ไขรหัสปั้นศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ต่อยอด New S-Curve

ในส่วนของไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการบิน เพราะมีนักเดินทางมากกว่า 90 ล้านคนต่อปี อีกทั้งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการบิน โดยรัฐบาลต้องการให้ครองส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุดจากการขยายตัวของตลาดการบินเชิงพาณิชย์

ไขรหัสปั้นศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา ต่อยอด New S-Curve

ไฮไลท์ :

  • โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่ต่อยอดมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Seaboard รัฐบาลมีเป้าหมายจะยกระดับให้เป็น World Class Economic Zone โดยแผนการดำเนินการใน EEC ช่วง 5 ปีแรก ระหว่าง ปี 2017-2020 รัฐบาลจะมุ่งเน้นลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ในประเภท First S-Curve และ New  S – Curve บนพื้นที่ 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวปีละ 5%
  • อุตสาหกรรมด้านการบินและโลจิสติกส์ ถือเป็นอุตสาหกรรมหนึ่งในกลุ่ม New S-Curve ซึ่งขณะนี้มี ‘แอร์บัส อินดัสตรี้’ผู้ผลิตอากาศยานได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ( MOU) เพื่อจัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา (TG MRO Complex Development) กับบการบินไทย ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
  • TG MRO Complex Development มีมูลค่าลงทุนทั้งหมด 11,600 ล้านบาท ซึ่งทำให้เกิดการลงทุนด้านต่างๆ อาทิ อาคารโรงซ่อมบริภัณฑ์ โรงพ่นสี พื้นที่ซ่อมบำรุงระดับลานจอด เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมการบินในอนาคต ซึ่งแอร์บัสประเมินว่า เอเชียจะเป็นตลาดขนาดใหญ่ ที่มีความต้องการใช้เครื่องบินเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 6,000 ลำเป็น 12,000 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า

 

โครงการระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC  เป็นแผนยุทธศาสตร์สำคัญที่ต่อยอดมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรือ Eastern Seaboard ที่ไทยเคยประสบความสำเร็จมาเมื่อ 30 ปีก่อน ทำให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งความหวังว่า EEC จะเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยภายใต้นโยบายอุตสาหกรรม 4.0

 

ทั้งนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายจะยกระดับเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ให้เป็น World Class Economic Zone รองรับการลงทุนจากต่างประเทศ เชื่อมโยงกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community : AEC) ซึ่งได้มีการรวมกลุ่มเพื่อให้เกิดฐานผลิต การตลาดเดียวกัน มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน สินค้า และบริการอย่างเสรี โดยไทยมีจุดแข็งในด้านการเป็นศูนย์กลางการคมนาคม และโลจิสติกส์ในภูมิภา

 

@ แผน EEC 5 ปีแรก

 

‘คณิศ แสงสุพรรณ’ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (สกรศ.) ระบุถึงแผนการดำเนินการใน EEC ช่วง 5 ปีแรก ระหว่าง ปี 2017-2020 รัฐบาลจะมุ่งเน้นลงทุนใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ทั้งกลุ่มอุตสาหกรรมเดิม First S-Curve และ New – S Curve ใน 3 จังหวัดคือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวปีละ 5% ทำให้เกิดการจ้างงานในอุตสาหกรรมอีก 100,000 อัตราต่อปี สร้างฐานภาษีใหม่ ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่า 10 ล้านคนต่อปี และสร้างฐานรายได้เพิ่มไม่น้อยกว่า 4.5 แสนล้านบาทต่อปี

 

 

 

 

สำหรับอุตสาหกรรมด้านการบินและโลจิสติกส์ ถือเป็นหนึ่งในห้าอุตสาหกรรม New-S curve ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตอากาศยาน อย่าง ‘แอร์บัส อินดัสตรี้’ ที่ได้เข้ามาลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อจัดตั้งโครงการศูนย์พัฒนาซ่อมบำรุงอากาศยานที่สนามบินอู่ตะเภา (TG MRO Complex Development) กับบการบินไทย ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

 

@ ฉายภาพ TG MRO

หากเจาะลึกลงถึงโครงการ TG MRO  ( Maintenance Repair and Overhaul) ที่สนามบินอู่ตะเภา ถือว่าเป็นโครงการที่น่าสนใจมาก เพราะหากสำเร็จไทยจะกลายเป็นผู้นำการซ่อมบำรุงอากาศยานในอาเซียนและอาจจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกได้ในไม่ช้า แม้ว่าไทยจะเริ่มพัฒนาโครงการขึ้นหลังจากประเทศเพื่อนบ้านหลายๆ ประเทศ เช่น มาเลเซียหรือสิงคโปร์ แต่การจับมือกับแอร์บัส ผู้ผลิตเครื่องบินยักษ์ใหญ่ของโลกถือว่าเป็นก้าวยิ่งใหญ่ของไทย

