คลอดแล้ว “พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า” ฉบับใหม่

การสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า  (Fair Trade) ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของประเทศที่เปิดการค้าและการลงทุนเสรีทั่วโลก

ไฮไลท์ :

  • พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.​2560 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560 แทนพ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ที่ใช้มาเป็นเวลานานถึง 18 ปี แต่ไทยก็ยังไม่สามารถเอาผิดผู้ประกอบการรายที่มีพฤติกรรมแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมรายใดได้เลย
  • สาระสำคัญของการแก้ไข พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.​2560 ได้มุ่งเน้นให้ความเป็นอิสระในการทำงานของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และขยายการดูแลออกไปครอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจด้วย ปรับบทลงโทษให้มีทั้งโทษปกครอง และโทษอาญา โดยคงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ประกอบการที่ใช้อำนาจเหนือตลาดกระทำพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม หรือฮั๊วรุนแรง (Cartel Hardcore) 4 วิธี
  • ประโยชน์ของการแก้ไขกฎหมายฉบับใหม่จะช่วยสร้างสนามการแข่งขันทางการค้าของไทยให้เป็นธรรม สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไขจุดอ่อนของกฎหมายเดิม

 

การสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้า  (Fair Trade) ถือได้ว่าเป็นหัวใจสำคัญของประเทศที่เปิดการค้าและการลงทุนเสรีทั่วโลก ในแต่ละประเทศจึงได้มีการสร้างกลไก ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม

 

ในส่วนของประเทศไทยก็มีการบังคับใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 มาเป็นเวลานานถึง 18 ปี แต่ไทยก็ยังไม่สามารถเอาผิดผู้ประกอบการที่มีพฤติกรรมแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรมรายใดได้เลย เป็นเหตุผลให้รัฐบาลเร่งยกร่างกฎหมาย พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.​2560 ฉบับใหม่ เพื่อมาบังคับใช้แทนเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2560

 

 

@ หัวใจสำคัญ  4 เรื่อง

คุณสมศักดิ์ เกียรติชัยลักษณ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบายถึงความแตกต่างของกฎหมายแข่งขันทางการค้าปี 2542 และฉบับปี 2560 มี 4 ด้าน คือ 1) กฎหมายใหม่ได้คลอบคลุมถึงรัฐวิสาหกิจให้เข้ามาอยู่ภายใต้กำกับด้วยโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจอะไรที่ต้องมีการแข่งขันกับธุรกิจทั่วไป ซึ่งเป็นระบบที่สากล แต่ได้ยกเว้นให้กับรัฐวิสาหกิจที่มีกฎหมายเฉพาะดูแล หรือรัฐวิสาหกิจที่มีเงื่อนไขบางประเภทก็จะได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย

 

2) การแก้ไขกฎหมายต้องการให้ลดอุปสรรคในการประกอบธุรกิจจึงมีการปรับลดบทลงโทษทางอาญาทั้งฉบับ มาเป็นบทลงโทษทางอาญา และเพิ่มโทษทางปกครอง โดยกฎหมายก็ยังคงบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ประกอบการที่ใช้อำนาจเหนือตลาดกระทำพฤติกรรมที่ทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม ลักษณะฮั๊วรุนแรง (Cartel Hardcore) 4 วิธี คือร่วมกันกำหนดราคา, ร่วมกันกำหนดปริมาณ , แบ่งพื้นที่จำหน่าย และฮั๊วประมูล

 

 

3) การให้ความเป็นอิสระของสำนักงานคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าและคณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามาจากการสรรหาโดยมีองค์ประกอบของกรรมการ 7 คน มีความเป็นอิสระไม่ถูกครอบงำโดยใครทั้งนี้ คณะกรรมการฯ มีอำนาจหน้าที่หลายด้าน เช่น การวางนโยบายแข่งขัน, เปรียบเทียบปรับได้, พิจารณาอนุญาตเรื่องการควบรวม และตั้งคณะอนุกรรมการด้านต่างๆ เป็นต้น

 

 

4) กระบวนการตัดสินสำนักงานแข่งขันทางการค้าจะมีศาลทรัพย์สินทางปัญญาที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญและเข้าใจในเรื่องของธุรกิจมากที่สุดสามารถจะให้ความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการที่มีความเดือดร้อนได้มากขึ้นและยังมีศาลปกครองที่จะพิจารณาโทษตามความผิดทางปกครองด้วย

 

ทั้งนี้ ประโยชน์ของการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ จะช่วยสร้างสนามการแข่งขันทางการค้าของไทยให้เป็นธรรม สอดคล้องกับบริบทการทำธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้กฏหมายมีประสิทธิภาพและแก้ไขจุดอ่อนได้

 

สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้ กรมฯ อยู่ระหว่างการยกร่างอนุบัญญัติต่างๆ 81 ฉบับ ให้เสร็จภายใน 270 วัน หลังจากนั้นจะเริ่มกระบวนการสรรหาคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ในเดือนกรกฎาคม 2561

 

 

 

@ TDRI แนะถ่วงดุลอำนาจล้นฟ้า

 

ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ชี้ว่า การแยกสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเป็นหน่วยงานอิสระถือว่าเป็นเรื่องที่มีการต่อสู้เรื่องนี้มาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ต้องชื่นชมมาก แต่อย่างไรก็ตาม การเป็นองค์กรอิสระไม่ใช่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ดีเสมอไป แต่ยังต้องระวังปัญหาเรื่องความโปร่งใส และผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) เพราะเมื่อมีอิสระมากขึ้น มีอำนาจมาก จึงต้องมีความรับผิดชอบและรักษาความมีธรรมาภิบาล ดังนั้นต้องมีกระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุล และมีการเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดของคดีที่เสร็จสิ้นแล้วให้สาธารณะชนได้รับทราบ

