ขายอสังหาฯ ง่ายขึ้น แค่มี VR ช่วยในการตัดสินใจ มองเห็นทุกอย่างได้ ตั้งแต่โครงการยังสร้างไม่เสร็จ

เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Hand Tracking เป็นการใช้มือจริงในโลกเสมือนจริงได้ ผู้ใช้งานจึงไม่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้อะไรมาก สามารถกดปุ่มหยิบจับสิ่งของได้ในโลกเสมือนจริงได้เลย

สำหรับเจ้าของอสังหาฯ ทั้งหลายต่างก็ต้องเคยประสบกับปัญหาเดียวกัน นั่นก็คืออยากให้ลูกค้าเข้ามาจองโครงการจนเต็มตั้งแต่เริ่มสร้าง เพื่ออย่างน้อยจะได้สบายใจว่างานนี้ไม่ขาดทุน แต่เพราะการซื้ออสังหาฯ สักครั้งมันเป็นเรื่องใหญ่ คนส่วนมากเลยอยากจะตัดสินใจหลังจากเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยซะก่อน ซึ่งมันขัดกับความต้องการของเจ้าของโครงการซะเหลือเกิน

และแน่นอนครับว่าเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น ก็ย่อมมีคนที่มองเห็นโอกาส และคิดนวัตกรรมขึ้นมาแก้ไข ซึ่งในเรื่องนี้บทบาทหน้าที่ทุกอย่างตกอยู่ที่คุณ เพิ่มพงศ์ เอี้ยวบันดาลสุข เป็น CEO & Founder บริษัท Blue Ocean Technology จำกัด ผู้พัฒนา Software ที่ชื่อว่า VR Real Estate ระบบเทคโนโลยีความจริงเสมือนสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั่นเอง ซึ่งเทคโนโลยีที่ว่าจะช่วยเหลือเจ้าของอสังหาฯ ในด้านใดบ้าง ตามไปชมกันเลย

VR Real Estate คืออะไร และช่วยแก้ไขปัญหาในด้านใดบ้าง

คุณเพิ่ม : เรียกง่ายๆ คือเป็นตัวโปรแกรม Software ที่ใช้ตัวเทคโนโลยีที่เรียกว่า VR หรือ Visual Reality ในการประยุกต์ใช้ให้ผู้ที่ต้องการจะใช้ซื้อบ้าน หรือซื้อคอนโดมิเนียม ซื้ออสังหาริมทรัพย์ต่างๆ สามารถเห็นตัวอสังหาฯ เหล่านั้นได้เสมือนกับเข้าไปในที่นั้นจริงๆ กลุ่มลูกค้าของผมจะเป็นกลุ่มอสังหาฯ เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม หรืออีกกลุ่มก็จะเป็นผู้ประกอบการรับสร้างบ้านครับ ตัวอสังหาฯ เอง เป็นสินค้าที่ต้องบอกว่าราคาสูงมากครับ แต่ว่าส่วนใหญ่ที่ลูกค้าจะซื้อข้อมูลยังไม่เพียงพอ บางทีลูกค้าคอนโดมิเนียมใช้เวลาสร้างอีก 3 ปีข้างหน้ากว่าจะเสร็จ ลูกค้าไปถึงเห็นแค่โบรชัวร์กระดาษหนึ่งใบหรืออาจจะเห็นแค่ตัวโมเดลพลาสติก ซึ่งเห็นแค่ภายนอก รายละเอียดไม่สามารถแทนตัวคอนโดจริงๆ ได้ ลูกค้าเองก็มีความเสี่ยง ลูกค้าเองก็ใช้เวลาในการตัดสินใจนาน บางท่านก็ลงทุนขับตระเวนไปที่ต่างๆ หลายรอบกว่าจะตัดสินใจซื้อได้ แต่ในมุมของผู้ประกอบการเองต้องการที่จะขายอสังหาฯ ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มเปิดจอง

