ครีม โซลูชั่น สร้างธุรกิจด้วยนวัตกรรม หลีกหนีรายใหญ่

อยากประสบความสำเร็จในธุรกิจต้องกล้าคิด และกล้าทำ ด้วยการมองอนาคตแล้วนำมาใช้ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์สูงสุด พร้อมทั้งต้องผลักดันสินค้าของตนเองให้เข้าตลาดตรงกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้ง อย่าแข่งกับเจ้าใหญ่ถ้าสินค้าของตนยังไม่แข็งแรงพอ

จากธุรกิจสปาก้าวขั้นมาเปิดบริษัทมีสตางค์มีทรัพย์ ผู้ผลิตและจำหน่ายครีมแก้ปัญหาเฉพาะจุด ไปพร้อมกับใช้นวัตกรรมมาผสมผสานสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าตอบรับกันอย่างล้นหลาม โดยคุณนิธิกร สิงห์สัตย์ ผู้บริหารบริษัทมีสตางค์มีทรัยพ์ จำกัด ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นจนถึงจุดแห่งความสำเร็จว่า “บริษัทมีสตางค์มีทรัพย์ เริ่มต้นเมื่อ 7-8 ปีที่แล้ว ตอนนั้นได้เปิดร้านสปานวดหน้า นวดตัวทั่วไป ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาใช้บริการสปามักขอซื้อครีมบำรุงผิวหน้า ผิวกาย เกลือขัดผิว ก็เลยเห็นโอกาสทางตลาดความงามที่ยังมีความต้องการอีกมาก โดยเริ่มแรกลองรับสินค้าที่แก้ปัญหาเฉพาะจุดมาจำหน่ายก่อน ด้วยเงินลงทุนหลักหมื่นบาท กระทั่งตัดสินใจสร้างแบรนด์ “โซลูชั่น” เมื่อปี พ.ศ. 2554 ส่งผลให้มีผลตอบรับดีมากทีเดียว”
“ตัวผลิตภัณฑ์ “โซลูชั่น” เป็นครีมที่ใช้เฉพาะจุด ด้วยการทาใต้วงแขนช่วยลดปัญหาผิวดำคล้ำ ตุ่มหนังไก่ และลดกลิ่นอับ ซึ่งที่มาของครีมดังกล่าว เกิดจากความคิดที่ว่า ในท้องตลาดยังไม่ค่อยมีใครขาย อีกทั้ง พฤติกรรมผู้บริโภค ณ ตอนนั้น ส่วนใหญ่มีปัญหาใต้วงแขน โดยเฉพาะผู้หญิง แต่ถ้าถามว่าคู่แข่งเยอะไหม? ตอบได้เลยว่า เยอะมาก แต่สินค้าของเรามีความโดดเด่น และแตกต่างกว่าคู่แข่ง และสิ่งสำคัญเราไม่แข่งกับรายใหญ่ เพราะต้องรู้ข้อจำกัดของตนเองว่าตลาดไหนที่คู่ควร”
“ครีม โซลูชั่น เอาชนะคู่แข่งด้วยความแตกต่าง ด้วยการเป็นสินค้าที่แก้ปัญหาเฉพาะจุดไม่เลียบแบบใคร”
“ถึงแม้ครีม โซลูชั่น ออกมาครั้งแรกจะมีผลการตอบรับที่ดี ขณะเดียวกันการทำตลาดในช่วงแรกก็ยากพอสมควร เนื่องจากเราเป็นครีมหน้าใหม่ แม่ค้าจึงไม่เข้าใจคุณสมบัติของครีมมากนัก จึงทำให้ต้องใช้ความพยายามสูงในการอธิบายรายละเอียดให้เข้าใจ หลังจากที่สร้างการยอมรับในกลุ่มแม่ค้าได้แล้วจึงคิดเวอร์ชั่นใหม่ นำสินค้าไปขายยังโมเดิร์นเทรด  เพื่อแก้ปัญหาอีกทาง”
“การจัดจำหน่าย บริษัท มีสตางค์มีทรัพย์ ใช้วิธีส่งพนักงานไปเดินสายขายทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และออกบูธแจกตัวอย่างสินค้า กระทั่งปี 2555 สามารถนำสินค้าเข้าไปขายในเซเว่น แค็ตตาล็อก ต่อมาจึงแตกไลน์ใหม่ด้วยครีมชุด “ไบรท์ เฟส ครีม” และ “ดับเบิ้ล โฟโต” พร้อมทั้งมีโพรดักส์ไลน์รวมกว่า 200 แบบต่อเนื่อง”
เงินไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้ธุรกิจของเราประสบความสำเร็จ แต่อยู่ที่ความอดทน แล้วดูตลาดให้เหมาะสมกับตัวสินค้า อย่าทะยานไปสู่ตลาดใหญ่ ๆ ถ้าสินค้าของเรายังไม่แข็งแรงพอ
“ตอนนี้บริษัทมีสตางค์มีทรัพย์ เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่าย รวมทั้งผลิตสินค้า OEM ให้กับแบรนด์อื่น ๆ ซึ่งครีมแต่ละชนิดจะผ่านมาตรฐานครบทุกด้าน โดยมีทีมงานตั้งแต่นักวิจัย คุณหมอ ไปยันผู้ผลิต เพื่อสร้างคุณภาพความมั่นใจให้แก่กลุ่มลูกค้า อีกทั้ง ธุรกิจนี้เป็นรูปแบบ SME สิ่งสำคัญของการอยู่รอดคือ 1.ต้องมีจุดยืน ซึ่งถ้าเป็นสินค้ากลุ่มเดียวกันจะดีกว่า 2.ต้องแตกต่าง อย่าไปตามคนอื่น 3.นำนวัตกรรมมาต่อยอดและพัฒนา 4.จะประสบความสำเร็จได้ฐานลูกค้าต้องแน่น และลูกค้าทุกคนต้องกลับมาซื้อซ้ำ ดังนั้น หลังจากที่หักต้นทุนและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้วเราได้กำไรทั้งหมด 30%”
จากร้านสปาเล็ก ๆ ทะยานมาสู่ธุรกิจ SME ในนามบริษัทมีสตางค์มีทรัพย์  พร้อมก้าวเข้าสู่ผู้นำทางด้านครีมนวัตกรรมสมัยใหม่ ที่หลายคนต่างให้การยอมรับ
“ปัจจุบันนวัตกรรมกำลังมาแรง ซึ่งทางบริษัทของเราได้ผลิตครีมชุด “ไบรท์ เฟส ครีม” โดยนำสารสังเคราะห์โปรตีนเปปไทด์เลียนแบบพิษงู ด้วยการใช้วัตถุดิบที่ได้รางวัลจากต่างประเทศมาผสมวัตถุดิบที่ได้รับความนิยมจากคนไทยคือ ไข่มุกและสาหร่าย พร้อมทั้งคิดค้นและพัฒนาสูตรให้เหมาะสมกับผิวพรรณของคนไทย จนครีมดังกล่าวได้รับรางวัลจากเวทีเซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ ที่มีคุณสมบัติเฉพาะช่วยลดริ้วรอย และล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2558 ผลิตภัณฑ์ครีมชุด “ไบรท์ เฟส ครีม” คว้ารางวัล “ครีเอเตอร์ อวอร์ดส์” จากการประกวดสุดยอดนวัตกรรม เซเว่น อินโนเวชั่น อวอร์ดส์ 2015 เช่นกัน”
จากความสำเร็จดังกล่าวทำให้ได้รับรางวัลหลายสาขา กระทั่งบริษัทมีสตางค์มีทรัพย์ ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและผู้จำหน่ายครีมที่ได้คุณภาพและมาตรฐาน ส่งผลให้เกิดลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มมากขึ้น
“ตอนนี้บริษัทมีสตางค์มีทรัพย์กำลังเติบโตขึ้น พร้อมทั้งมีส่งขายยังต่างประเทศแล้วไม่ว่าจะเป็นจีน หรือเวียดนาม ทั้งนี้ใครที่ต้องการเป็นหนึ่งทางด้านธุรกิจ สิ่งสำคัญต้องซื่อสัตย์สุจริตต่อลูกค้า โดยต้องมองสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตแล้วนำมาใช้ในปัจจุบันให้เกิดประโยชน์”

642 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น