8 พฤติกรรมท่องเที่ยวในปี 2018 ที่แตกต่างจาก 2017 โดยสิ้นเชิง

เพราะทุกวันนี้โลกของเราพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้น ส่งผลให้เพื่อนๆ ทั้งหลายมากกว่า 82% อยากจะไปเที่ยวชม 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกให้ได้สักครั้งอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งที่ในปีหน้า

8 พฤติกรรมท่องเที่ยวในปี 2018 ที่แตกต่างจาก 2017 โดยสิ้นเชิง

Highlight :

  • ปีหน้าสิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นมาคือเรื่องของเทคโนโลยี VR หรือก็คือ ภาพเสมือนจริง ที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวจริงได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน
  • มากกว่า 82% อยากจะไปเที่ยวชม 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกให้ได้สักครั้งอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งที่ในปีหน้า
  • กว่า 34% บอกว่าอยากจะกลับไปเที่ยว เยือนสถานที่ท่องเที่ยวเก่าๆ ที่เคยไปในช่วงวัยเด็ก
  • นักท่องเที่ยว มักอยากที่จะไปในสถานที่ที่เหล่ายูทูปเบอร์ หรือบล็อกเกอร์มารีวิว
  • เทรนด์รักสุขภาพยังคงมาแรงกันแบบต่อเนื่อง ถึงแม้คนส่วนมากจะยังคงเที่ยวกันแบบจัดหนัก แต่ก็หันมาทานอาหารที่ได้ประโยชน์มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน
  • นักท่องเที่ยวในปี 2018 จะหันมาใส่ใจงบการเงินมากขึ้น
  • คนส่วนใหญ่จะชอบสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นดูว่ากินยังไง อยู่ยังไง นอนยังไง เพื่อเป็นการท่องเที่ยวแบบซื้อประสบการณ์

 

เชื่อเลยว่าถึงแม้ทุกวันนี้เศรษฐกิจบ้านเราจะไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ มีคนออกมาบ่นกันเยอะว่านั่นแพง นี่แพง หมุนเงินเดือนไม่ชนเดือน แต่นิสัยคนไทยเราพอเข้าวันหยุดยาวเมื่อไหร่ ก็อยากที่จะไปเที่ยวกันอยู่ดี ซึ่งวันนี้เราจะมาพาเพื่อนๆ ทุกคนไปส่องพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในปี 2018 ที่กำลังใกล้จะเข้ามาว่า ในปีหน้านี้คนส่วนใหญ่เค้ามีแนวคิดเรื่องการท่องเที่ยวยังไงบ้าง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ Booking.com เค้าเป็นคนรวบรวมมาให้เราเรียบร้อยแล้ว

 

  1. ขอให้ได้ตัดสินใจก่อนไปพื้นที่จริง

เดี๋ยวนี้แค่มีคนมารีวิวรูปภาพลงเว็บไซต์ให้ดูมันไม่พอแล้วนะครับ เพราะผู้บริโภคเค้าเริ่มรู้ทันการใช้กล้องดีๆ แต่งสี แต่งภาพ ซะจนสวยเกินจริงกันแล้ว ดังนั้นในปีหน้าสิ่งที่ต้องเพิ่มขึ้นมาคือเรื่องของเทคโนโลยี VR หรือก็คือ ภาพเสมือนจริง ที่จะทำให้เราสามารถมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวจริงได้ตั้งแต่อยู่ที่บ้าน ช่วยตัดสินใจได้ว่ามันสวยหรือไม่สวย และคุ้มค่ากับการเสียวันหยุดยาวครั้งนี้ไปรึเปล่า ซึ่งมีผู้เดินทางจำนวนกว่า 64% เลยนะที่บอกว่าอยากจะมองเห็นอะไรแบบนี้ก่อนที่จะเดินทางจริง

 

