เมืองแห่งสายน้ำ ตำนานของความสงบ บรรยากาศทั้งโลกหยุดนิ่ง ที่ Venice ประเทศอิตาลี

เนื่องจากเมืองเวนิสนั้นใช้คลองแทนถนน และใช้เรือแทนรถ ทำให้ไม่มีความวุ่นวาย และไม่มีเสียงดัง รวมทั้งควันเสียเหมือนกับประเทศอื่นๆ

จะบอกว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เพิ่งเกิดขึ้นก็คงจะไม่ได้ แต่ถ้าถามว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งไหนสวยงามที่สุดในโลก เวนิส หรือ เวเนเซีย จากประเทศอิตาลี ย่อมเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน ด้วยความเป็นเอกลักษณ์อันแสนลงตัว และวิถีชีวิตที่ไม่เหมือนใคร ทำให้นักท่องเที่ยวทั้งหลายต่างหลงใหลในเวนิสเป็นอย่างมาก

เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็กๆ เข้าด้วยกันถึง 118 เกาะ ซึ่งในแต่ละเกาะก็จะมีตึกรามบ้านช่อง คล้ายๆ เมืองขนาดเล็กที่ออกแบบมาได้อย่างสดใส สีสันสวยงามสะดุดตา จนทำให้เวนิสได้รับฉายาต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน หรือแม้แต่เมืองแห่งแสงสว่างก็ด้วย และที่สำคัญ ความอลังการของมันยังทำให้ยูเนสโกยกให้เวนิสกลายเป็นเมืองมรดกโลก

ซึ่งถ้าเมืองเวนิสมีตึกรามบ้านช่อง สถาปัตยกรรมที่สวยสะดุดตาแค่เพียงอย่างเดียว ก็คงตราตรึงใจนักท่องเที่ยวทั้งหลายไม่ได้มากขนาดนี้ และแน่นอนว่าประสบการณ์ที่ทำให้ไม่ว่าใครก็อยากจะไปเยือนเวนิสให้ได้สักครั้งก็คือ เรื่องของการคมนาคมนั่นเอง เพราะที่นี่ใช้เรือในการเดินทางเป็นหลัก ซึ่งให้ความรู้สึกที่สุดแสนจะโรแมนติก สองริมฝั่งมีทั้งอาคาร ร้านอาหาร บ้านเรือน ตั้งอยู่ตลอดแนว มีเรือคอยบริการให้เดินทางไปตามที่ต่างๆ ของเมือง เพื่อชมวิวทิวทัศน์และความสวยงามที่ธรรมชาติมอบให้สถานที่แห่งนี้ ซึ่งตลอดการเดินทางในเมืองเวนิสนี้ บอกได้เลยว่า เพื่อนๆ จะต้องตกหลุมรักจนไม่อยากกลับประเทศไทยเลยล่ะ

และนอกจากบรรยากาศเย็นที่ให้ความรู้สึกสบายๆ และเงียบสงบแล้ว ที่เวนิสเองยังมีสถานที่หรือแลนด์มาร์คเจ๋งๆ ให้เราเก็บภาพความประทับใจได้อีกหลายร้อยมุม เริ่มต้นด้วยขุมสมบัติสถาปัตยกรรมโบราณที่ถูกสรรค์สร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือมนุษย์ หรือก็คือตึกอาคารที่ทอดเรียงตัวยาวไปตามแม่น้ำ ซึ่งมีสีสันสะดุดตาน่าเก็บภาพไว้เป็นความประทับใจ รวมถึงเมืองเวนิสเองยังขึ้นชื่อว่า เมืองแห่งสะพาน ซึ่งคอยเชื่อมโยงทั้ง 118 เกาะอีกกว่า 400 แห่ง เป็นความสวยงาม ปนความมหัศจรรย์ที่แน่นอนว่าเพื่อน ๆ ต้องไม่เคยพบเห็นหรือสัมผัสจากที่ไหนมาก่อน

มนต์เสน่ห์สุดท้ายที่ทำให้ใครๆ ต่างก็อยากไปเยือนให้ได้สักครั้ง ก็คือความเงียบสงบ และอากาศอันแสนบริสุทธิ์นี่แหละ เนื่องจากเมืองเวนิสนั้นใช้คลองแทนถนน และใช้เรือแทนรถ ทำให้ไม่มีความวุ่นวาย และไม่มีเสียงดัง รวมทั้งควันเสียเหมือนกับประเทศอื่นๆ เพื่อนๆ สามารถเพลิดเพลินไปกับการเดินชมเมือง หรือจะนั่งเรือแล่นฉิวไปเรื่อยๆ ปล่อยตัวปล่อยใจให้ไหลไปกับสายน้ำก็ยังได้

ไม่ว่าปกติแล้วเวลาจะผ่านไปไวแค่ไหนก็ตาม เวนิสก็ยังคงเป็นเมืองที่อยู่เหนือกาลเวลาอยู่ดี ทุกอย่างในเมืองนี้จะค่อยๆ ดำเนินไปในวิถีทางของมันเอง ทุกย่างก้าวและทุกความรู้สึกในเมืองนี้จะเป็นไปด้วยความสบาย ลมเย็นๆ แดดอุ่นๆ และหมอกสีขาวบางตา ที่ลอยฟุ้งกระจายอยู่ทั่วทั้งเมือง ทั้งหมดนี้จะทำให้เรามีความสุข แค่ความเงียบที่ย่างกรายเข้ามารอบตัว ขณะที่ร่างกายปะทะกับสายลม ก็เป็นสุดยอดบรรยากาศอันแสนผ่อนคลาย ที่ยากจะลืมเลือนแล้ว

แสดงความคิดเห็น