ปฏิเสธอย่างไรไม่ให้เสียน้ำใจเวลาทำงาน

จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียน้ำใจกัน หรือจะปฏิเสธแบบไหนให้ดูไม่น่าเกลียด คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนและหาคำตอบกันไม่ได้สำหรับใครหลายๆ คน

Highlight :

  • การปฏิเสธช่วยให้มีเวลาทำงานของตัวเองมากขึ้น ใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ไม่จมปลักอยู่กับการทำงาน สามารถทำงานได้เสร็จตรงตามเวลา และกล้าที่จะปฏิเสธงานต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต
  • ปฏิเสธเมื่องานใหม่กระทบกับงานปัจจุบันของตัวเอง งานใหม่จะทำให้ธุรกิจของเราเดือดร้อน เป็นงานที่เราไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ หรือทำส่งไม่ทันแน่ ๆ
  • บอกไปตรง ๆ เลยว่าทำไมเราถึงต้องปฏิเสธ เหตุผลของเราคืออะไร
  • ให้ความช่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เราพอจะทำได้ก็พอ
  • ถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีเวลาว่างสำหรับมอบความช่วยให้ใครก็ตาม อย่าได้ไปรับปากเด็ดขาด
  • บอกไปตรงๆ เลยว่าตอนนี้เราไม่ว่างจริงๆ คงจะช่วยไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมตบท้ายด้วยว่า งานหน้าจะช่วยอย่างเต็มที่
  • ถึงแม้เราจะช่วยอะไรเค้าไม่ได้จริงๆ แต่เราก็สามารถทำให้คนที่เข้ามาขอร้องรู้สึกสบายใจขึ้นได้

 

ขึ้นชื่อว่าคนไทย ยังไงเรื่องของความเกรงใจมันก็ต้องมีอยู่ในตัวกันอยู่แล้วจริงไหมครับ ซึ่งความเกรงใจตรงนี้มันก็จะช่วยให้เราสามารถยืนได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง สามารถช่วยเหลือตัวเอง ทำอะไรเองได้หมด แต่บางครั้งบางทีความเกรงใจที่มันมากเกินไปมันก็ย้อนกลับมาเล่นงานเราได้เหมือนกัน อย่างการที่มีคนมาไหว้วานให้เราทำงานต่างๆ ให้ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ค่อยจะมีเวลา ยิ่งถ้าเป็นผู้ประกอบการที่ต้องดูแลธุรกิจตัวเองนี่บอกเลยว่า เวลาเป็นเงินเป็นทองมากเลยล่ะครับ

แต่การที่เราจะปฏิเสธคนที่เข้ามาขอความช่วยเหลือนั้น มันก็ยากอยู่เหมือนกันนะครับ จะปฏิเสธยังไงไม่ให้เสียน้ำใจกัน หรือจะปฏิเสธแบบไหนให้ดูไม่น่าเกลียด คำถามเหล่านี้ยังคงวนเวียนและหาคำตอบกันไม่ได้สำหรับใครหลายๆ คน ดังนั้นเพื่อให้เวลาของเพื่อนๆ มีเหลือเฟือเท่าเดิม และยังคงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างไว้ได้อย่างดี วันนี้เราจะมาสอนเทคนิคการปฏิเสธแบบไม่ให้เสียน้ำใจกัน ซึ่งจะมีวิธีใดบ้างนั้น ตามไปชมกันเลย

 

ข้อดีของการรู้จักปฏิเสธ

  • มีเวลาทำงานของตัวเองมากขึ้น
  • ใช้ชีวิตได้อย่างสมดุล ไม่จมปลักอยู่กับการทำงาน
  • สามารถทำงานได้เสร็จตรงตามเวลา
  • กล้าที่จะปฏิเสธงานต่างๆ ที่จะตามมาในอนาคต

 

