เรียนรู้เมียนมาร์ในแบบฉบับ จิรวัฒน์ เดชาเสถียร

เปิดเผยเทคนิคในการเข้าสู่ตลาดเมียนมาร์ กับคุณจิรวัฒน์ เดชาเสถียร Associate Director International Business บมจ.สยามแม็คโคร

คุณจิรวัฒน์ เริ่มต้นเล่าว่า ได้มีโอกาสเดินทางไปเมียนมาร์ในปี 2003 รวมระยะเวลาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลาถึง 12 ปี ในการทำธุรกิจในเมียนมาร์ ดำเนินธุรกิจ Trading การค้าชายแดน และ Business Development แต่ในปัจจุบันรับตำแหน่ง Associate Director International Business ให้กับ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน)

เมื่อ 12 ปีก่อน สมัยทำธุรกิจในเมียนมาร์
การเริ่มต้นธุรกิจในเมียนมาร์แบรนด์สินค้าตัวแรกที่เริ่มทำคือ Foremost นมข้นแบรนด์อลาสก้า  และนมข้นหวานเรือใบ ส่วนแบรนด์ต่อมาที่นำเข้าคือ F&N และDKSH  เมื่อ 12 ปีก่อนความยากอยู่ที่การเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภค หัวใจของการทำธุรกิจนอกจากการค้าชายแดนแล้ว นักธุรกิจต้องทราบพฤติกรรมผู้บริโภค อย่างเช่น ฉลากสินค้าหากมีการเปลี่ยนแปลง ชาวเมียนมาร์จะคิดว่าเป็นของปลอม

การเริ่มต้นนำสินค้าไปต่างแดน
SME ไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าจะตั้งต้นอย่างไรหากต้องการนำสินค้าส่งออกไปขายต่างประเทศ หลายธุรกิจ SME ไทย มักจะขายตามความต้องการของผู้ประกอบการหรือสิ่งที่ตัวผู้ประกอบการมีในโรงงาน มีสินค้าใด ก็ส่งสินค้านั้นไปผลิต แต่ในความเป็นจริงอยากแนะนำ ธุรกิจ SME ไทยให้มาศึกษาตลาดผู้บริโภคเมียนมาร์ หรือประเทศอื่นๆ ที่ต้องการส่งออกสินค้าด้วย ต้องตั้งคำถามว่าขายเพื่ออุปทานหรือขายเพื่ออุปสงค์ ผู้บริโภคต้องการอะไร มากกว่าตั้งคำถามกับตัวเองว่าต้องการขายอะไร

