นักบัญชี หนีมาทำสวนสตรอว์เบอรี่จนได้ดี

ด้วยความฝันอยากเป็นเกษตรกรตั้งแต่เด็ก จบปวส.มามุมานะสอบเข้าสาขาพืชศาสตร์ แต่ต้องพลาดโอกาสเมื่อเขาไม่รับเข้าเรียน ก็เลยตัดสินใจลองหันไปเอาดีด้านบัญชี แต่ด้วยใจรักจึงทำเกษตรควบคู่กันไป ครั้นเมื่อจบการศึกษาตัดสินใจปฏิเสธงานออฟฟิศ หวนกลับบ้านมาเริ่มต้นทำการเกษตรด้วยการปลูกสตอเบอรี่ใน “ไร่พิมพ์วรัตน์”

“ไร่พิมพ์วรัตน์” สวนสตรอว์เบอรี่ ตั้งอยู่ที่ตำบลองค์พระ อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี มีเนื้อที่ทั้งหมด 4 ไร่ ซึ่งหลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า “ภูมิอากาศที่ร้อนใน จ.สุพรรณบุรี จะสามารถปลูกสตอเบอรี่ได้หรือไม่นั่น? ซึ่งคำตอบคือ “ถ้าเราเข้าใจสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงฤดูกาล ไม่ว่าจะปลูกอะไรก็ให้ผลกำไรกับเราอย่างเต็มที่”
คุณพิมพ์วรัตน์ คำเรือง หรือ น็อต เจ้าของไร่พิมพ์วรัตน์ เล่าว่า “ทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค แต่ถ้ามีใจที่มุ่งมั่น ก้าวแรกของเราก็ไม่ใช่ปัญหา ส่วนในเรื่องของความยากง่ายของการปลูกสตรอว์เบอรี่ในครั้งนี้ แม้ระดับความเย็นของอากาศจะไม่เหมือนอยู่ภาคเหนือ ที่มีความเย็นตลอดเกือบช่วงฤดูกาล เราก็สามารถแก้ไขได้โดยการทำเกษตรแบบไหล ไม่ใช่เพียงแค่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวสตรอว์เบอรี่เพียงอย่างเดียว แต่เราปลูกเพื่อขยายพันธุ์ และปลูกแบบขายยกต้นด้วย ก็เลยทำให้น็อตมีรายได้เข้าตลอดเวลา”
ก้าวแรกของเงินลงทุนทำสวนสตรอว์เบอรี่
“สวนสตรอว์เบอรี่ดำเนินการมาได้ 2 ปี เริ่มแรกทำสวนใช้ในเนื้อที่ 2 งาน ด้วยเงินทุนเริ่มต้น 32,000 บาท รวมทั้งค่าพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าติดตั้งปั้มน้ำ ต่อมามีผลตอบรับดี ผลกำไรงอกงาม จึงทำให้ปีนี้ปรับเงินลงทุนเพิ่มเป็น 200,000 บาท เพื่อขยายผลและกำไรให้มากขึ้น รวมไปถึงเพิ่มเนื้อที่ปลูกสตรอว์เบอรี่เป็น 4 ไร่ และอนาคตกำลังขยายพันธุ์สตรอว์เบอรี่เอง เพื่อลดต้นทุนในการซื้อพันธุ์มาปลูก”
ที่มาของพันธุ์สตรอว์เบอรี่
“พันธุ์สตรอว์เบอรี่เอามาจากโครงการหลวงดอยปุย โดยวิธีการคัดเลือกคือ ใช้พันธุ์ที่ทนความร้อนของอากาศได้ดี ซึ่งพันธุ์ที่น็อตเอามาปลูกมีอยู่ 2 สายพันธุ์คือ พันธุ์ 80 จะเป็นลักษณะคล้าย ๆ รูปหัวใจ ตูดกลมมน ส่วนพันธุ์ที่ 2 คือพันธุ์ 329 ผลจะออกแบน ๆ ลูกใหญ่ ทั้งนี้ราคาพันธุ์อยู่ที่ประมาณ 10-15 บาท ในพื้นที่ 1 งาน จะปลูกต้นสตรอว์เบอรี่ได้ 2,000-2,500 ต้น ส่วนวิธีการดูแล เราใช้ปุ๋ยอินทรีย์ หรือปุ๋ยหมักที่ซื้อตามท้องตลาดทั่วไป ไม่ใช้สารเคมีแต่อย่างใด โดยวิธีให้ปุ๋ยจะมีอยู่ 3 ช่วงคือ