เมื่อไหร่ถึงควรปฏิเสธ

  • งานใหม่กระทบกับงานปัจจุบันของตัวเอง
  • งานใหม่จะทำให้ธุรกิจของเราเดือดร้อน
  • เป็นงานที่เราไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่
  • ทำส่งไม่ทันแน่ๆ

 

แบบไม่ให้เสียน้ำใจ

พูดตามความจริง

บอกไปตรง ๆ เลยว่าทำไมเราถึงต้องปฏิเสธ เหตุผลของเราคืออะไร บอกเหตุผลที่น่ามีน้ำหนักไปตรงๆ

ยกตัวอย่าง : ขอโทษจริงๆ ฉันคงช่วยไม่ได้หรอก เพราะว่าฉันมีงานที่ต้องส่งอาทิตย์นี้ด้วย

 

เสนอทางเลือก

บางทีถึงแม้เราจะช่วยไม่ได้ในตอนนั้นเราก็อาจจะช่วยเค้าในภายหลังก็ได้ หรือถ้างานนั้นรีบใช้จริงๆ แต่เราก็มีงานที่ต้องทำของเราเหมือนกัน ลองให้ความช่วยเล็กๆ น้อยๆ เท่าที่เราพอจะทำได้ก็พอ

ยกตัวอย่าง : ขอโทษจริงๆ ตอนนี้เราคงช่วยทำทั้งหมดไม่ได้ เพราะมีโปรเจคต์ที่ต้องส่งอยู่ด้วย แต่ถ้ามีตรงไหนที่อยากให้ช่วยคิด หรืออยากได้คำปรึกษา บอกได้เลยนะ เดี๋ยวแนะนำให้

 

ดูตารางงานเพื่อหาเวลาว่าง

ถ้าไม่มั่นใจว่าตัวเองจะมีเวลาว่างสำหรับมอบความช่วยให้ใครก็ตาม อย่าได้ไปรับปากเด็ดขาด ให้ตรวจสอบให้มั่นใจว่าว่างจริงๆ แล้วค่อยออกตัว

ยกตัวอย่าง : เสียดายจัง ช่วงอาทิตย์นี้ทั้งอาทิตย์เราไม่ว่างเลยจริงๆ ถ้ายังไงพอจะรอได้ไหม สักอาทิตย์หน้าเราน่าจะว่างแล้ว

 

เสนอความช่วยเหลือในคราวหน้าแทน

บอกไปตรงๆ เลยว่าตอนนี้เราไม่ว่างจริงๆ คงจะช่วยไม่ได้ แต่ต้องไม่ลืมตบท้ายด้วยว่า งานหน้าจะช่วยอย่างเต็มที่ เพื่อให้เค้ารู้สึกว่าเราไม่ใช่คนไร้น้ำใจ แค่เราไม่ว่างจริงๆ

ยกตัวอย่าง : ขอโทษทีนะ ตอนนี้เราไม่ว่างเลยจริงๆ งานเราเองก็ล้นมือมากเลย เสียดายจัง ถ้ายังไงครั้งหน้า ถ้าเราว่างจะช่วยเต็มที่เลย

 

แสดงความเห็นใจ

ถึงแม้เราจะช่วยอะไรเขาไม่ได้จริงๆ แต่เราก็สามารถทำให้คนที่เข้ามาขอร้องรู้สึกสบายใจขึ้นได้ ซึ่งนี่เป็นการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างเราและเค้าได้เป็นอย่างดี

ยกตัวอย่าง : เราขอโทษด้วยนะที่ช่วยงานไม่ได้จริงๆ เพราะตารางงานเราตอนนี้เต็มแล้วด้วย แถมมีงานที่ต้องส่งอาทิตย์นี้อีก แต่เราเข้าใจเลยว่างานที่เธอทำมันยาก ถ้ายังไงเดี๋ยวเราแนะนำคนที่พอจะช่วยได้ให้นะ

 

แสดงความคิดเห็น