ทิศทางเทคนิคในการทำตลาด
โลกหมุนไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน AEC เข้ามามีบทบาทมากขึ้น เมื่อเปิดตลาดอาเซียนจะยิ่งเห็นเป็นรูปธรรม แต่ในความเป็นจริงกลุ่มในประเทศ CLMV(กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ เวียดนาม) ยังสามารถให้ประโยชน์ในเรื่องของภาษีได้อีก 2 – 3 ปี โดยเฉพาะการทำวิจัยในปัจจุบันซึ่งมีความละเอียดมากขึ้น โดยได้ทำการศึกษาว่าเมืองใดมีการขยายตัวมากขึ้น อย่างเช่นในกรุงเทพฯ มีการเจริญเติบโตต่ำกว่า 5% แต่เมื่อกลับไปดูที่เมียนมาร์ เมืองใหญ่อย่าง ย่างกุ้ง เนปิดอร์ มัณฑาเลย์ โดยทั้ง 3 เมืองนี้คือ 3 เมืองหลักที่นักธุรกิจต้องรู้ เริ่มที่ ย่างกุ้ง มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจ มากกว่า 7% และมีเมืองเล็กๆ อีกที่มีการขยายตัวมากกว่า 5%
เมียนมาร์มีความน่าสนใจอยู่ที่เมืองใหญ่ๆ 3 เมืองคือ ย่างกุ้ง มัณฑาเลย์ และเนปิดอว์ ซึ่งเนปิดอว์เป็นกรณียกเว้นเนื่องจากเป็นเมืองหลวง กลายเป็นว่าเมืองที่น่าสนใจกลับไปอยู่ที่เมืองพินมะนา ซึ่งอยู่ข้างเมืองเนปิดอว์ เมืองพินมะนามีประชากรอยู่ที่ 6 – 7 แสนคน  ขณะที่เนปิดอว์ได้ย้ายข้าราชการไปทำงาน จันทร์ – ศุกร์ มีประชากรราว 2 แสนคน จะเห็นได้ว่า ตลาด 2 เมืองนี้มีทั้งหมด 8 – 9 แสนคน
ประชากรในย่างกุ้งนั้น มีประชากร 4.5 คน / ครัวเรือน จะเห็นได้ชัดในแง่การใช้พลังงานอย่างไฟฟ้า 73% ชาวเมียนมาร์ยังคงประสบปัญหาไฟฟ้าไม่พอใช้อยู่ ทุกบ้านจะมีเครื่องปั่นไฟ เนื่องจากไฟดับวันละ 8 ชั่วโมง เพราะฉะนั้นธุรกิจที่เข้าไปถ้าหากเกี่ยวกับการใช้ไฟฟ้า สิ่งนี้ยังเป็นอุปสรรคและปัญหาอยู่ โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ต้องการเข้าไปตั้งโรงงานอุตสาหกรรม
“สำหรับ SME ไทย เริ่มต้นการค้าแนวชายแดนน่าจะได้ผลมากที่สุด เมื่อดูจากแนวด่านชายแดนที่สำคัญทั้งหมด 7 ด่าน 1. อ.แม่สอด จ.ตาก 2. จ.ระนอง 3.จ.ประจวบฯ 4. จ.กาญจนบุรี 5. จ. เชียงใหม่ 6. จ. แม่ฮ่องสอน 7. จ. เชียงราย หัวใจสำคัญที่ทำให้นักธุรกิจชายแดนที่ทำการค้ามายาวนานเจาะตลาดได้ คือดำเนินการทำแบบไฟแนนซ์เงิน ให้นักธุรกิจชาวเมียนมาร์ นำสินค้าไปขายก่อน ”
หากต้องการเจาะไปที่ตลาดย่างกุ้งนั้นเริ่มต้นที่แนวชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก เพราะตำแหน่งนั้นใกล้มากที่สุด ส่วนชายแดนที่สำคัญไม่น้อยคือชายแดน จ.ระนอง ครอบคลุมสินค้าภาคใต้ และเกาะต่างๆ ส่งไปยังเมืองมะริด และเมืองทวาย เขตตะนาวศรี ส่วน อ.แม่สอด จ.ตาก จะครอบคลุมทั้งภาคกลางส่งไปยัง เมืองย่างกุ้ง กระจายด้านเหนือ มัณฑาเลย์ จนถึงปากแม่น้ำอิระวดี
ด้านด่านชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ครอบคลุมสินค้าส่งไปยังเมืองตองจี เมืองมัณฑาเลย์ และเมืองสำคัญอย่างเชียงตุง ซึ่งจากเชียงตุงจะส่งไปยังด่านสำคัญระหว่างชายแดนจีน

เมียนมาร์สำคัญอย่างไร
เมียนมาร์มีเขตชายแดนที่ติดกับทั้งจีนและอินเดีย รอบประเทศเมียนมาร์มีกำลังประชากรกำลังการซื้อถึง 500 ล้านคน นักธุรกิจ SME ไทย อย่างมองข้ามแค่ประเทศเมียนมาร์ แต่ต้องมองเมียนมาร์เป็นเมือง Spring Board ขายสินค้าไปยัง จีน อินเดีย และยุโรป ตัวอย่างเช่นสินค้าที่จีนมาเก็บเกี่ยวแนวชายแดนเมียนมาร์คือ โค กระบือ เนื้อสด ผัก ผลไม้ ส่วนอินเดียจะเป็น แบตเตอรี่
สำหรับด่านกาญจนบุรีใช้ได้ในช่วงฤดูร้อนเท่านั้น เนื่องจากฤดูฝนนั้นถนนไม่สามารถใช้ได้ สาเหตุที่ด่าน จ.ระนอง ครอบคลุมมาถึงเมืองมะริดและเมืองทวายจากเมืองย่างกุ้งลงมา จะต้องพักรถเพราะถนนเปียกแฉะโดนฝนจนไม่สามารถไปต่อ ทางการเพิ่งมีการปรับปรุงถนนถึงเมาะละแหม่งหรือเหมาะลำไย ซึ่งเป็นเมืองขนาดใหญ่มีสะพานข้ามแม่น้ำที่ยาวถึง 2 กิโลเมตร เมืองเมาะละแหม่งจึงมีความสำคัญอันดับ 2 – 3 ของประเทศเมียนมาร์

