวงการแชทบอท Convolab

716 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น