‘วิกรม’ ตอบคำถามประเทศและ SME ทำไมต้องคบจีน?

‘วิกรม กรมดิษฐ์’ มองอนาคตเส้นทางสายไหมจีน เชื่อไทยรับเละ GDP ทะยาน 5%

Highlight

  • จีนไม่สามารถพึ่งพาสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ได้อีกแล้ว One Belt One Road จึงเป็นทางออกของจีนในการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก
  • อเมริกันชนวันนี้ เงินดอลลาร์อยู่ได้เพราะมีเงินจีนมาค้ำ 2 – 1.3 ล้านล้านเหรียญ และเงินญี่ปุ่นมาค้ำในสัดส่วนที่ใกล้กัน รวมแล้วสูงถึง 2.5 – 2.6 ล้านล้านเหรียญ ที่ทำให้เงินอเมริกายังมีเสถียรภาพ
  • กำลังซื้อของสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่นลดลง จีนที่กำลังโต 5 – 6% ขึ้นไปไม่มีทางที่จะอยู่ได้ เพราะระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา GDP Growth เฉลี่ยโตราว 9% รัฐบาลจีนจึงต้องรักษาไม่ให้ GDP Growth ให้ได้มากกว่า 6% ขึ้นไป สิ่งเหล่านี้ทำให้นโยบาย One Belt One Road บุกเบิกไปตลาดใหม่ที่ไม่ใช่กลุ่มตลาดเดิม และตลาดใหม่ก็คือเอเชียกลางและตะวันออกกลาง
  • สินค้าในตลาดเอเชียกลางทั้งหมดจนไปถึงไซบีเรียเป็นตลาดของจีน
  • ปัจจุบันจีนมีเงินสำรองอยู่ที่ 3 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐฯ มีไม่เกิน1 แสน 4 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์ เมื่อเทียบกับไทยแล้ว ประเทศไทยรวยกว่าสหรัฐฯ ด้วยเงินสำรองอยู่ที่ 1 แสน 7 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์ ตอนนี้คนจีนเงินหนามาก ต้องคบกับจีน

โลกต้องการตลาดใหม่ที่ไม่ใช่สหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

“จีนไม่สามารถพึ่งพาสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น ได้อีกแล้ว One Belt One Road จึงเป็นทางออกของจีนในการขับเคลื่อนอนาคตเศรษฐกิจไม่ใช่แค่ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง แต่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก” คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยมุมมองที่น่าสนใจดังกล่าวขึ้น ซึ่งเขาอธิบายเรื่องนี้ต่อกว่า GDP ของสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น กินมูลค่ากว่า 60% ของ GDP เศรษฐกิจโลก แต่ปัญหาคือทั้ง 3 กลุ่มที่กำลังกุม GDP โลกกำลังเผชิญกับหนี้มหาศาล

GDP สหรัฐฯ มีมูลค่าราว 18 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์ แต่กลับมีหนี้ขนาด 20 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์ หากเปรียบสหรัฐฯ เป็นบริษัทถือว่าอยู่ในภาวะลำบาก เพราะเท่ากับยอดขายสินค้า 100 บาท แต่เป็นหนี้ 120 บาท จากความล้มเหลวในการบริหารประเทศเรื่องประชานิยมที่นำเงินอนาคตมาใช้

“อเมริกันชนวันนี้ เงินดอลลาร์อยู่ได้เพราะมีเงินจีนมาค้ำ 1.2 – 1.3 ล้านล้านเหรียญ และเงินญี่ปุ่นมาค้ำในสัดส่วนที่ใกล้กัน รวมแล้วสูงถึง 2.5 – 2.6 ล้านล้านเหรียญ ที่ทำให้เงินอเมริกายังมีเสถียรภาพ” คุณวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าว

กำลังซื้อของสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่นลดลง จีนที่กำลังโต 5 – 6% ขึ้นไปไม่มีทางที่จะอยู่ได้ เพราะระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา GDP Growth เฉลี่ยโตราว 9% รัฐบาลจีนจึงต้องรักษาไม่ให้ GDP Growth ให้ได้มากกว่า 6% ขึ้นไป สิ่งเหล่านี้ทำให้นโยบาย One Belt One Road บุกเบิกไปตลาดใหม่ที่ไม่ใช่กลุ่มตลาดเดิม และตลาดใหม่ก็คือเอเชียกลางและตะวันออกกลาง

วิกรม ย้ำ ตลาดเอเชียกลางจนไปถึงไซบีเรียเป็นของจีนทั้งหมด

เจ้าของอาณาจักรอมตะนครยังเล่าต่อว่า เมื่อปี 2013 ได้เดินทางเป็นคาราวานจากเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ ของจีน ผ่านเส้นทางสายไหมเข้าคาซัคสถาน จนไปถึงไซบีเรีย ภาพที่เห็นก็คือไม่สามารถบอกได้ว่าจำนวนรถที่วิ่งออกไปจากจีนเข้าไปในเอเชียกลางมีจำนวนเท่าไหร่ เพราะสินค้าในตลาดเอเชียกลางทั้งหมดจนไปถึงไซบีเรียเป็นตลาดของจีน

 

‘วิกรม’ ตอบคำถามประเทศและ SME ทำไมต้องคบจีน

จีนต้องบุกเบิกตลาดใหม่ ขายของเก่ากับตลาดเก่าไม่ได้ ปัจจุบันจีนมีเงินสำรองอยู่ที่ 3.3 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์ ขณะที่สหรัฐฯ มีไม่เกิน1 แสน 4 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์ เมื่อเทียบกับไทยแล้ว ประเทศไทยรวยกว่าสหรัฐฯ ด้วยเงินสำรองอยู่ที่ 1 แสน 7 หมื่นล้านเหรียญดอลลาร์ เพราะจีนมองเห็นโอกาสว่าทั้งหมดอยู่ในเอเชียกลางยาวไปถึงตะวันออกกลาง ผ่านเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล ทำให้ตอนนี้คนจีนเงินหนามาก เราต้องคบกับคนจีน

คุณวิกรมยังแนะนำเพิ่มเติมว่า ไทยเองก็ต้องปรับตัวตามพญามังกร เพราะเราไทยก็พึ่งตลาดเก่าไม่ได้ หรือแม้แต่ตลาดจีน แต่เราต้องตามเส้นทางสายไหมไปยังตลาดใหม่ GDP จีนที่โตขนาดนี้ ยังโตได้อีกเพราะการทำ Nation Branding และ Nation Marketing ในนโยบาย One Belt One Road

ด้านประโยชน์ที่ไทยจะได้รับโดยตรงคือโซน Eastern Economic Corridor (EEC) เป็นแผนยุทธศาสตร์ของไทย ในการพัฒนาท่าเรือบริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออกให้รับกับนโยบายเส้นทางสายไหมทางทะเล ภายใต้ยุทธศาสตร์ One Belt One Road ให้ใช้เป็นเส้นทางเส้นทางคมนาคม และอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ ในอนาคต ซึ่งคุณวิกรมมองว่าไทยจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 อย่างแน่นอน

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น