1.ช่วงบำรุงสตรอว์เบอรี่ ต้องให้ปุ๋ยทุก 15 วัน
2.พอประมาณ 3 เดือน เข้าสู่ช่วงบำรุงดอก เร่งผล ให้ใส่ปุ๋ยตามความเหมาะสม อาจจะให้ทุก 15 วันเหมือนเดิมหรือลดลงก็ได้ โดยใช้สูตรปุ๋ยอินทรีย์ 8-24-24
3.เมื่อผลสตรอว์เบอรี่เริ่มออก ต้องพยายามดูแลเพื่อให้ผลแข็งแรง พร้อมให้ปุ๋ยสูตร 0-0-50 หรือ 13-13-21 ทุก ๆ 10 วันจนกว่าจะเก็บเกี่ยวได้”
“ผลสตรอว์เบอรี่จะเริ่มออกช่วงอากาศหนาวในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ และสามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป พอเข้าเดือนมีนาคมและเมษายนอากาศจะปรับตัวร้อนขึ้น เมื่อสตรอว์เบอรี่ออกดอกมามักไม่ติดผล เราก็เลยแก้ไขปัญหาด้วยการทำธุรกิจแบบไหล โดยน็อตจะปลูกทั้งบนดิน และในกระถาง เพื่อให้ขายได้หลาย ๆ แบบ”
“ส่วนราคาขายพันธุ์สตรอว์เบอรี่แบ่งเป็นเกรด คือ เกรด A พันธุ์ 80 จะขายในราคา 350 บาท/กก. และสตรอว์เบอรี่พันธุ์ 329 ขายอยู่ในราคา 300 บาท/กก. ส่วนเกรด B ราคาลดลงเหลือ 250 บาท เกรด C ราคาอยู่ที่ 100 บาท พร้อมขายในลักษณะที่เป็นกล่องด้วย เฉลี่ยกำไรที่ได้รับเมื่อปีที่แล้วในจำนวนสตรอว์เบอรี่ 1,000 ต้น ได้กำไร 7-8 หมื่นบาท”
“ส่วนการทำตลาด โดยหลัก ๆ เป็นหน่วยงานรัฐ เช่น อบต. รพ. และกลุ่มชาวบ้าน โดยข้อแตกต่างระหว่างสตรอว์เบอรี่ภาคเหนือกับสตรอว์เบอรี่จังหวัดสุพรรณบุรี อยู่ที่ผลของสตอเบอรี่ของเราจะแดงกว่าถึง 80% มีความหวาน กรอบ และส่วนใหญ่ชาวบ้านเลือกที่จะทานสตรอว์เบอรี่ของเรามากกว่าด้วย”
หัวใจสำคัญของการทำสวนสตรอว์เบอรี่ “อย่างแรกเลยทุกคนอาจคิดว่าปลูกสตอเบอรี่หวังเพียงแค่เก็บเกี่ยวผลผลิตให้ได้เยอะ ๆ แต่กลับไม่ค่อยคิดเลยว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้เราสามารถแตกรายได้ในการทำสวนสตรอว์เบอรี่ในครั้งนี้ เพราะการทำสวนผลผลิตมักออกตามช่วงฤดูกาล ดังนั้น น็อตเลยเลือกที่จะทำเกษตรแบบไหล เพื่อให้มีรายได้หมุนเวียนเข้ามาเรื่อย ๆ ฉะนั้น ไม่ว่าจะทำเกษตรกรด้านใด 1.ต้องมีใจรัก เพราะอาชีพเกษตรค่อนข้างลำบาก 2.ต้องใช้ความมุ่งมั่นมากพอสมควร บางครั้งมันอาจไม่ได้ตามที่คาดหวัง แต่เราต้องมีความพยายามทำให้ดีที่สุด และ3.ทำเกษตรเริ่มแรกมักไม่ได้ผลผลิตตามที่ใจหวัง เราต้องหาที่ปรึกษาเข้ามาช่วยเหลือ อาจจะเป็นเกษตรกรคนที่เคยทำมาก่อนหน้าเรา หรือศึกษาจากอินเทอร์เน็ตก็ได้”

1_1สวนสตอเบอรี่

1_2สวนสตอเบอรี่

1_4สวนสตอเบอรี่

info_BBL_เกษตรก้าวหน้า_4

27103 Total Views 5 Views Today
แสดงความคิดเห็น