 

อีกประเด็น คือ แม้ว่ากฎหมายใหม่ได้ดึงเอารัฐวิสาหกิจเข้ามาอยู่ในกำกับด้วย แต่ยังมีข้อยกเว้นให้หากเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการตามกฎหมาย/มติครม. หรือกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลเรื่องการแข่งขันอยู่แล้ว เช่น พลังงาน คมนาคม กสทช. ดังนั้นจึงควรตีเกณฑ์การยกเว้นรัฐวิสาหกิจต้องตีกรอบให้ชัดว่ายกเว้นรัฐวิสาหกิจกลุ่มใด หรือตีกรอบ’พฤติกรรม’ แบบใดที่ควรได้รับการยกเว้น

 

ในด้านประเด็นการกำกับดูแลการควบรวมธุรกิจ ซึ่งกฎหมายใหม่กำหนดไว้ว่า หากจะควบรวมต้องประเมินว่าควบรวมแล้วมีผลให้มีอำนาจเหนือตลาด ผูกขาดตลาดหรือไม่ หากไม่มีผลให้แจ้งคณะกรรมการแข่งขันใน 7 วันนับแต่วันที่ควบรวม แต่ถ้าควบรวมแล้วทำให้เกิดการผูกขาดหรือมีอำนาจเหนือตลาดต้องขออนุญาตคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า จุดนี้อาจจะทำให้เกิดข้อสงสัยทางปฎิบัติว่าธุรกิจต้องแจ้งหรือขออนุญาตหรือไม่ ซึ่งอาจนำมาสู่ความผิดพลาดในภายหลัง ดังนั้น ควรต้องมีกระบวนการปกปิดความลับของภาคเอกชนก่อน เข้าสู่กระบวนการควบรวม

 

@ผู้พิพากษาศาลทรัพย์สินติงกระบวนการดำเนิน

ขณะที่นายดล บุนนาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เห็นว่า กฎหมายใหม่มีมาตรการที่มีการอัพเดททันสมัยมากขึ้นแต่การให้อิสระคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าจำเป็นจะต้องมีกลไกในการตรวจสอบ เพราะจำนวนคณะกรรมการ 7 คน น้อยกว่าศาลรัฐธรรมนูญที่มีถึง 9 คน จะต้องรับบทหนัก จึงต้องอาศัยผู้ที่มีทั้งความรู้และมีทั้งประสบการณ์  แต่กฎหมายจำกัดคุณสมบัติของคณะกรรมการ ไม่ให้เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นเจ้าของกิจการหรือเป็นข้าราชการหรือหน่วยงานของภาครัฐแต่ก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจะได้กรรมการที่มาจากข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว นอกจากนี้ควรกำหนดกลไกในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใสด้วย

 

นอกจากนี้ยังเป็นห่วงเรื่องการดำเนินคดี เพราะยังไม่มีรายละเอียดว่า เรื่องการแจ้งความ การสืบสวนและสอบสวน การให้ประกันตัวชั่วคราว การฝากขังว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

@ เอกชนชี้ต้องรอบคอบ

ด้านนายรัฐไกร ลิ้มศิริตระกูล กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความเป็นห่วงและกังวลในประเด็นปัญหาเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย คือ แม้ว่าจะมีการปรับให้ดีขึ้น มีความเป็นอิสระมากขึ้น แต่การจำกัดคุณสมบัติของคณะกรรมการอย่างละเอียดจะเป็นการจำกัดไม่ให้มีคณะกรรมการที่มาจากสาขาธุรกิจหรืออาชีพใด ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องของเอกชนก็ควรมีเอกชน แต่กลับมีข้อจำกัดในเรื่องคุณสมบัติ จึงกลับกลายเป็นว่าจะเหลือเพียงข้าราชการเกษียณซึ่งต้องมาทำงานบังคับใช้กฎหมายที่มีความสำคัญมากๆ

นอกจากนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีความไม่ชัดเจนในเรื่องของการตีความถึงพฤติกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งในทางปฏิบัติแล้วพบว่าบางพฤติกรรมไม่สามารถจะมีจุดตัดได้ชัดเจนว่าพฤติกรรมนี้ดีหรือพฤติกรรมนี้ไม่ดีซึ่งประเด็นนี้จะทำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตัวได้ยาก

 

ดังนั้น จึงต้องมีความระมัดระวังในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมย์ที่ต้องการสร้างกติกา เพื่อช่วยให้กลไกตลาดทำงานได้เป็นปกติ ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นที่มีความเกี่ยวพันต่อการบังคับใช้กฎหมาย คาบเกี่ยวกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ  เช่น ญี่ปุ่น ได้มีการตั้งกองทุนขึ้นมาเพื่อซื้อคืนเทคโนโลยีที่จะถูกขายรวมกับบริษัทจากการควบรวมของต่างชาติ เพราะเกรงว่าเทคโนโลยีของญี่ปุ่นจะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ หรืออินโดนีเซียที่รัฐบาลอนุญาตให้ควบรวมกิจการทั้งหมด 120 โดยไม่มีเงื่อนไข 118  เคสและอนุญาตแบบมีเงื่อนไข 2 เคส ทั้งนี้เป็นเพราะรัฐบาลต้องการเม็ดเงินในการลงทุน เป็นต้น

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น