“ชีววิถีและเซนต์” แบรนด์สมุนไพรไทยยอดขาย 150 ล้าน

แบรนด์สมุนไพรไทยคุณภาพดีที่มีสินค้ามากกว่า 300 ชนิด ส่งออกทั่วอาเซียน ยุโรป OEM ให้แบรนด์ต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศ เติบโตต่อเนื่องสร้างยอดขายกว่า 150 ล้านต่อปี

ด้วยความรักในสมุนไพรไทย

คุณอรประภา พรมรังฤทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซนต์บิวตี้คอสเมติก (ประเทศไทย) จำกัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำมาก่อน ด้านฝ่ายบุคคลและฝึกอบรม แต่ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ มีรายได้ไม่แน่นอน จึงตัดสินใจหันมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยการขายเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นการรับมาขายในรูปแบบของตัวแทนจำหน่าย

เมื่อจำหน่ายเครื่องสำอางได้ประมาณ 1 ปี คุณอรประภากล่าวว่า ในรูปแบบการขายที่ทำอยู่ในตอนนั้น ไม่ได้มีจุดเด่นและความน่าสนใจ เนื่องจากใครๆ ต่างก็ทำเหมือนกันหมด แถมเสียเปรียบที่เป็นแค่เจ้าเล็กๆ จึงต้องมองหาสิ่งที่จะเป็นจุดขายของตัวเอง จนได้ไปเจอสมุนไพรยี่ห้อหนึ่งแล้วรับมาขาย ซึ่งขายดี จึงมีความคิดต่อยอด บวกกับความชอบและสนใจในเรื่องสมุนไพรที่มีอยู่ จึงตัดสินใจไปเข้าเรียนหลักสูตรด้านสมุนไพรเวชสำอาง ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน และต่อในหลักสูตรแพทย์แผนไทยเภสัช ของกระทรวงสาธารณสุข จนได้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ สามารถเปิดกิจการเป็นของตัวเองได้

จากนั้นจึงเริ่มสร้างสินค้าของตัวเองขึ้นมา มองวัตถุดิบจากในพื้นที่อำเภอสามพรานว่ามีอะไรบ้างที่ดีและหาง่าย ซึ่งก็คือน้ำมันมะพร้าว จึงเกิดสินค้าตัวแรกของแบรนด์เซนต์ คือทรีตเมนต์มะพร้าวสำหรับหมักผม และเกลือขัดผิวสมุนไพร จดทะเบียนเป็นสินค้าโอท็อป เริ่มขายส่งในร้านของตัวเอง และกระจายตามร้านเสริมสวยต่างๆ

แหล่งวัตถุดิบชั้นดี วิสาหกิจชุมชนโอท็อป

ด้วยความรู้ด้านสมุนไพรและแพทย์แผนไทยที่มี คุณอรประภาเล่าว่าได้มีโอกาสไปแนะนำให้ความรู้วิสาหกิจชุมชนโอท็อปน้ำเกี๋ยน จังหวัดน่าน ซึ่งทำแชมพูจากใบหมี่ และได้ทำธุรกิจร่วมกันโดยการนำแชมพูมาจำหน่าย โดยใช้ชื่อ “ชีววิถี” ตามชื่อกลุ่มชีววิถีบ้านน้ำเกี๋ยน

ซึ่งปัจจุบันกลุ่มชีววิถีบ้านน้ำเกี๋ยนเป็นวิสาหกิจชุมชนอันดับหนึ่งของประเทศ และทำธุรกิจเติบโตร่วมกันมา นอกจากนี้ยังมีวิสาหกิจชุมชนอีกกลุ่มหนึ่งคือกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านรำมะสัก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบเพาะปลูกพวก ขิง ข่า ตะไคร้ ไพล เพื่อป้อนให้กับโรงงานสำหรับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสปา

“นำความรู้ที่มีเกี่ยวกับสมุนไพรและแพทย์แผนไทยเภสัชกลับไปให้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นวิธีการปลูก ช่วงเวลาการเก็บเกี่ยว เพื่อเกษตรจะได้รู้ว่าทำอย่างไรวัตถุดิบจึงจะมีคุณภาพมากที่สุด ซึ่งเมื่อได้วัตถุดิบที่ดี ผลิตภัณฑ์จะมีคุณภาพสูง นอกจากนี้เกษตรกรยังจะได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยคุ้มค่าอีกด้วย” คุณอรประภา กล่าว

ยอดขายเกินกว่า 150 ล้านบาท

เจ้าของแบรนด์สาวเล่าอีกว่า วิธีการขายในช่วงแรกเป็นการลองผิดลองถูก เริ่มจากการฝากขายในร้านต่างๆ ซึ่งตอนแรกต้องประสบกับปัญหาตลาดที่ไม่แน่นอน ทำให้มีรายรับเข้ามาอย่างไม่ต่อเนื่อง จึงปรับเป็นการขายแบบให้เครดิตกับร้านค้า ซึ่งทำให้สามารถคำนวณรายรับรายจ่ายได้  และมีตลาดหลักคือการออกบูธ ที่นอกจากจะได้เงินสดมาหมุนเวียนแล้วยังเป็นการประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก ทำให้มีตัวแทนจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น และกระจายสินค้าไปยังห้างสรรพสินค้าต่างๆ ตลอดจนร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ในตลาด นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกกับกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ที่ช่วยเป็นช่องทางในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ

เมื่อธุรกิจขยายตัวขึ้น คุณอรประภามองว่าจะหยุดพัฒนาอยู่แค่จุดนี้ไม่ได้ จึงสร้างโรงงานการผลิตตามระบบ PMG ซึ่งยังเป็นไปตามแผนที่ได้วางไว้ตั้งแต่เริ่มธุรกิจ เมื่อสินค้าได้มาตรฐานก็เป็นที่ยอมรับ ปัจจุบันมีสินค้าไปวางขายในร้านสะดวกซื้อเจ้าใหญ่ทั่วประเทศ มีสินค้าส่งออกทั่วอาเซียน มีจำหน่ายในกลุ่มประเทศยุโรป รวมทั้งรับจ้างผลิต (OEM) ให้แบรนด์ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ

“ที่แบรนด์ประสบความสำเร็จและเอาชนะคู่แข่งมากมายในท้องตลาดได้ เนื่องจากไม่ได้พัฒนาแค่การตลาดหรือการขาย แต่เน้นคุณภาพตั้งแต่การผลิต ได้มาตรฐานสามารถส่งออกไปได้ทั่วโลก อีกส่วนหนึ่งเพราะคนสนใจสมุนไพรมากขึ้น หันมาดูแลสุขภาพ ตระหนักในความไม่ปลอดภัยของการใช้สารเคมี ปัจจุบันยอดขายเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ปีที่ผ่านมายอดขายเกินกว่า 150 และภายในปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 30%” เจ้าของแบรนด์สาวคนเก่งกล่าว

ยึดหลักของความถูกต้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง

ในปัจจุบันสินค้าในเครือของเซนต์บิวตี้คอสเมติก มีมากกว่า 300 ชนิด  ได้ทำสินค้าเป็น 3 แบรนด์ จับตลาดแตกต่างกัน ได้แก่

1.“ชีววิถี” เน้นเป็นเวชสำอางจากสมุนไพร ตลาดผู้บริโภคทั่วไป

2.“SENSE” (เซนต์) เป็นผลิตภัณฑ์ที่เจาะจงใช้ในร้านสปา มุ่งตลาดตั้งแต่กลางไปถึงบน

และล่าสุด 3.“SENS’E” (เซน-เซ่) แบรนด์ใหม่ที่เน้นผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้นวัตกรรม เจาะตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีน เช่น สบู่น้ำนมข้าวผสมรังนก