แนวโน้มความต้องการสินค้าอุปโภคและบริโภค
ในอดีตน้ำตาลและผงชูรสเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าในเมียนมาร์ เนื่องจากเป็นสินค้ายุทธปัจจัยสามารถนำไปใช้ห้ามเลือดในช่วงเกิดสงคราม รวมถึงสินค้าอื่นๆ อีกหลายตัว แต่ในปัจจุบันเมียนมาร์เปิดประเทศ สินค้าต่างๆ เริ่มนำเข้าได้ สำหรับผงชูรสชาวเมียนมาร์นิยมบริโภคเกร็ดใหญ่ มาจากประเทศจีน มีลักษณะตักแบ่งขาย หากผู้ประกอบการไทยต้องการนำเข้าไปขาย อาจต้องทำให้สินค้าเป็นระดับพรีเมี่ยม เมื่อต้องการผงชูรสคุณภาพดี ชาวเมียนมาร์ต้องจ่ายแพงขึ้น เช่นเดียวกันกับน้ำตาล ประเทศไทยต้องขอโควต้าเพื่อนำเข้าไปขาย นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการเข้าไปตั้งฐานการผลิตน้ำตาลที่เมียนมาร์อีกด้วย โดยน้ำตาลที่วางขายในประเทศเมียนมาร์นั้น ไม่ใช่มีแต่ที่ผลิตในประเทศอย่างเดียว แต่นำเข้ามาจากทั้งประเทศบราซิลและประเทศอินเดีย
ในส่วนของเครื่องจักรการเกษตร มีแบรนด์จากทั้ง คูโบต้า และแกรมม่า ที่เข้าไปบุกตลาด รวมทั้งอุตสาหกรรมอาหารสำเร็จรูป ซึ่งมีจำนวนมาก อาหารสำเร็จรูปจากไทยได้รับความนิยมอย่างมาก เข้าไปในบรรดาเมืองใหญ่ๆ ทั้ง ย่างกุ้ง มัณฑะเลย์ และเมียวดี แบรนด์จากประเทศไทยได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพ ส่วนข้อเสียจะเริ่มเล่าย้อนไปเมื่อ 10 ปี ก่อน ลักษณะของชาวเมียนมาร์ชอบของจากประเทศไทยมาก แต่ผู้ประกอบการไทยกลับคิดว่า เมื่อของใกล้หมดอายุหรือหมดอายุจะถูกเทไปขายเข้าไปในเมียนมาร์ กลายเป็นสิ่งที่ชาวเมียนมาร์คิดว่าของที่หมดอายุเป็นมาตรฐานสินค้าไทย
ชาวเมียนมาร์นิยมบริโภคนมข้นหวานที่มีความหนืดมากๆ สีเข้ม โดยโรงงานทำนมข้นของเมียนมาร์จะอยู่ในเมืองมัณฑาเลย์ โซนภาคเหนือของประเทศ มีลักษะเป็นก้อนแท่งบาร์ คล้ายกับในอดีตของประเทศอังกฤษ เวลาบริโภคจะตัดจากบาร์แล้วชงในน้ำร้อน จะมีลักษณะเป็นของเหลวความหนืดสูง สีเข้ม คล้ายกับนมข้นที่หมดอายุแล้วของไทย สำหรับร้านชาในเมียนมาร์หากต้องการเปิดต้องขออนุญาต จำนวนร้านชาทั้งประเทศอยู่ที่ 85,000 ร้านค้า ภายในร้านชาสิ่งที่สามารถขายได้นั้น มาจากลักษณะการบริโภคคล้ายกับชาวอังกฤษ นิยมบริโภคชากับเบเกอรี่ โดยจะวางไว้ในทุกโต๊ะ
ขณะที่กลุ่มวัสดุก่อสร้างกำลังเติบโตมาก จากการที่รัฐบาลเมียนมาร์กำลังสร้างเมืองและขยายความเป็นเมือง โดยเฉพาะในเมืองย่างกุ้งเศรษฐกิจมีความเติบโตรวมถึงราคาที่ดินพุ่งขึ้นสูง ผู้ประกอบการไทยที่สนใจลงทุน อาจต้องคิดให้รอบคอบ ยกตัวอย่างที่ดินในเขตดาวน์ทาวน์อยู่ที่ตารางเมตรละ 1 ล้านบาท 1 ไร่ อยู่ที่ราคา 400 ล้านบาท เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการถ้าจะลงทุนต้องตั้งธงก่อนว่าต้องการไปลงทุนสิ่งใด ขณะที่อุปกรณ์ก่อสร้าง เจ้าของตลาดล่างคือประเทศจีน สำหรับประเทศไทยคือกลุ่มจาก SCG
“ในอดีตคนจีนซื้อของผ่านไทยแล้วถึงเป็นเมียนมาร์ แต่ในปัจจุบันจีนบินตรงมาที่เมียนมาร์เพื่อซื้อโดยตรง อย่างกรณีการประมูลหยก ที่จัดขึ้นในเมียนมาร์ปีละ 2 ครั้ง มีนักธุรกิจชาวจีนเหมาเครื่องบินไม่ต่ำกว่า 10 ลำ บินตรงมาประมูลกันที่เมียนมาร์”

