ออมสิน คิ๊กออฟซอฟท์โลนเฟด 2 วงเงิน 50,000 ล้านบาท

ธนาคารออมสิน เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คิ๊กออฟซอฟท์โลนระยะที่ 2 วงเงิน 50,000 ลบ. ด้วยเงื่อนไขใหม่กู้ได้รายละไม่เกิน 10 ลบ.

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า ตามที่รัฐบาลโดยดำริของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ภายใต้การนำ  ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงค์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติให้ดำเนินการภายใต้ “มาตรการการเงินการคลังเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ในระยะเร่งด่วน” ผ่าน “โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SME” วงเงิน 100,000 ล้านบาท ให้สถาบันการเงินนำไปปล่อยสินเชื่อต่อแก่ผู้ประกอบการ SME ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี ซึ่งธนาคารออมสินได้เริ่มดำเนินโครงการตั้งแต่เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2558 ที่ผ่านมา เพื่อให้เอสเอ็มอีรายเล็ก เข้าถึงแหล่งทุนนี้มากที่สุด คาดธุรกิจรายย่อย 5,000 รายได้รับความช่วยเหลือ

และเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2559 ได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง “โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนให้แก่ผู้ประกอบการ SME” ระหว่าง ธนาคารออมสิน สถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารพาณิชย์ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมงานด้วยรวมทั้งหมด ๒๐ แห่ง

ทั้งนี้ ปรากฏว่า โครงการดังกล่าว (ระยะแรก) ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง หลังจากที่สถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการรวม 19 แห่ง ที่เข้าร่วมโครงการได้รับแจ้งความประสงค์จากลูกค้าผู้ประกอบการ SME ซึ่งมีความต้องการวงเงินกู้นี้จำนวนมาก ทำให้ปล่อยกู้เต็มวงเงิน 100,000 ล้านบาท ไปเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการไปรวมจำนวนทั้งสิ้น 11,750 ราย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเห็นว่า ยังมีผู้ประกอบการอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ และได้แจ้งความประสงค์อยากให้รัฐบาลเพิ่มเติมวงเงินกู้รูปแบบนี้อีก รัฐบาลจึงได้มอบหมายให้ธนาคารออมสิน เร่งดำเนินปล่อยเงินกู้โครงการระยะที่ 2 หลังจากคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2558 เป็นที่เรียบร้อย

สำหรับโครงการระยะที่ 2 นี้ มีวงเงิน 50,000 ล้านบาท มีเงื่อนไขที่แตกต่างจากโครงการระยะแรก เพียงแค่เงื่อนไขเดียว คือ จำกัดวงเงินสินเชื่อต่อรายไว้ไม่เกิน 10 ล้านบาท (โครงการแรกกำหนดไว้ไม่เกิน 50 ล้านบาท) ส่วนอัตราดอกเบี้ย เงื่อนไขอื่นๆ เหมือนโครงการระยะแรก โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าโครงการนี้ได้ประมาณ 5,000 ราย

342 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น