ขอแค่สู้ต่อ อย่ายอมแพ้ “เลมอนมี” บูรณาการความรู้สู่ความสำเร็จ

แทบหมดตัว!! จากวิกฤติน้ำท่วมปี 54 ขาดทุนหลัก 10 สิบล้าน ปรับเปลี่ยนวิธีการด้วยองค์ความรู้ ต่อยอดขยายธุรกิจเป็นการแปรรูป ใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด บูรณาการภูมิปัญญาจากรุ่นพ่อและแนวคิดการตลาดยุคใหม่สู่ความสำเร็จ

“เลมอนมีฟาร์ม” ตั้งอยู่ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม คือฟาร์มมะนาวยุคใหม่ของ คุณธงชัยพัฒน์ ดีสวัสดิ์ ที่ปรับเปลี่ยนฟาร์มกล้วยไม้จากวิกฤติน้ำท่วมเป็นสวนมะนาว ซึ่งในปัจจุบันบริหารงานโดยคุณฤดีรัตน์ ดีสวัสดิ์ บุตรสาว ที่นำแนวคิดเกษตรก้าวหน้ามาบูรณาการกับความรู้ของคุณพ่อจนประสบความสำเร็จ

จากกล้วยไม้สู่มะนาว 

โดยคุณฤดีรัตน์ เปิดเผยถึงการทำงาน ว่าก่อนหน้านี้คุณพ่อเป็นเกษตรกรมาประมาณ 40 ปี ทำเกษตรมาหลายรูปแบบตั้งแต่ทำนา ทำสวน สุดท้ายมาประสบความสำเร็จกับการเพาะกล้วยไม้ ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่ให้ผลตอบแทนที่ดีเพราะราคาสูงกว่าพืชผักทั่วไปในท้องตลาด โดยทำมาจนมาถึงช่วงปี 2550 ราคากล้วยไม้เริ่มตกต่ำ มีการแข่งขันทางการตลาดสูง คุณพ่อจึงมีแนวความคิดว่าหากปลูกแต่กล้วยไม้อย่างเดียวธุรกิจอาจไม่ยั่งยืน

จากนั้นจึงมองหาพืชตัวอื่นที่มีราคาสูงใกล้เคียงกันกับกล้วยไม้ ศึกษาหลายประเภทจนมาถึงมะนาวที่มองว่ามีราคาสูงทุกปีในช่วงหน้าแล้ง จากนั้นจึงศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับมะนาวอยู่ประมาณ 1 ปี ว่ามะนาวมีกี่สายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีวิธีการปลูก การเจริญเติบโต มีจุดเด่นจุดด้อยอย่างไร ซึ่งแต่ละสายพันธุ์นั้นมีความแตกต่างกันออกไป สุดท้ายได้สายพันธุ์ที่เหมาะสม คือพันธุ์ “แป้นแม่ลูกดก”  จากศูนย์วิจัยพืชสวนจังหวัดพิจิตร โดยผู้วิจัยพันธุ์คืออาจารย์วัง สุขประเสริฐ

“ได้ต้นแม่พันธุ์มา 10 ต้น คัดต้นที่ดีที่สุด เป็นมะนาวพันธุ์แป้นเปลือกบาง น้ำเยอะกลิ่นหอม ออกลูกดก” คุณฤดีรัตน์กล่าว

 

วิกฤติน้ำท่วมและการเริ่มต้นใหม่

จากนั้นจึงเริ่มปลูกมะนาว คือปี 2551 ใช้วิธีปลูกในวงบ่อซีเมนต์เป็นพื้นที่ 50 ไร่ จนถึงปี 2554 ออกดอกเจริญผลอย่างดี ผลเริ่มมีขนาดเท่าหัวไม้ขีด อีกประมาณไม่เกิน 3 เดือนจะสามารถเก็บขายได้ แต่ก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คือวิกฤติน้ำท่วมครั้งใหญ่ ซึ่งพื้นที่เสียหาย จมน้ำทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นมะนาวที่กำลังออกผล และกล้วยไม้ธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ 80 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพืชผลอื่นๆ เช่น พลู ข่า ตะไคร้ ที่ลงทุนปลูกไว้อีกประมาณ 20 ไร่ ซึ่งทั้งหมดกำลังอยู่ในช่วงใกล้จะเก็บขายได้ ซึ่งคุณฤดีรัตน์กล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งนั้นว่า

“เสียหายหนักมาก ที่ลงทุนไปสูญหมดร่วม 10 ล้าน ตัวเราเองลาออกจากงานมาทำอย่างเต็มตัว ณ ตอนนั้นยอมรับว่ารู้สึกถอดใจ แต่คุณพ่อบอกว่าแม้วันนี้เราจะล้ม แต่ก็สามารถลุกขึ้นได้ ขอแค่สู้ต่อ อย่ายอมแพ้”

