“กรีนเดลี่ฟู้ดส์” นวัตกรรมผลไม้ไทยแปรรูปแท้ 100% พร้อมรับประทาน

คิดได้ต้องทำทันที ทุเรียนและมะม่วงแท้แปรรูปด้วยนวัตกรรมการผลิตแช่แข็งระบบ IQF “กรีนเดลี่ฟู้ดส์” ปรับเปลี่ยนวิธีบริหารให้ทันสมัยเข้ากับยุคโซเชียลมีเดียและดิจิทัล พร้อมแผนธุรกิจสำคัญสนับสนุนเอสเอ็มอี

ผลไม้ไทยแปรรูปแท้ 100%

คุณปัญญา ชัยรัตนพานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัทกรีนเดลี่ ฟู้ดส์ จำกัด เปิดเผยว่า แรกเริ่มเดิมทีเป็นการทำธุรกิจส่งผักให้โรงงานอุตสาหกรรม พัฒนาธุรกิจไปเรื่อยๆ จากการส่งวัตถุดิบอย่างเดียวเป็นการแปรรูป จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีการเพิ่มสินค้าจากผักมาเป็นผลไม้ คือผลไม้แช่แข็งต่างๆ โดยมีตลาดในการส่งออก ต่อมาต้องการพัฒนาสินค้าและสร้างความแตกต่างจากท้องตลาด โดยเริ่มจากมะม่วงและทุเรียน ซึ่งผลไม้ทั้งสองชนิดนี้ในการแช่แข็งเป็นเรื่องปกติที่มีผู้ประกอบการทำมากมาย จึงคิดว่าทำอย่างไรที่แตกต่าง สามารถรับประทานได้ทันที

จึงมาเป็นผลไม้แปรรูป คือทุเรียนและมะม่วงแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ นำมาเสียบไม้ แช่แข็ง อยู่ในซองพร้อมรับประทานได้ทันที อยู่ในช่องแช่แข็งของตู้เย็นได้นาน 1 ปี

“สินค้ามีอายุ 1 ปี อยากกินเมื่อไหร่ก็ได้ จะกินข้าวเหนียวทุเรียนหรือข้าวเหนียวมะม่วงก็นำข้าวเหนียวมา หรือกินสดก็ฉีกซองพร้อมกินทันที”

นวัตกรรมการผลิต

ในขั้นตอนการแปรรูปสินค้า “กรีนเดลี่ฟู้ดส์” ได้ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามามีส่วนช่วย โดยขั้นตอนในการแช่แข็งระบบ IQF คือการที่อุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็วถึงลบ 75 องศาเซลเซียส ภายในเวลาไม่เกิน 20 นาที ซึ่งจะช่วยคงสภาพของสินค้าทั้งรูปรสกลิ่นสี รวมทั้งคุณค่าทางสารอาหารไม่เปลี่ยน ซึ่งระบบ IQF เป็นเทคโนโลยีถนอมอาหารที่ดีที่สุด มีประสิทธิภาพดีกว่าการฟรีซดรายหรือการอบแห้ง เป็นสินค้าที่มีคุณภาพ ผ่านระบบรับรองมาตรฐานฮาลาล GMP และ HACCP

ซึ่งในการวิจัยและพัฒนาใช้เวลาประมาณ 2 ปี ค่อยๆ เติบโต เนื่องจากยังเป็นเอสเอ็มอี เริ่มจากการรับจ้างผลิต และสร้างแบรนด์กรีนเดลี่ฟู้ดส์เป็นของตัวเอง ซึ่งเสร็จสิ้นขั้นตอนบรรจุภัณฑ์พร้อมออกจำหน่ายเมื่อต้นปีผ่านมา โดยการตลาดเน้นต่างชาติ เช่นทัวร์จีน และมีการส่งออกไปในเกาหลีใต้ ไต้หวัน ซึ่งได้รับการตอบรับดี จนผลิตได้แทบไม่เพียงพอกับความต้องการ

