มันสำปะหลังสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจได้อย่างไร

นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ประเมินว่า ปี 2560 จะส่งออกมันสำปะหลังได้ 6.5 ล้านตัน เฉพาะมันเส้น เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ส่งออก  6.3 ล้านตัน เนื่องจากจีนซึ่งเป็นตลาดหลักยังมีความต้องการนำเข้าเพื่อนำไปผลิตเอทานอล

ไฮไลต์ :

มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความมหัศจรรย์ สามารถใช้นำมาแปรรูปและใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วน แต่ที่ผ่านมาไทยมุ่งเน้นส่งออกเพียงมันเส้นและแป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นการแปรรูปขั้นกลางเท่านั้น ในอนาคตตลาดผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังยังมีโอกาสจะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะการเพิ่มนวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มแปรรูปไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งอุตสาหกรรมอาหาร พลังงาน และไบโอพลาสติก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากพืชมหัศจรรย์ชนิดนี้

 

ที่ผ่านมาหลายคนคงยังไม่รู้ถึงความมหัศจรรย์ของ “มันสำปะหลัง” ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนตั้งแต่ใบจนถึงราก (หัวมันสำปะหลัง)

 

โดยปกติประเทศไทยปลูกมันสำปะหลังปีละ 28-30 ล้านตันหัวมันสด แบ่งเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดหวานที่สามารถบริโภคได้เลย และชนิดขม ซึ่งเป็นชนิดที่มีสัดส่วนการปลูกสูงสุดแต่มีกรดไฮโดรไซยาไนสูงจึงไม่นิยมนำมาบริโภค แต่นำไปใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นแป้งมันสำปะหลัง และนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ ยาสีฟัน น้ำส้มสายชู เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมอบกรอบ เม็ดสาคู แป้งในยาเม็ด ลูกกวาดและช็อกโกแลต สารให้ความหวานในผลไม้กระป๋องและแยม ซอส มายองเนส เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผงชูรส ครีมเทียม และไอศกรีมเป็นต้น (www.tapioca.dft.go.th) และใช้ผลิตเป็นมันเส้นเพื่อการส่งออก

“บุญชัย ศรีชัยยงพานิช” นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย ประเมินว่า ปี 2560 จะส่งออกมันสำปะหลังได้ 6.5 ล้านตัน เฉพาะมันเส้น เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ที่ส่งออก  6.3 ล้านตัน เนื่องจากจีนซึ่งเป็นตลาดหลักยังมีความต้องการนำเข้าเพื่อนำไปผลิตเอทานอล และหากดูจากปริมาณผลผลิตภายในประเทศในฤดูกาลผลิต 2560/61 น่าจะได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติในปีที่ผ่านมา หลายพื้นที่ต้องปลูกใหม่ซึ่งทำให้ผลผลิตออกมาล่าช้า และคาดว่าอาจลดลงประมาณ 10% เหลือ 28 ล้านตัน จากปกติผลผลิตจะออกมาประมาณ 30 ล้านตัน ต่ำกว่าความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมที่มีประมาณ 30-40 ล้านตัน ส่งผลดีต่อทิศทางราคามันสำปะหลังเส้นในตลาดโลกปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้น อยู่ที่ 190 เหรียญสหรัฐต่อตัน เพิ่มขึ้นจากเดิมอยู่ที่ 150 เหรียญสหรัฐต่อตัน หรือคิดเป็นราคาหัวมันสำปะหลังเกินกว่า กก.ละ 2.00  บาทอย่างแน่นอน

 

แม้ว่า “มันสำปะหลัง” จะไม่ใช่สินค้าที่มีปัญหาด้านการตลาด แต่ในมุมของกระทรวงพาณิชย์​ “พิมพ์ชนก วอนขอพร” ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ มองว่า ควรต้องมีการจัดโครงการศึกษาระบบข้อมูลความต้องการของตลาด (Demand Driven) เพื่อรวบรวมข้อมูลด้านตลาดสินค้ามันสำปะหลัง เพื่อใช้วางแผนการผลิต

 

เนื่องจากที่ผ่านมาไทยส่งออกสินค้าเกษตรขั้นพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก แม้ว่าจะได้ปริมาณสูง แต่มีการแข่งขันรุนแรงจึงได้ราคาต่ำ หากไทยปรับเปลี่ยนมาผลิตสินค้าที่มีนวัตกรรม มีมูลค่าเพิ่มจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นได้