ด้วยคำแนะนำของคุณพ่อทำให้โดยคุณฤดีรัตน์สู้ต่อ กู้เงินมาลงทุนฟื้นฟูสวนขึ้นมาอีกครั้ง ทยอยปลูกขึ้นใหม่ตามกำลังที่ตัวเองมี ทั้งกล้วยไม้และมะนาว ซึ่งในส่วนของกล้วยไม้นั้นเมื่อเริ่มกลับมาตัดขายได้กลับต้องเจอกับปัญหาตลาดขาดช่วงและสินค้าออกมาพร้อมกันมากหลังจากวิกฤติน้ำท่วม ทำให้ราคาตกต่ำ จึงมาเน้นที่มะนาวซึ่งช่วงเวลานั้นมีราคาดี โดยขยายพื้นที่การปลูกจากเดิม 50 ไร่ เพิ่มมาแทนในส่วนของกล้วยไม้ที่ลดลงโดยใช้วิธีปลูกบนโต๊ะกล้วยไม้ เรียกว่าการปลูกมะนาวแบบลอยฟ้า ซึ่งให้ผลผลิตได้เช่นเดียวกัน

“แม้จะไม่ดีเท่าปลูกลงดิน แต่เป็นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์เพราะลดการปลูกกล้วยไม้ลง นอกจากนี้ยังเป็นการมองการณ์ไกลในกรณีหากราคากล้วยไม้กลับมาดีเหมือนเดิม ก็สามารถยกมะนาวลงเอากล้วยไม้มาปลูกได้เหมือนเดิม”

“เลมอนมี” แปรรูปเพื่อต่อยอดธุรกิจ

หลังจากลงทุนกับมะนาวอย่างเต็มตัว คุณฤดีรัตน์กล่าวว่ามีการขายที่ดี เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้งที่ราคาจะสูงมาก แต่พอเริ่มเข้าหน้าฝนก็เจอปัญหาคือราคาตก ผลผลิตล้นตลาด จึงคิดแก้ปัญหาหาด้วยการนำมะนาวมาแปรรูปเป็นน้ำมะนาวคั้นสด นำมะนาวที่ล้นตลาดมาคั้นเอาแต่น้ำเก็บไว้ขายในช่วงหน้าแล้ง และนอกจากนี้ยังนำมาทำเป็นน้ำมะนาวพร้อมดื่ม เริ่มจากบรรจุขวดขายหน้าร้านแบบธรรมดา ต่อมาได้รับการตอบรับดีจึงสร้างเป็นแบรนด์ “เลมอนมี”

“เริ่มจากทำเป็นน้ำมะนาวคั้นสดพร้อมดื่ม สำรวจความคิดเห็นจากลูกค้าที่ทดลองชิม ได้เป็นสูตรที่ลูกค้าส่วนใหญ่ชอบมากที่สุด ได้รับการตอบรับดีมาก จึงคิดกับน้องชายสร้างแบรนด์ขึ้นมา”

โดยการขายเน้นออกบูธตามห้างสรรพสินค้า ขายผ่านทางตัวแทนจำหน่ายตามจังหวัดต่างๆ โดยน้องชายทำหน้าที่ดูแลเรื่องการตลาด ส่วนตัวคุณฤดีรัตน์ดูแลในเรื่องของการผลิต ซึ่งยอดขายดีมาก จนมะนาวที่เคยเหลือจากการขายยังไม่เพียงพอต่อการผลิต ต้องทำการหาวัตถุดิบเพิ่ม โดยการหา Contract Farming หรือลูกสวน เพื่อให้มีมะนาวเพียงพอต่อการผลิตตามยอดขาย

โดยคุณฤดีรัตน์เล่าอีกว่า แม้จะแก้ไขปัญหาเรื่องวัตถุดิบและกระบวนการผลิตได้ แต่ต้องพบกับปัญหาในเรื่องการขาย เนื่องจากการออกบูธนั้นมีความเหนื่อยยาก มีการจัดการหลายอย่าง รวมทั้งปัญหาบุคลากรที่มีไม่พอ เจ้าของแบรนด์สาวจึงสนใจนำสินค้าเข้าโมเดิร์นเทรด ซึ่งมีข้อดีคือไม่ต้องไปออกบูธเอง แต่ลูกค้าสามารถเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น จึงได้นำสินค้าเข้าไปจำหน่ายโดยเริ่มจากห้าง Villa Market  Foodland  และห้างอื่นๆ รวมทั้งบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเมื่อสินค้ามีช่องทางการขายมากขึ้น ทำให้สามารถสร้างมาตรฐานราคากับลูกสวนได้สูงกว่าท้องตลาด เป็นการจูงใจให้ลูกสวนปลูกและสนใจการส่งมะนาวมาขายที่ฟาร์มอย่างจริงจัง

