สวยแต่เสี่ยง “เยลโลว์สโตน” อุทยานแห่งชาติที่แรกของโลก

ถ้าใครรู้ว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวขาลุยที่พร้อมจะเผชิญกับทุกอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ได้รับชมซึ่งความสวยของธรรมชาติล่ะก็ เยลโลว์สโตนเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของคุณอย่างแน่นอน

เพื่อนๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อของอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตน สหรัฐอเมริกา กันมาบ้าง แต่น้อยคนนักที่จะได้ไปเยือนในสถานที่จริง เพราะความสวยงามของเยลโลว์สโตนแห่งนี้ต้องแลกมาด้วยกับความอันตรายที่แอบแฝงไว้ทั่วทุกฝีก้าว ทำให้ไม่เหมาะกับคนที่จะไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจกันแบบชิลๆ สักเท่าไหร่ แต่ถ้าใครรู้ว่าตัวเองเป็นนักท่องเที่ยวขาลุยที่พร้อมจะเผชิญกับทุกอันตรายที่จะเกิดขึ้น เพื่อให้ได้รับชมซึ่งความสวยของธรรมชาติล่ะก็ เยลโลว์สโตนเป็นจุดหมายปลายทางในฝันของคุณอย่างแน่นอน

เยลโลว์สโตน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้ เพราะที่นี่มีธรรมชาติที่สวยงามและน่าอัศจรรย์ใจเรียงรายรอให้เพื่อนๆ ได้ไปชมอยู่เต็มไปหมด ซึ่งความยิ่งใหญ่ของสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้นั้นต้องบอกเลยว่าใหญ่มาก มีพื้นที่ทั้งหมดราวๆ 3,472 ตารางไมล์ หรือประมาณ 5,500 กว่ากิโลเมตรเลยก็ว่าได้ ถ้านึกภาพไม่ออกก็กว้างประมาณประเทศไทย 4-5 เท่าเลยล่ะ

โดยไฮไลท์ที่ทำให้ใครๆ ก็อยากจะมาเยือนเยลโลว์สโตนให้ได้สักครั้งในชีวิตก็เพราะ ความใกล้ชิดกับธรรมชาติแบบสุดๆ นี่แหละ ด้วยความที่เยลโลว์สโตน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของโลก ทำให้เรื่องของความยิ่งใหญ่นั้นไม่ต้องบอกก็น่าจะพอนึกภาพกันออก ซึ่งภายในเยลโลว์สโตนเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ และน่าตื่นตาตื่นใจมากมาย ทั้งบ่อน้ำพุร้อนหลากสี ทะเลสาบ ภูเขาไฟใต้ดิน บ่อโคลนเดือด และน้ำตกอีกกว่า 300 แห่ง มีเวลาทั้งอาทิตย์ก็เที่ยวกันไม่หมด เพราะนี่ยังไม่รวมป่าเขา แม่น้ำลำธารที่อุดมสมบูรณ์รอบๆ อุทยานอีก ใครเตรียมตัวเตรียมใจจะไปก็แนะนำให้เผื่อเวลาไว้นานหน่อย จะได้มีเวลาเก็บสถานที่ท่องเที่ยวเจ๋งๆ ได้ครบ

แต่ภายใต้ความสวยนั้นยังไงก็ต้องระวังอันตรายกันไว้ด้วยเพราะพื้นดินภายใต้เยลโลว์สโตนนั้นเต็มไปด้วยความร้อน แมกมา และก๊าซมหาศาล ซึ่งทั้งหมดนี้จะปะทุขึ้นมาตามรอยแยกของแผ่นดิน ทำให้เกิดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันน่าตื่นตาตื่นใจ อย่างน้ำพุร้อนกว่า 300 แห่ง บ่อโคลนเดือด และปล่องก๊าซที่สูงหลายเมตร ด้วยเหตุนี้แหละทำให้เยลโลว์สโตนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีความอันตราย เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบความท้าทายเป็นพิเศษ

และที่น่าตื่นเต้นหรือจะเรียกว่าน่าใจหายก็ไม่รู้ คือ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้มีรายงานว่า ภูเขาไฟใต้ดินที่อยู่ในพื้นที่เยลโลว์สโตนนั้นจะมีการปะทุทุกๆ 6 แสนปี และครั้งล่าสุดก็ได้เกิดการปะทุไปเมื่อ 630,000 ปีที่แล้ว ทำให้มีการคาดคะเนว่าการปะทุครั้งต่อไปอาจเกิดขึ้นในช่วงไม่เกิน 100 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งแรงระเบิดจะส่งผลเป็นวงกว้าง ทำลายระบบนิเวศต่างๆ รวมทั้งทำให้มีผู้คนล้มตายจำนวนมหาศาล ทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ยังคงเฝ้าจับตาและสังเกตการเปลี่ยนแปลงภายในอุทยานแห่งชาติเยลโลว์สโตนกันอย่างใกล้ชิด

นอกจากความโหดร้ายภายใต้พื้นดินแล้ว อากาศของเยลโลว์สโตนนั้นจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แค่ในเดือนเดียวยังมีทั้งฝน ทั้งลมแรง และทั้งอากาศหนาวสลับกันไปมา อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากร้อนมาก ไปจนถึงหนาวจัด จะเรียกว่าสถานที่ท่องเที่ยว หรือแหล่งฝึกความอดทนกันดีล่ะแบบนี้

แต่ที่แน่ๆ เพื่อนๆ ที่ตัดสินใจไปเที่ยวที่เยลโลว์สโตนนั้นต้องได้พบกับความสวยงามที่ธรรมชาติสรรสร้างขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น บ่อน้ำพุร้อนกว้างใหญ่ที่มีความสวยงามตระการตา ด้วยผลึกแร่สีขาวที่ก่อตัวลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ อย่าง Mammoth Hot Springs หรือ แกรนด์แคนยอน แห่งเยลโลว์สโตน ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาหินที่ยุบตัวลงมา นี่ยังไม่รวม Old Faithful น้ำพุร้อนขนาดใหญ่ ที่จะพวยพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินในทุกๆ 94 นาที หรือ Fishing Bridge สะพานชมปลาเทราต์อันเก่าแก่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1902 อีกนะ แต่ละที่รับรองว่าเด็ด คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่แลกกันมาแน่นอน

แสดงความคิดเห็น