 

ดันเอทานอลจากมันสำปะหลัง

 

“ผศ.ดร.เกรียงไกร” แก้วตระกูลพงษ์ หัวหน้าโครงการศึกษาจัดทำร่างยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง ประจำปี 2560 วิเคราะห์เบื้องต้นว่า ไทยควรส่งเสริมการผลิตเอทานอล เพราะตลาดเอทานอลจากมันสำปะหลังมีขนาดใหญ่ที่สุด มีมูลค่าตลาดโลกที่ 2,400 พันล้านเหรียญสหรัฐ หากไทยจะเสริมแกร่งผลิตภัณฑ์นี้ต้องส่งเสริมเทคโนโลยีการผลิต ตลอดจนเพิ่มพื้นที่ปลูกอีก 10% เพื่อให้มีปริมาณวัตถุดิบเพียงพอที่จะใช้ในอุตสาหกรรม

 

ส่วนการแปรรูปขนมขบเคี้ยวจากมันสำปะหลัง ซึ่งมีจุดเด่นกว่ามันฝรั่งในแง่ที่ไม่มีสารอะคริลาไมด์ แต่ตลาดขนมมันสำปะหลังยังได้รับความนิยมน้อย มีเพียงในบางประเทศ และไทยไม่มีประสบการณ์ในการผลิตมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่มีความแข็งแกร่งหลายราย

ขณะที่การแปรรูป “อาหารสัตว์จากใบมันสำปะหลัง” เพื่อเป็นสิ่งทดแทนโปรตีนและช่วยด้านสุขภาพสัตว์ แต่ยังไม่ค่อยนิยมแพร่หลาย ทำให้ขาดความสม่ำเสมอของวัตถุดิบใบ ส่งผลให้ราคามีความผันผวน และหากส่งเสริมต่อยอดอาหารสัตว์ออร์แกนิกจะช่วยให้เกษตรกรสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 6 เท่าจากราคาปกติ

 

(กราฟิก 2 ยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง )

 

อย่างไรก็ตาม “คุณเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์” ผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริษัท อุบลไบโอเอทานอล และในฐานะนายกสมาคมเอทานอลจากมันสำปะหลัง ระบุว่า ความต้องการใช้เอทานอลของไทยในปี 2560 อยู่ที่วันละ 4 ล้านลิตร เพิ่มขึ้นจากปี 2559 ประมาณ 10% ซึ่งปัจจุบันยอดการใช้เอทานอลต่อวันในเดือน ม.ค. และ ก.พ.2560 ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก 3.66 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 3.74 ล้านลิตรต่อวัน

 

ทั้งนี้ สมาคมฯ ให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการรับซื้อมันสำปะหลังสด เพื่อนำมาผลิตเป็นเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง เพื่อให้เป็นไปตามแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง ผลให้มีปริมาณการใช้เอทานอลเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน แต่ทว่าในแต่ละปี ประสบภาวะช่วงปลายฤดูกาลการเก็บเกี่ยวมันสำปะหลังผลผลิตออกมาน้อยไม่ต่อเนื่อง

 

 

ไบโอพลาสติกย่อยสลายง่าย

 

ด้าน “ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์” ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก ระบุเช่นเดียวกันว่า มันสำปะหลังมีโอกาสจะสามารถใช้พัฒนาเป็นไบโอพลาสติก ซึ่งขณะนี้สถาบันอยู่ระหว่างทดลองผลิตถุงพลาสติกจากมันสำปะหลังย่อยสลายง่าย นอกจากนี้ยังสามารถนำไปผลิตเป็นเส้นใยสำหรับใช้ในเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งการทดลองใกล้สำเร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม เห็นว่าการส่งเสริมนวัตกรรมนี้ควรดำเนินการควบคู่กับการส่งเสริมด้านการตลาด เพื่อช่วยให้สามารถผลิตได้ปริมาณมากขึ้น และลดต้นทุนต้นทุนการผลิตต่อหน่วยให้ถูกลง ซึ่งจะทำให้สินค้ากลุ่มนวัตกรรมเหล่านี้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น