  1. เยือนสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

เพราะทุกวันนี้โลกของเราพัฒนาขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องง่ายขึ้น ส่งผลให้เพื่อนๆ ทั้งหลายมากกว่า 82% อยากจะไปเที่ยวชม 1 ในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกให้ได้สักครั้งอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งที่ในปีหน้า และที่สำคัญนะคือ 1 ใน 3 ของคนส่วนใหญ่อยากที่จะไปลองลิ้มชิมรสอาหารท้องถิ่นในสถานที่ท่องเที่ยวที่ตัวเองกำลังจะไปด้วยแหละ

 

  1. รื้อความทรงจำเก่าๆ ออกมา

กว่า 34% บอกว่าอยากจะกลับไปเที่ยว เยือนสถานที่ท่องเที่ยวเก่า ๆ ที่เค้าเคยไปในช่วงวัยเด็ก อยากที่จะดึงความทรงจำเหล่านั้นกลับมาอีกครั้ง เพราะเค้าได้หวนคิดถึงความรู้สึกและช่วงเวลาดีๆ ในอดีตนั่นเอง

 

  1. ใครไปไหน เราไปด้วย

เกินกว่าครึ่งของนักท่องเที่ยว มักอยากที่จะไปในสถานที่ที่เหล่ายูทูปเบอร์ หรือบล็อกเกอร์มารีวิว ซึ่งสร้างความมั่นใจว่า ถ้าไปตามคนเหล่านี้ หรือตามที่ที่คนในโลกโซเชียลแชร์กัน จะต้องได้พบกับสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามแน่นอน ยิ่งถ้าสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ พวกนั้นอยู่ใน MV หรือ ภาพยนตร์ ด้วยนะ รับรองว่าปีหน้าคนไปเที่ยวกันเพียบ

 

  1. เที่ยวไปกินไป ใส่ใจสุขภาพ

เทรนด์รักสุขภาพยังคงมาแรงกันแบบต่อเนื่อง ถึงแม้คนส่วนมากจะยังคงเที่ยวกันแบบจัดหนัก แต่ก็หันมาทานอาหารที่ได้ประโยชน์มากขึ้นไปพร้อมๆ กัน กว่า 59% บอกว่า อยากจะลองไปเที่ยว ปั่นจักรยาน ทำทรีทเมนต์ นั่งสมาธิ ทุกอย่างให้ครบในการท่องเที่ยวครั้งเดียว ดีกว่านั่งๆ นอนๆ อยู่ในห้องพักหรูๆ

 

  1. วิเคราะห์งบการเงินกันแบบถี่ถ้วน

สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนที่บทจะเที่ยวก็เที่ยวกันจนหมดตัว เพราะอย่างที่บอกกันไปว่า ยุคนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยจะสู้ดี เลยทำให้นักท่องเที่ยวในปี 2018 จะหันมาใส่ใจงบการเงินมากขึ้น 47% จะคำนึงถึงอัตราการแลกเปลี่ยนสกุลเงินระหว่างประเทศ โดยการวางแผนล่วงหน้าไว้ก่อนเลย และกว่า 48% จะส่องจุดหมายปลายทางก่อนด้วยว่า เศรษฐกิจที่นั่นเป็นยังไง

 

  1. เดินทางกับเพื่อน อะไรก็สนุก

ไปเที่ยวกับเพื่อนยังไงก็สนุกนะ อย่างน้อยๆ ก็ไม่เหงาเหมือนไปเที่ยวคนเดียว อีกทั้งยังสามารถแชร์ค่าห้องพักกัน ทำให้เข้าพักในโรงแรมที่หรูหราขึ้นกว่าเดิมได้ จุดมุ่งหมายของคนชอบเที่ยวในปีหน้าก็คือเที่ยวกับเพื่อนนี่แหละ

 

  1. สัมผัสชีวิตคนท้องถิ่น

นี่แหละครับไฮไลท์ของพฤติกรรมผู้บริโภคในปีหน้า เพราะคนส่วนใหญ่จะชอบสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของคนในท้องถิ่นดูว่าเค้ากินยังไง อยู่ยังไง นอนยังไง เพื่อเป็นการท่องเที่ยวแบบซื้อประสบการณ์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีการท่องเที่ยวที่ไหนในโลกให้ได้

แสดงความคิดเห็น