“ปีที่ผ่านมาเลมอนมีประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มียอดขายต่อเดือนสูงถึงหลักแสนขวด รายได้ทั้งปีเฉลี่ย 1.5 ล้านบาทต่อเดือน โดยในเดือนเมษายนซึ่งเป็นช่วงหน้าร้อนมียอดขายสูงสุดประมาณ 2.5 ล้านบาท” คุณฤดีรัตน์กล่าว

เมื่อยอดขายปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จมียอดขายสูงมาก ในปีนี้จึงมีการลงทุนเพิ่ม โดยการสร้างโรงงานใหม่เพื่อรองรับการผลิต ทดแทนแรงงานคน มีแนวคิดคือพยายามใช้แรงงานคนให้น้อยที่สุด เพื่อลดปัญหาด้านการจัดการ ได้ปริมาณงานที่มากกว่า แม้ช่วงแรกจะลงทุนสูงแต่จะคุ้มค่าในระยะยาว มีการสร้างห้องเย็นเพื่อเก็บสต็อกน้ำมะนาว สร้างหน้าร้านที่ฟาร์มใหม่ ปรับเป็นที่พักสำหรับผู้มาเที่ยว มีร้านกาแฟ ขนมและของฝาก

 

ใช้วัตถุดิบให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ส่วนการพัฒนาต่อไปในอนาคต โดยคุณฤดีรัตน์ กล่าวว่า จะเพิ่มแบรนด์สินค้าขึ้นมาจับตลาดรอง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแบรนด์ได้มากขึ้น เป็นน้ำมะนาวเพื่อสุขภาพที่คุณภาพใกล้เคียงกัน จับกลุ่มผู้บริโภคหลักประเภทเครื่องดื่มทั่วไปในท้องตลาด สร้างเป็นแบรนด์ใหม่ที่ไม่ใช่เลมอนมี

ส่วนด้านสินค้ามีจะมีความหลากหลายมากขึ้น มีน้ำมะนาวอัญชันและน้ำมะนาวหญ้าหวานซึ่งกำลังอยู่ในช่วงการขอใบอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เตรียมพร้อมออกวางจำหน่ายในโมเดิร์นเทรดต่างๆ เร็วๆ นี้ นอกจากนี้จะมีการแตกไลน์โปรดักส์เพิ่มเป็นเจลลีมะนาว เปลือกมะนาวเคลือบชะเอม เปลือกมะนาวดองน้ำปลา เพื่อเป็นการสร้างตัวเลือกให้กับลูกค้าและใช้วัตถุดิบที่มีให้เกิดประโยชน์คุ้มค่ามากที่สุด

“นอกจากที่กล่าวมายังมีแผนนำนวัตกรรมเข้ามาช่วยวิจัยเพื่อทำเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ทำจากเปลือกมะนาว เนื่องจากมองว่ามะนาวเป็นผลผลิตที่ยังต่อยอดได้อีกเยอะ”

ไม่ลงมือทำความสำเร็จก็ไม่มีทางเกิด

เมื่อถามถึงปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คุณฤดีรัตน์ กล่าวว่า เนื่องจากเป็นธุรกิจของครอบครัว ซึ่งมีพื้นฐานความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเกษตรจากคุณพ่อและคุณแม่ ส่วนตนเองและน้องชายนั้นดูแลเรื่องการตลาดและแนวความคิดใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับธุรกิจ ซึ่งเป็นความลงตัวของทั้งสองด้านจนทำให้ประสบความสำเร็จ

และอีกปัจจัยหนึ่งคือการไม่หยุดอยู่กับที่ ตลอดเวลาในการทำงานศึกษาหาความรู้อยู่ตลอดเวลา มองกระแสการตลาดอยู่ตลอดว่าเป็นอย่างไรแล้วพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการ เช่นกระแสสินค้ารักสุขภาพ หรือกระแสทำการตลาดด้วยการตกแต่งบูธและการออกแบบบรรจุภัณฑ์

สุดท้ายเจ้าของแบรนด์สาวคนเก่งได้ให้คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการหน้าใหม่ไว้ด้วยว่า

“ในการจะเริ่มธุรกิจอะไรต้องศึกษาให้รอบด้าน สร้างแผนธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นมา เช่นการวิจัยตลาด การวางแผนด้านงบการเงินที่ครอบคลุมในเรื่องการลงทุน การหมุนเวียน การทำโฆษณา และสุดท้ายที่สำคัญที่สุดคือ คิดแล้วต้องลงมือทำ เพราะหากเตรียมพร้อมครบทุกด้านแต่ไม่กล้าลงมือ ทำความสำเร็จก็ไม่มีทางเกิดขึ้นมา” คุณฤดีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก  หรือสายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น