โดยผลิตภัณฑ์ทุกตัวมีส่วนประกอบหลักของสมุนไพร ตั้งแต่สารตั้งต้นจนถึงส่วนประกอบต่างๆ ประโยชน์คือปลอดภัยและมีคุณภาพดีอย่างยั่งยืน มีสินค้ามากกว่า 300 ชนิด เนื่องจากสมุนไพรแต่ละอย่างมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน

ในด้านการทำธุรกิจคุณอรประภา เล่าว่า ยึดหลักของความถูกต้องทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้า เริ่มตั้งแต่วิธีการผลิตที่ต้องได้มาตรฐาน มีการพัฒนาคุณภาพสินค้าตลอดเวลา จากเริ่มต้นการเป็นโอท็อปที่ได้ 3 ดาว ปีถัดมาได้ 4 ดาว และหลังจากนั้นได้  5 ดาวมาโดยตลอด นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสไปออกบูธในต่างประเทศกับกรมส่งออกกระทรวงพาณิชย์ ทำให้ทราบว่าการส่งออกสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศนั้นแค่มาตรฐานโอท็อป  5 ดาวนั้นไม่เพียงพอ โดยเฉพาะประเทศในภาคตะวันออกกลางที่เป็นตลาดส่งออกใหญ่ ซึ่งมีความต้องการในระดับ GMP ดังนั้นเมื่อสองปีที่ผ่านมาทางบริษัทจึงทำการปรับปรุงโรงงานจนผ่านมาตรฐาน PMG สามารถพัฒนาเพื่อก้าวสู่ตลาดสากล นอกจากนี้ในด้านการตลาดต้องไม่โฆษณาเกินจริง เพราะการใช้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจะเห็นผลต้องใช้ระยะเวลา

“จะไม่บอกว่าใช้แล้วเห็นผลภายในกี่วันๆ เพราะสมุนไพรไม่ได้เห็นผลเร็วขนาดนั้น ยิ่งใช้ยิ่งนานยิ่งดี ปลอดภัยแน่นอน นี่คือสิ่งที่เรายึดมั่นในการทำงาน”

รักษาคุณภาพและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

และสำหรับคำแนะนำถึงผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการประสบความสำเร็จ คุณอรประภากล่าวว่า ต้องมีความเชื่อมั่นและรักในสิ่งที่เราทำ มีจุดยืนที่มั่นคงชัดเจน  แบรนด์ชีววิถีเคยเจอกับบททดสอบของกระแสสังคมที่นิยมในสินค้าให้ผลลัพธ์รวดเร็ว แต่จุดยืนของชีววิถีคือสมุนไพรที่แม้จะเห็นผลช้าแต่มีความปลอดภัย เป็นคุณภาพที่เห็นผลอย่างยั่งยืน ด้วยความที่ยึดมั่นในจุดยืน สุดท้ายก็ฝ่าฟันอุปสรรคจนสำเร็จมาได้เช่นทุกวันนี้

นอกจากนั้น ต้องมีความรู้ในสิ่งที่ทำ มีความรักและชอบเพราะจะทำงานได้อย่างมีความสุข ส่วนด้านการตลาดนั้นต้องหาช่องทางในการขายให้เจอ พยายามนำเสนอสินค้าไปยังที่ต่างๆ เพื่อให้มีช่องทางการขายให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ยังต้องมีการบริหารจัดการเรื่องการเงินให้ดี สร้างความเชื่อมั่นที่ดีให้กับสถาบันการเงิน ซับพลายเออร์ รวมถึงบุคลากรทุกคนที่ทำงานให้กับบริษัทเพราะเป็นกำลังสำคัญที่อยู่เคียงข้างเราในการทำงาน และสุดท้ายที่สำคัญคือต้องไม่หยุดที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ด้วยการรักษาคุณภาพและพัฒนาตัวเองตลอดเวลา

“ชีววิถีและเซนต์” 0-3432-5849

INFO

ปัจจัยความสำเร็จ “ชีววิถีและเซนต์” แบรนด์สมุนไพรยอดขาย 100 ล้าน

แสดงความคิดเห็น