 

‘ฟาบริซ เบรจเย่ร์’ ประธานบริหารแอร์บัส กล่าวตอนหนึ่งว่า เอเชียถือเป็นตลาดสำคัญที่สุดของแอร์บัส ความต้องการใช้เครื่องบินในเอเชียแปซิฟิกจะเพิ่มขึ้นเท่าตัวจาก 6,000 ลำเป็น 12,000 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า ปัจจุบันมีเครื่องบินแอร์บัสที่ให้บริการประจำสายการบินต่างๆ 3,000 ลำ และมียอดสั่งซื้ออีก 2,000 ลำเพื่อส่งมอบในอนาคต โดยถือเป็นอันดับ 1 ใน 3 นำทั้งสหรัฐฯ และยุโรป

 

ในส่วนของไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านการบิน เพราะมีนักเดินทางมากกว่า 90 ล้านคนต่อปี อีกทั้งรัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการบิน โดยรัฐบาลต้องการให้ครองส่วนแบ่งตลาดให้มากที่สุดจากการขยายตัวของตลาดการบินเชิงพาณิชย์ จึงได้กำหนดแผนพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ไว้ในนโยบายไทยแลนด์ 4.0

 

‘เรืออากาศโทดิเรก อินเอียม’ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดตั้งศูนย์ซ่อมบำรุงอัจฉริยะ บริษัท การบินไทย จำกัด  (มหาชน) กล่าวว่า โครงการศูนย์ซ่อมอากาศยานอู่ตะเภา  (TG MRO Campus)  มูลค่าลงทุนทั้งหมด 11,600 ล้านบาท โดยภาครัฐเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างอาคาร สิ่งปลูกสร้างระบบสาธารณูปโภค มูลค่า 7,600 ล้านบาท เอกชนลงทุนเครื่องมืออุปกรณ์ 4,000 ล้านบาท

 

ทั้งนี้  โครงการ TG MRO จะทำให้เกิดโครงการลงทุนอื่นๆ ตามมา เช่น อาคารโรงซ่อมบริภัณฑ์ (Back Shop) โรงพ่นสี (Painting Shop) พื้นที่ซ่อมบำรุงระดับลานจอด (Aircraft Parking Area และ Aircraft Swing Compass Area) ที่สามารถรองรับเครื่องบินรุ่นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอย่าง A380

 

 

@ ตั้งบริษัทร่วมทุนการบินไทย-แอร์บัส

 

ผ่านมา 8 เดือนหลังจาก MOU โครงการ TG MRO เริ่มขยับเดินหน้าไปได้แล้ว ‘โชคชัย ปัญญายงค์’ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านโครงสร้างพื้นฐานสำนักงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ระบุว่า ขณะนี้โครงการ TG MRO เริ่มเข้าสู่กระบวนการร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) ในขั้นตอนการเสนอคณะกรรมการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ก่อนดำเนินการจัดตั้งบริษัทร่วมลงทุน (Joint Venture) ระหว่างการบินไทยและแอร์บัส ช่วงปลายปี 2561 และคาดว่าจะสามารถประกาศเชิญชวนนักลงทุน และลงนามสัญญาเพื่อดำเนินการก่อสร้าง ในปี 2562 พร้อมเปิดใช้ปี 2564

 

สำหรับเงื่อนไขในการลงทุน PPP อาจเสนอให้มีการเปิดสัดส่วนการลงทุนให้แอร์บัสพิเศษภายใต้พ.ร.บ.เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC ) ซึ่งระบุว่าโครงการลงทุนประเภทใดที่เห็นว่าสร้างประโยชน์ให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือความร่วมมือที่ส่งผลให้เกิดประโยชน์ ในพื้นที่สามารถเสนอให้พิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจากเดิมกำหนดไม่เกิน 49% สำหรับนักลงทุนต่างชาติ และ 51% สำหรับนักลงทุนไทย

 

ขณะเดียวกันได้เร่งจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัยและเทคโนโลยี เพื่อป้อนแรงงานสำหรับพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศในพื้นที่ EEC ที่ต้องสร้างขึ้นมาอีก 63,567 คนภายใน 5 ปี (ปี2560-2564) มารองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New S-Curve) ต่อไป

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ ผผผผผ หรือสายด่วน 1333

 

 

 

 

แสดงความคิดเห็น