Business Model

จากนั้นคุณปัญญาได้อธิบายถึง Business Model ของกรีนเดลี่ฟู้ดส์ ว่ามีหลายรูปแบบ เริ่มจากการส่งออกแบบ OEM ให้ลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งสามารถนำไปขายในแบรนด์ของตัวเองได้ ส่วนการจ้างผลิตในประเทศต้องใช้แบรนด์กรีนเดลี่ฟู้ดเท่านั้น มีเว็บไซต์เพื่อการขายออนไลน์ จุดขายในประเทศอยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เน้นทัวร์จีนที่มาเที่ยวเมืองไทย รวมทั้งร้านค้าของคิงเพาเวอร์ ธุรกิจอยู่ในช่วงเริ่มต้นเน้นขยายจุดขายให้ครอบคลุมจุดยุทธศาสตร์ทางธุรกิจคือพื้นที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าไว้  60 จุดขายทั่วประเทศ คาดการณ์ยอดขายไว้ที่ 200,000 ไม้ต่อเดือน

 

นอกจากนี้ยังมีแผนธุรกิจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนเอสเอ็มอี คือการช่วยวิจัยและพัฒนาในสินค้าที่เกี่ยวกับผักและผลไม้ตลอดจนรับจ้างผลิต ผู้ที่สนใจขอเพียงแค่มีไอเดียมานำเสนอ และเมื่อสินค้าเปิดตัวเข้าสู่ตลาดจึงค่อยมีการเก็บเปอร์เซ็นต์จากยอดขาย

“ตอบสนองเอสเอ็มอีที่มีทุนน้อย ขอแค่เพียงมีโจทย์หรือไอเดียที่ดี สามารถเข้ามาคุยกับกรีนเดลี่ฟู้ดได้” กรรมการผู้จัดการกรีนเดลี่ฟู้ดส์ กล่าว

4 ปัจจัยความสำเร็จสำหรับเอสเอ็มอี

สุดท้าย กรรมการผู้จัดการ บริษัทกรีนเดลี่ ฟู้ดส์ ได้คำแนะนำสำหรับเอสเอ็มอีที่จะประสบความสำเร็จได้ โดยมีปัจจัยสำคัญ  4 เรื่อง คือ

1.การบริหารจัดการ คือต้องเปลี่ยนวิธีการให้ทันสมัย โดยเฉพาะปัจจุบันที่เป็นยุคของโซเชียลมีเดียและดิจิทัล ต้องมีการปรับเปลี่ยนไปตามกระแสโลกและสังคม

2.เรื่องการวิจัยและพัฒนา โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วย

3.การตลาด เอสเอ็มอีที่ไม่ประสบความสำเร็จคือมีการตลาดที่ไม่แข็งแรง โดยเฉพาะในปัจจุบันที่เป็นโลกไร้พรมแดน การตลาดต่างประเทศเป็นขุมทองของนักลงทุน เอสเอ็มอีจะมองแค่ตลาดในประเทศอย่างเดียวไม่ได้ ควรมองไปถึงตลาดต่างประเทศด้วย

4.แหล่งเงินทุน เอสเอ็มอีต้องมีความพร้อมเรื่องการลงทุน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ

และนอกจาก 4 ข้อนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเริ่มต้นเดิน ควรมาจากความเชี่ยวชาญและความถนัด ไม่ควรตามคนอื่นที่ประสบความสำเร็จ

“ไอเดียเป็นสิ่งสำคัญคือต้องคิดใหม่และสร้างสรรค์สิ่งที่แตกต่าง หากคิดเหมือนคนอื่นจะขายยาก เอสเอ็มอีทุนประกอบการน้อยจะทำให้ก้าวเดินไปได้ช้า ดังนั้นไอเดียใหม่ๆ ที่แตกต่างหากคิดได้ต้องทำทันที เพราะจะเป็นโอกาสให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว” คุณปัญญากล่าวทิ้งท้าย

กรีนเดลี่ ฟู้ดส์ 09-4896-9789

 

4 ปัจจัยสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีที่จะประสบความสำเร็จ ในแบบกรีนเดลี่ฟู้ดส์

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น