The King’s Speech ประกาศก้องจอมราชา

The King’s Speech เป็นภาพยนตร์ที่ได้รับรางวัลออสการ์ถึง 4 รางวัลด้วยกัน เริ่มจากภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดั้งเดิมยอดเยี่ยม รวมไปถึงรางวัลอื่น ๆ อีก 71 รางวัล ซึ่งเป็นเครื่องหมายการันตีว่า “ไม่ควรพลาด”

The King’s Speech เป็นเรื่องราวของกษัตริย์กับการแสดงสุนทรพจน์ ซึ่งถือเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของกษัตริย์เลยทีเดียวก็ว่าได้ โดยเฉพาะกับกษัตริย์ของประเทศที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ซึ่งอำนาจอยู่ในมือของนักการเมืองฝ่ายบริหาร ภารกิจของกษัตริย์ในการเป็นศูนย์กลางแห่งจิตใจของประชาชน จึงหนีไม่พ้นการกล่าวสุนทรพจน์ในงานต่าง ๆ ทั้งการปลุกเร้า กระตุ้น หรือแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถและความองอาจของกษัตริย์ ดังนั้นหากกษัตริย์ไม่สามารถที่จะกล่าวสุนทรพจน์ได้อย่างฉะฉานก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเคารพยกย่องได้

ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากเรื่องจริงของพระเจ้าจอร์จที่ 6 แห่งราชวงศ์อังกฤษ ผู้ที่ต้องขึ้นครองราชย์สมบัติต่อจากพระเจ้าจอร์จที่ 5 พระบิดา ในขณะที่ประเทศกำลังจะเข้าสู่สงครามโลกครั้งที่ 2 จึงจำเป็นต้องมีผู้นำที่เข้มแข็งที่คอยปลุกปลอบพสกนิกรให้มีกำลังใจ และต่อสู้ให้ผ่านพ้นวิกฤตไปได้ แต่พระเจ้าจอร์จที่ 6 หรือ เบอร์ตี้ ซึ่งรับบทโดย Colin Firth กลับมีปัญหาทางการพูด
ไลโอเนล ลอจ นักบำบัดอาการบกพร่องทางการพูด จึงเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาให้กับพระเจ้าจอร์จที่ 6 ซึ่งเขาพบว่าปัญหาที่แท้จริงที่ทำให้พระเจ้าจอร์จที่ 6 พูดติดอ่างนั้น มีสาเหตุมาจากจิตใจมากกว่า นั่นก็คือความไม่มั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรีบรับการรักษายิ่งกว่า
จากมิตรภาพที่ทั้ง 2 มีให้กัน และกำลังใจจากอลิซาเบธ ราชินีของพระเจ้าจอร์จที่ 6 ทำให้พระองค์สามารถลบปมด้อยและกลายมาเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ในเวลาต่อมา
ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นภาพยนตร์ดราม่าที่ดำเนินเรื่องเรียบ ๆ ไม่มีอะไรสลับซับซ้อน แต่แอบตลกด้วยมุกทางด้านภาษา ซึ่งคนไทยอาจจะไม่เข้าใจสักเท่าไร ส่วนนักแสดงโดยเฉพาะ Colin Firth ก็สามารถแสดงได้อย่างยอดเยี่ยมสมกับที่ได้รับรางวัล เพราะนอกจากจะต้องแสดงการพูดที่ติดอ่างแล้ว ยังต้องนำเสนอปมภายในใจออกมาที่ทำให้คนดูอินไปกับตัวละครจนแทบจะร้องไห้ตาม ในขณะที่ Geoffrey Rush ผู้รับบทไลโอเนล ลอจ ก็สามารถดึงดูดไม่ให้ละสายตาไปได้เช่นกัน และที่ต้องชื่นชมอีกคนก็คือ ผู้กำกับ Tom Hooper ถึงแม้จะอายุยังไม่มาก แต่ก็ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ทั้งเงินและกล่อง
The King’s Speech ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่มีไว้ดูเพื่อผ่อนคลายเท่านั้น แต่ยังแฝงสาระที่ผู้ชมสามารถนำมาใช้ได้ ไม่ว่าจะเป็น การก้าวผ่านความอาย การสลายปมด้อย รวมไปถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาขัดขวางเส้นทางไปสู่ความสำเร็จ เรื่องของกำลังใจที่ทำให้สามารถกลับมายืนหยัดฝ่าฟันปัญหาต่าง ๆ ไปได้ และโดยเฉพาะหากคุณเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ ย้ำอีกครั้งว่า “ไม่ควรพลาด” เรื่องนี้ค่ะ

710 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น