“อะโวคาโด” เกษตรก้าวหน้า อ.เขาค้อ ปลูกง่ายรายได้ดี

“อะโวคาโด” จากโครงการเกษตรที่สูงจากพระราชดำริ ด้วยแนวคิดเกษตรก้าวหน้า เพิ่มการใช้นวัตกรรมต่อยอดมูลค่า ผนึกกำลังแก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง

“อะโวคาโด” เกษตรก้าวหน้า อ.เขาค้อ ปลูกง่ายรายได้ดี

จากผลไม้ไร้ค่าสู่พืชเศรษฐกิจ

คุณภานุภัทร นันทะคำวงษ์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการเกษตรตำบลริมสีม่วง อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า “อะโวคาโด” เป็นผลไม้ที่ชอบอากาศเย็น ริเริ่มปลูกมาจากโครงการเกษตรที่สูง ซึ่งเป็นโครงการหลวงจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เมื่อหลายปีก่อน เมื่อกระแสรักสุขภาพเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภค ทำให้อะโวคาโดเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก ประกอบกับเกษตรกรในพื้นที่เริ่มประสบปัญหาการใช้ยาฆ่าแมลงปลูกผักในพื้นที่ จึงเริ่มมีการส่งเสริมการปลูกมากขึ้น เนื่องจากเป็นการสร้างโอกาสจากสิ่งที่มีอยู่แล้ว อะโวคาโดจึงค่อยๆ เติบโตในตลาด และกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของอำเภอเขาค้อในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ประโยชน์สูง ปลูกและดูแลง่าย

อะโวคาโดเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะมีทั้งวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  ไขมันในอะโวคาโดเป็นไขมันชนิดที่ดี อีกทั้งยังมีน้ำตาลน้อยและมีไฟเบอร์สูง ทำให้รู้สึกอิ่มนาน ช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี บำรุงระบบประสาทและสมอง ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง เพราะเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มแคโรทีนอยด์ และยังมีสรรพคุณในการบำรุงและรักษาดวงตา

“อะโวคาโด เป็นผลไม้ตามฤดูกาล ในหนึ่งปีจะมีการออกผลหนึ่งครั้ง แล้วแต่สายพันธุ์โดยเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงช่วงกลางปี โดยการปลูกมี 2 วิธีคือ 1.การเพาะเมล็ด ใช้เวลาการปลูก 4-5 ปี จึงจะสามารถเก็บผลผลิตได้ และ 2.วิธีการเสียบยอด ซึ่งจะเติบโตเร็วกว่า ออกผลได้ใน 2-3 ปี ซึ่งอะโวคาโดนั้นเป็นพืชที่แข็งแรง ทนทาน สามารถปลูกทิ้งไว้โดยไม่ต้องยุ่งยากในการดูแล” ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนฯ กล่าว

แนวคิดเกษตรก้าวหน้า มองความต้องการของตลาด

คุณภานุภัทรเล่าต่อว่า เกษตรกรในพื้นที่อำเภอเขาค้อหันมานิยมปลูกอะโวคาโดเสริมจากพืชหลัก คือกะหล่ำ หรือ พืชเมืองหนาวชนิดอื่นๆ เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ ทำให้ปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งขายส่งไปจำหน่ายต่อหรือขายปลีกให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนอำเภอเขาค้อ เนื่องจากผู้บริโภคหันมาใส่ใจต่อสุขภาพมากขึ้น เน้นการรับประทานพืชผักที่ปลอดสารพิษ   โดยอะโวคาโดเป็นพืชที่แข็งแรง ออกผลและเก็บเกี่ยวได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ตอบรับกับนโยบายของทางจังหวัดเพชรบูรณ์ที่เน้นให้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ อีกทั้งยังมีราคาดี โดยขายปลีกอยู่ที่กิโลกรัมละ 80-100 บาท

“การปลูกกะหล่ำ หรือ ผักกาดขาว ต้องใช้ยาฆ่าแมลง ซึ่งไม่ดีต่อทั้งผู้บริโภคและเกษตรกรเอง แต่สำหรับการปลูกอะโวคาโด ไม่ต้องฉีดยา ไม่ต้องใช้สารเคมี และข้อดีคือตลาดต้องการสูง บางครั้งถึงขนาดผลผลิตไม่เพียงพอ แม้จะไม่ได้ออกผลผลิตตลอดทั้งปี แต่ในช่วงฤดูกาลก็สามารถสร้างรายได้เป็นเงินหลายหมื่นบาทต่อปี” คุณภานุภัทรกล่าว

รวมกลุ่มเกษตรกรแก้ปัญหาพ่อค้าคนกลาง

คุณภานุภัทรกล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องจากที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่องกลไกราคา แม้มีความต้องการสูง ราคาในตลาดแพง แต่เกษตรผู้เพาะปลูกกลับได้ราคาไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเนื่องจากถูกตัดราคาโดยพ่อค้าคนกลาง จึงมีการรวมกลุ่มของเกษตรกรประมาณ 12 ราย เป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งรวมแล้วมีกำลังการผลิตประมาณ 100 กว่าไร่ รวมกลุ่มกันเพื่อลดปัญหาพ่อค้าคนกลางที่ทำให้ผลผลิตมีรายได้ต่ำ ส่งสินค้าจากผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง มีการประสานขอความร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ ในการหาตลาดเพื่อเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้ารวมทั้งอบรมให้ความรู้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่

“เมื่อรวมกลุ่มกันแล้วทำให้มีพลัง ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ มีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยทั้งในเรื่องตลาดและการให้ความรู้  ทำให้มีหลักคิดที่ดีและถูกต้องในการทำการเกษตรแบบสมัยใหม่ ไม่เสียเปรียบพ่อค้าคนกลาง ได้ราคาเต็มเม็ดเต็มหน่วย สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ทำให้ฐานะมั่นคงและส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

วางแผนการแปรรูปเพิ่มมูลค่า

เกษตรกรหนุ่มคาดการณ์ว่า อะโวคาโดจะเป็นผลไม้ที่ตลาดยังคงมีความต้องการต่อเนื่องในอนาคต โดยเล็งเห็นโอกาสในเรื่องของการแปรรูป ต้องการต่อยอดให้ได้ราคาที่ดีกว่าเดิม เนื่องจากปัจจุบันมีสินค้าเกษตรแปรรูปหลายชนิดประสบความสำเร็จ อีกทั้งภาครัฐยังให้การสนับสนุนในเรื่ององค์ความรู้ในการนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยอีกด้วย

“เราต้องการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งการที่จะทำได้นั้นต้องมีการนำนวัตกรรมเข้ามาประยุกต์ใช้  เช่น อาจนำไปปั่นเป็นไอศกรีม นำไปอบแห้ง บรรจุกระป๋องเพื่อส่งขายตามห้างสรรพสินค้าหรือมองไกลไปถึงตลาดส่งออก รวมถึงการสร้างบรรจุภัณฑ์ที่ดีและได้มาตรฐานมากขึ้น” คุณภานุภัทร กล่าวทิ้งท้าย

8719 Total Views 45 Views Today
แสดงความคิดเห็น