ในฐานะ SME ไทย จะเจาะตลาดเมียนมาร์ได้อย่างไร
ได้รับโอกาสแน่นอนสำหรับ ธุรกิจ SME ไทย แม้ว่าจะไม่ใหญ่เท่าแบรนด์ยักษ์ เนื่องจากเมียนมาร์ปิดประเทศมา 27 ปี ตั้งแต่ปี 1988 เมื่อมีการเปิดประเทศ ผู้บริโภคย่อมเปิดใจซื้อของจากชาวต่างชาติ แบรนด์จากต่างประเทศเริ่มเข้าไปในเมียนมาร์ 2 – 3 ปี ความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก เมื่อเข้าไปในประเทศเมียนมาร์แบรนด์ต่างๆ เริ่มต้นจากศูนย์ ช่วงโอกาสนี้จึงเป็นวินาทีสำคัญที่จะทำในแบรนด์อยู่ในตลาดได้
การขนส่งสินค้าจากชายแดนไปในเมืองใหญ่นั้นขนส่งจากทางอ.แม่สอด หรือ จ.ระนอง มีราคาไม่เท่ากัน หรือแม้กระทั่งบางฤดูกาลราคาขนส่งก็ไม่เท่ากัน ผู้ประกอบการชาวไทยควรดำเนินการขนส่งก่อนเดือนพฤษภาคม เนื่องจากเมื่อถึงฤดูฝนการเดินทางรถยนต์จะหยุดจากถนนที่ไม่เอื้ออำนวย ด้านช่องทางการจัดจำหน่ายก็เป็นสิ่งที่จำเป็น คนส่วนใหญ่ในเมียนมาร์ยังนิยมใช้จ่ายผ่านตลาดสด แต่อย่างไรก็ตามร้านสะดวกซื้อก็เริ่มมีหลายรายที่เข้าไปเปิดที่นั่น
รูปแบบในการดำเนินธุรกิจในเมียนมาร์
เริ่มแรกต้องตั้งต้นว่าจะเข้าไปในฐานะอะไร นักลงทุน พ่อค้าชายแดน ตัวแทนจัดจำหน่าย หรือกิจการร่วมทุน ซึ่งต้องศึกษาว่าผู้ประกอบการไทยต้องการไปดำเนินธุรกิจเพื่อตอบสนองสิ่งใดระหว่าง ความต้องการของผู้บริโภคหรือความต้องการของผู้ขาย จากนั้นถึงทำการจัดการต้นทุนการนำเข้าและกระจายสินค้า รวมถึงภาษีและใบอนุญาต
เมื่อเข้าสู่ตลาดการค้าชายแดนไทย – เมียนมาร์ ผู้ประกอบการไทยควรตั้งโรงงานและสำนักงาน รวมทั้งตัวแทนการจัดจำหน่ายในเขตแนวชายแดน เพื่อกระจายสินค้า ลดต้นทุน และแก้ไขปัญหาเรื่องของพลังงานไฟฟ้าไม่พอใช้ในเขตโรงงานฝั่งเมียนมาร์ การตั้งโรงงานแนวชายแดนนั้นสามารถดึงไฟฟ้าจากฝั่งประเทศไทยใช้ทดแทนสำหรับนิคมอุตสาหกรรมบางธุรกิจ

ธุรกิจ SME ไทย ได้เปรียบกว่า
“ปัญหาของคนไทยไม่ใช่เรื่องความนิยมของคนเมียนมาร์ เพราะคนเมียนมาร์นิยมของไทย ส่วนตัวเมื่อขึ้นไปเมืองมัณฑาเลย์ จะเห็นสินค้าจากเมียนมาร์เลียนแบบแบรนด์ยอดนิยมสินค้าจากไทยทั้ง ขนมทานเล่น ผงชูรส สุรา ฯลฯ ฉะนั้นปัญหาอย่างเดียวของผู้ประกอบการไทยคือการฉ้อโกงชาวเมียนมาร์ แม้ว่าจะสินค้าจากจีนกำลังครองตลาดเมียนมาร์ แต่สุดท้ายแล้วชาวเมียนมาร์ก็ยังเชื่อมั่นในมาตรฐานคุณภาพสินค้าไทยว่าสูงกว่าจีน”

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter_2 sme

707 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น