สุดยอดเคล็ดลับที่ทำให้ MUJI พ้นวิกฤติติดลบ 3,800 ล้าน!

วัฒนธรรมหนึ่งที่ควรปรับปรุง นั่นคือการใช้เวลาส่วนมากประมาณ 95% ไปกับการวางแผน และเหลือเวลาเล็กน้อยเพียง 5% เท่านั้นที่จะนำไปปฏิบัติ

สุดยอดเคล็ดลับที่ทำให้ MUJI พ้นวิกฤติติดลบ 3,800 ล้าน!

Highlight:

  • ในปี 2001 ทาง MUJI มีผลประกอบการติดลบ 3,800 ล้านเยน
  • ทาง MUJI ถือสโลแกนว่าปฏิบัติงานจริง 95% วางแผน 5% เพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ และแผนงานสอดคล้องใช้ได้จริงมากที่สุด
  • การกำหนดแผนงานที่ชัดเจนเป็นรูปเล่มนั้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ MUJI ผ่านพ้นวิกฤติมาได้ เนื่องจากทำให้สาขาต่างๆ มีมาตรฐานเดียวกัน
  • ทาดามิตสึ มัตสึอิ ใช้การฟื้นฟูบริษัทรูปตัว V มาช่วยให้ MUJI ผ่านพ้นวิกฤติ โดยมี 3 วิธี ได้แก่ กำหนดจุดที่เป็นปัญหา 2. สำรวจโครงสร้างของปัญหา 3. เปลี่ยนให้เป็นแผนงานอันใหม่

“พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด” ประโยคนี้เป็นคำพูดของ ลุดวิกมีส ฟานเดอร์โรห์ สถาปนิกชาวเยอรมัน ซึ่งพอใครได้ยินเข้าแล้วก็ล้วนตีความไปต่างๆ แต่สำหรับ ทาดามิตสึ มัตสึอิ ประธานฝ่ายบริหารบริษัท Ryohin Keikaku หรือที่รู้จักกันในชื่อ MUJI ได้ตีความประโยคนี้ไว้ว่า “การให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยเป็นสิ่งที่กำหนดเนื้อแท้ของผลงาน” และตัวที่จะมากำหนดนี้ก็คือ แผนงาน นั่นเอง ทาดามิตสึจึงได้จัดทำ MUJIGRAM แผนงานที่เอาไว้ใช้ในบริษัท ความหนากว่า 2,000 หน้า และแน่นอนว่าวันนี้เราจะพาไปดูวิธีการต่างๆ ที่อยู่ใน MUJIGRAM ซึ่งพา MUJI พ้นวิกฤติเงินติดลบ 3,800 ล้านเยน

ปฏิบัติงานจริง 95% วางแผน 5%

ทาดาทิตสึ มัตสึอิ ได้เล่าไว้ในหนังสือ “พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด” ไว้ว่าสมัยก่อนที่เขาจะย้ายมาประจำที่บริษัท Ryohin Keikaku นั้น เขารู้สึกแย่กับวัฒนธรรมองค์กรใหญ่มาก เนื่องจากคนระดับสูงที่วางแผนกับคนพนักงานระดับปฏิบัติการนั้นมีช่องว่างที่ห่างไกลกันมาก ส่งผลให้แผนที่วางไว้นำไปปฏิบัติได้ยาก และกลายเป็นองค์กรที่โตแต่หัว แขนขาลีบในที่สุด

นอกจากนี้ยังมีอีกวัฒนธรรมหนึ่งที่ควรปรับปรุง นั่นคือการใช้เวลาส่วนมากประมาณ 95% ไปกับการวางแผน และเหลือเวลาเล็กน้อยเพียง 5% เท่านั้นที่จะนำไปปฏิบัติ ซึ่งถ้าตอนปฏิบัตินั้นไม่ได้ผลตามที่คาดไว้ก็ต้องกลับมาใช้เวลาอีก 95% ในการวางแผนใหม่ ทำให้วิธีการนี้เสียเวลาโดยใช่เหตุ ผิดกับ MUJI ที่ถือสโลแกนว่า “ปฏิบัติจริง 95% วางแผน 5%” โดยวิธีนี้จะทำให้ทิศทางของแผนการตรงกับความสามารถในการปฏิบัติจริงมากกว่า

กำหนดแผนงาน

นี่คือวิธีหนึ่งที่ ทาดามิตสึ มัตสึอิ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ย้อนกลับไปตอนที่ MUJI ประสบปัญหาด้านการเงิน ทางบริษัทมีนโยบายให้พนักงานยื่นใบลาออกด้วยความสมัครใจ ซึ่งในกลุ่มที่ออกนั้นมีหัวหน้าร้าน MUJI อยู่จำนวนมาก และเมื่อหัวหน้าไม่อยู่ วิธีการต่าง ๆ ในการดูแลร้านรวมถึงการจัดการกับสิ่งต่าง ๆ ก็หายไปด้วย แต่ถ้ามีแผนงานที่ชัดเจนเป็นรูปเล่ม ปัญหาทีว่านี้ก็จะหมดไป

นอกจากนั้นถ้าไม่มีแผนงาน พนักงานทั้งหมดจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ของหัวหน้าเท่านั้น ทำให้แต่ละสาขาไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติมี 3 สาขา สาขา A ได้รับผลประเมิน 100 คะแนน สาขา B ได้ 55 คะแนน ส่วนสาขา C ได้ 60 คะแนน จะเห็นได้ว่าแต่ละสาขานั้นมีคะแนนที่ต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของหัวหน้า แต่ถ้ามีแผนงานเป็นรูปเล่ม ทั้ง 3 สาขาจะมีมาตรฐานเดียวและได้คะแนนเท่ากัน

การฟื้นฟูบริษัทรูปตัว V

รูปตัว V ในที่นี้คือลูกศรที่ชี้ลงข้างล่าง โดย ทาดามิตสึ มัตสึอิ ได้อธิบายเอาไว้ว่า การฟื้นฟูบริษัทรูปตัว V นั้นจะเริ่มจาก 1. กำหนดจุดที่เป็นปัญหา ซึ่งมาจากปัจจัยภายใน 2. สำรวจโครงสร้างของปัญหา ดูว่าอะไรที่เป็นต้นเหตุของปัญหานั้น 3. เปลี่ยนให้เป็นแผนงานอันใหม่ แก่นแท้ขององค์กรจะเปลี่ยนไปจากการแก้ปัญหาเชิงลึก

ทั้งนี้นอกจากเคล็ดลับที่ทางเรา Bangkok Bang SME นำเสนอไปข้างบนแล้ว ในหนังสือ พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด ยังมีเนื้อหาที่น่ารู้มากมาย เช่น สิ่งที่แบ่งองค์กรที่มีการสื่อสารที่ดีและไม่ดี การสร้างสินค้ายอดฮิตจากเสียงลูกค้า วิธีบริหารจัดการความเสี่ยง ฯลฯ ซึ่งหากใครสนใจก็สามารถหาซื้อ พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด ได้แล้ววันนี้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

แสดงความคิดเห็น