SME จดนิติบุคคลได้ประโยชน์ทางภาษีมากกว่าที่คิด

การเลือกรูปแบบการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ SME จะส่งผลต่อการเสียภาษีอากรของกิจการนั้นๆ เป็นอย่างยิ่ง

          SME จดนิติบุคคลได้ประโยชน์ทางภาษีมากกว่าที่คิด

การเลือกรูปแบบการประกอบกิจการของผู้ประกอบการ SME  จะส่งผลต่อการเสียภาษีอากรของกิจการนั้นๆ เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในปัจจุบันหน่วยงานของรัฐต่างออกกฎหมายหลายฉบับเพื่อสนับสนุนและจูงใจให้ผู้ประกอบการซึ่งประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดาให้เปลี่ยนมาประกอบกิจการในรูปของนิติบุคคลเพิ่มมากขึ้น

โดยภาครัฐพยายามชี้ให้ผู้ประกอบการเห็นว่าการประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดาอาจเสียภาษีหรือมีความไม่แน่นอนมากกว่าการประกอบกิจการในรูปของนิติบุคคล จากสาเหตุหลายประการ เช่น อัตราภาษีที่แตกต่างกัน การหักค่าใช้จ่ายที่เป็นการเหมาของบุคคลธรรมดา ซึ่งไม่ต้องใช้หลักฐานประกอบการหักค่าใช้จ่าย ไม่สะท้อนการประกอบการที่แท้จริงของผู้ประกอบการ การไม่มีระบบการจัดทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ.2543 ทำให้ขาดข้อมูลทางบัญชีในเชิงการบริหารจัดการและการดำเนินธุรกิจและมีความเสี่ยงตามกฎหมายของกรมสรรพากรเกี่ยวกับการกระทำความผิดอาญาฐานหลีกเหลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษีที่เข้าข่ายกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น

จากกรณีดังกล่าวผู้ประกอบการไทยจึงต้องตระหนักถึงปัจจัยต่างๆ ในการเลือกรูปแบบของการประกิจการ ซึ่งหากนำรูปแบบการประกอบกิจการที่ตนเลือกมาประกอบกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ที่ภาครัฐได้ออกมาส่งเสริมตามแล้วอาจเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้ว่าควรประกอบกิจการในรูปแบบใดได้ดียิ่งขึ้น

  1. รูปแบบและภาระภาษีสำหรับการประกอบธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

เมื่อบุคคลได้ตัดสินใจหรือทราบว่าจะประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการอะไรแล้วสิ่งสำคัญประการถัดมาที่ต้องคำนึงและตัดสินใจ คือ ควรประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในรูปของบุคคลธรรมดา/ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล หรือบริษัท/ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เนื่องจากแต่ละรูปแบบ มีลักษณะรายละเอียดในด้านต่างๆ เช่น การจดทะเบียน การเสียภาษีอากร เป็นต้น รวมทั้งข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน การเลือกรูปแบบของการประกอบกิจการมีข้อดี ข้อเสีย แตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรตัดสินใจให้ดีก่อนเริ่มประกอบกิจการ โดยหากพิจารณาในประเด็นภาษีอากร การประกอบการในรูปของบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่มิใช่นิติบุคคล และห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัทจำกัด มีวิธีการคำนวณ อัตราภาษี การจัดทำหลักฐานเพื่อใช้พิสูจน์ค่าใช้จ่าย รวมทั้งการจัดทำบัญชี แตกต่างกัน ผู้ประกอบการควรพิจารณากิจการของตนเหมาะสมกับรูปแบบใด

  1. สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการแปลงสภาพจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล

ผู้ประกอบการที่ได้เลือกประกอบกิจการในรูปบุคคลธรรมดาแล้ว ต่อมาหากพบว่า การประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดานั้นไม่เหมาะสมกับลักษณะกิจการของตน และประสงค์จะเปลี่ยนมาประกอบกิจการในรูปของนิติบุคคล ผู้ประกอบการสามารถกระทำได้โดยการโอนทรัพย์สินของตน เช่น โอนสินค้าที่มีไว้ขาย บ้านหรืออาคารที่ใช้ในการประกอบกิจการ โอนรถยนต์ที่ในการใช้ส่งสินค้า ให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด โดยผู้โอนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี 2 กรณี ดังนี้

2.1 ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์สำหรับการโอนทรัพย์สิน กรมสรรพากรจึงได้ออกพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 630) พ.ศ.2560 กำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพื่อยกเว้นภาษีอากรจากการโอนกิจการดังกล่าว โดยบุคคลธรรมดาต้องโอนทรัพย์สิน ได้แก่ อสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ รวมทั้ง สินค้า ตามราคาตลาดให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งและจดทะเบียนจัดตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 เพื่อใช้เป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ

2.2 การลงรายจ่ายได้ 2 เท่าในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการ SME นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นได้จดทะเบียนจัดตั้งระหว่างวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560 มีทุนที่ชำระแล้วในวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาทและมีรายได้จากการขายสินค้าหรือให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท (SME) สามารถนำรายจ่ายอันเกิดจากการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล ค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชี มาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า เป็นเวลา 5 รอบระยะเวลาบัญชีต่อเนื่องกัน

  1. การจดทะเบียนนิติบุคคลจะช่วยคุณประหยัดภาษีได้

หากกิจการของคุณคาดการณ์ได้ว่าจะมีกำไรเกิน 1 ล้านบาทต่อปี  หรือตอนนี้กำลังทำธุรกิจแบบบุคคลธรรมดาอยู่แล้วกำไรสุทธิก่อนภาษีกำลังจะเกิน 1 ล้านบาท คุณควรเลือกที่จะจดทะเบียนเป็นแบบนิติบุคคล โดยมีทุนจดทะเบียนไม่ควรเกิน 5 ล้านบาทเพื่อให้เข้าเงื่อนไข SME ตัวอย่างเช่น หากมีกำไร 3 ล้านบาท กรณีเป็นนิติบุคคลจะประหยัดภาษีได้ถึง 90,000 บาท  และหากมีกำไร 5 ล้านบาทจะช่วยประหยัดภาษีได้ถึง 160,000 บาทเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนนิติบุคคลจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ มากมาย ซึ่งยังไม่นับรวมสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ภาครัฐออกมาส่งเสริมภาคธุรกิจ SME ต่างๆ อีกมากมายเช่นกัน

แสดงความคิดเห็น