“วีคอร์น” ข้าวโพดสดๆ จากนวัตกรรม..ทำยอดขายติดปีก

“วี คอร์น” ข้าวโพดฝักสดๆ ในร้านสะดวกซื้อ แต่เมื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตรด้วยนวัตกรรม ใช้ผลผลิตให้เกิดประโยชน์สูงสุด ก็สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

เพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร

“อภิรักษ์ โกษะโยธิน” กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า เปิดบริษัทวีฟู้ดส์เมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีความสนใจเกี่ยวกับ วิทยาศาสตร์ด้านอาหาร และสนใจทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับสินค้าด้านการเกษตร โดยมองว่า “ข้าวโพด” เป็นสินค้าเกษตรที่จะมีศักยภาพเติบโตได้ดีในไทยและต่างประเทศ

เริ่มตั้งแต่การวิจัยพัฒนาสายพันธุ์ เป็นข้าวโพดสายพันธุ์ Golden Sweet Corn ที่ได้รับการส่งเสริมการปลูกในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่สามารถปลูกข้าวโพดหวานได้ดี อีกทั้งยังอยู่ใกล้โรงงานผลิต ทำให้สามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับตัวสินค้าได้ไม่ยาก โดยขั้นตอนเริ่มต้นจากข้าวโพดฝัก ผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์ กลายเป็น “วีคอร์น” ข้าวโพดสดที่นำส่งวันต่อวัน มีอายุสินค้าประมาณ  8 วัน สำหรับรับประทานแบบสด

ข้าวโพดฝักสดๆ ในร้านสะดวกซื้อ

ข้าวโพดหวานวีคอร์นออกสู่ตลาดเมื่อปี 2557 ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว สามารถสร้างยอดขายได้เกินกว่า 60 ล้านบาท ได้ตั้งแต่ใน 1 ปีแรก เริ่มจากข้าวโพดฝัก วางจำหน่ายอยู่ในร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทั่วประเทศ ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่ไม่ต้องไปหาซื้อตามตลาด หารับประทานได้ตลอด  24 ชั่วโมงในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน จากนั้นจึงขยายเป็นผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ตามมา

คุณอภิรักษ์ยังกล่าวอีกว่า ได้ทำการวิจัยและพัฒนา จึงทำให้ทราบว่าผู้บริโภคต้องการรับประทานอย่างสะดวก จึงมีการตัดเป็น 3 ท่อน นอกจากนั้นยังมีในส่วนของการแปรรูป เป็นข้าวโพดเม็ดแบบคลุกเนยและแบบธรรมดาไม่คลุก รวมถึงน้ำนมข้าวโพดวีคอร์น

“จะเห็นได้ว่าเฉพาะข้าวโพดที่ทางวีฟู้ดส์ส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ได้ปลูกนั้น สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้สูงสุด ซึ่งก่อนหน้านั้นที่ไม่เคยนำนวัตกรรมเข้ามาจะใช้ได้เพียง 30%” คุณอภิรักษ์กล่าว

นวัตกรรมช่วยพัฒนาสินค้า

ส่วนในเรื่องการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้นั้น คุณอภิรักษ์ให้ความเห็นว่า ในการพัฒนาสินค้าเกษตรนวัตกรรมและเทคโนโลยีมีความสำคัญมาก เพราะมีส่วนช่วยในการผลิต สร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพิ่มมูลค่า ยืดอายุสินค้าให้มีความสดใหม่และอยู่ได้นาน และที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่งในปัจจุบัน คือเรื่องของบรรจุภัณฑ์ หากมีการพัฒนาและสร้างแพ็กเกจจิงที่ดีออกมา จะช่วยให้สินค้ามีคุณภาพ สดใหม่ ปลอดภัย สะดวกต่อผู้บริโภค รวมถึงเป็นการสร้างแบรนด์ให้มีเอกลักษณ์อีกด้วย

โดยมีแนวทางนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ 3 ข้อคือ

1.ส่งเสริมเกษตรกรโดยการทำ Contract Farming เพื่อให้ได้ข้าวโพดดีสายพันธุ์พิเศษ Golden Sweet Corn

2.พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้หลากหลาย เพื่อใช้ผลผลิตทางการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

3.จัดตั้ง V Food LAB เพื่อทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่

โอกาสของเอสเอ็มอี

สุดท้าย กรรมการผู้จัดการ บริษัท วี ฟู้ดส์ ได้ให้คำแนะนำกับผู้ประกอบการว่า เอสเอ็มอีรุ่นใหม่ควรให้ความสำคัญกับการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งในปัจจุบันเอสเอ็มอีมีโอกาสที่ดีเนื่องจากมีหน่วยงานจากภาครัฐหลายหน่วยงานให้การส่งเสริมและสนับสนุน มีสำนักงานนวัตกรรมต่างหลายแห่ง รวมถึงสถาบันการศึกษาและสถาบันการเงิน เช่น ธนาคารกรุงเทพ ที่มีโครงการต่างๆ ที่ส่งเสริมเอสเอ็มอีในการวิจัยและพัฒนา ทั้งการส่งเสริมองค์ความรู้ และให้การสนับสนุนในเรื่องเงินทุน

“เอสเอ็มอีควรหมั่นติดตามข่าวสารจากโครงการต่างๆ เมื่อได้เข้าร่วมก็จะสามารถพัฒนาสินค้า สร้างผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างจากสินค้าที่มีอยู่ทั่วไปในท้องตลาด และต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า รู้จักที่จะสร้างแบรนด์ เนื่องจากผู้บริโภคปัจจุบันมีความนิยมในของที่มีคุณภาพและมีตราสินค้า” คุณอภิรักษ์กล่าวทิ้งท้าย

 

แสดงความคิดเห็น