ซึ่งตอนช่วงเปิดจองโอกาสที่คนจะซื้อน่าจะน้อยมากเพราะว่าข้อมูลให้ลูกค้าแทบจะไม่มีเลย พอเทคโนโลยีที่เรียกว่า VR เข้ามาช่วยแก้ปัญหาตรงนี้ทำให้เสมือน คนซื้อบ้านเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นได้จริง ๆ เราสามารถจำลองได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวอาคารหรือ จริงๆ ไฮไลท์บางอย่าง เช่น วิวชั้น 50 ไม่สามารถที่จะจำลองได้จนกว่าตัวอาคารจะสร้างเสร็จจริง หรือบางทีไฮไลท์ของโครงการอาจจะไม่ได้อยู่ที่ตัวบ้าน แต่จะเป็นตัวส่วนกลางเช่นสระว่ายน้ำ เทคโนโลยี  VR ก็สามารถจำลองได้หมดเลย

เป็นเหมือนกับ VR ที่ใช้กันตามแอปพลิเคชั่นทั่วไปเลยรึเปล่า

คุณเพิ่ม : ต้องอธิบายเพิ่มเติมก่อนว่า ตัว VR เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้วยังเป็น VR รุ่นเก่า เป็นเทคโนโลยีที่เป็นภาพแบบ 360 องศา มองดูรอบๆ เฉยๆ ยังทำอะไรไม่ได้ อย่างนั้นคือยังไม่สร้างความรู้สึกหรือให้เหมือนกับเข้าไปอยู่ในบ้านนั้นจริงๆ แต่เมื่อประมาณกลางปีที่แล้วมันมีเทคโนโลยี  VR รุ่นใหม่ที่ภาพทั้งหมดถูกประมวลผลจากคอมพิวเตอร์ ทำให้ข้อจำกัดเรื่องความสวยงาม มันหายไป แล้วก็บวกกับเซนเซอร์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานสามารถที่จะเคลื่อนไหวในโลกเสมือนจริงได้ด้วยการเดิน ทำให้เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในบ้านจริงๆ เลย

แล้วก็ตัว Software ที่ชื่อว่า  VR Real Estate ที่ทางเราพัฒนา ต้องบอกว่าเราออกแบบจากตัวผู้ใช้งานเป็นหลัก เราพยายามเข้าใจว่ากลุ่มนี้ไม่ใช่กลุ่มเล่นเกมแน่ๆ เขาอาจจะไม่ถนัดเทคโนโลยีใหม่ๆ  อาจจะไม่ถนัดอุปกรณ์เสริมอย่างตัว Controller พวกจอยเกม เราก็เลยออกแบบให้ผู้ใช้งานแค่สวมแว่น แล้วก็สามารถเข้าไปดูในโลกเสมือนจริงได้ด้วยการเดิน

เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Hand Tracking เป็นการใช้มือจริงในโลกเสมือนจริงได้ ผู้ใช้งานจึงไม่จำเป็นที่ต้องเรียนรู้อะไรมาก สามารถกดปุ่มหยิบจับสิ่งของได้ในโลกเสมือนจริงได้เลย

ที่มาของ VR Real Estate คืออะไร

คุณเพิ่ม : ปัญหาที่เจอเกิดจากตัวผมเองเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนั้นที่จะซื้อบ้านผมเสียเวลาในการตระเวนขับรถดูบ้านในโครงการต่างๆ พอเริ่มแรกไปดูที่งานก่อน งานที่จัดตามศูนย์ประชุม ก็จะเจอว่ามีแค่โบรชัวร์ มีเเค่ตัวโมเดลพลาสติกให้ดู แล้วก็น้องเซลล์น้องพนักงานขายก็อธิบายข้อมูลให้ฟัง ให้ทางลูกค้าจินตนาการเอง แล้วด้วยราคาบ้านก็สูงอยู่พอสมควรจะตัดสินใจโดยมีข้อมูลเพียงแต่นี้มันก็คงไม่พอ

ก็ขับรถตระเวนดูที่โครงการต่างๆ จริงๆ ผมมีแบรนด์ในใจอยู่แล้ว 1 แบรนด์ แต่ว่าตัวโครงการนั้นยังไม่ถูกใจ จึงต้องตระเวนขับรอบกรุงเทพฯ แต่ถ้าเกิดมันมีอะไรที่จำลองให้เห็นถึงบ้านจริง โดยที่ไม่ต้องขับรถเข้าไปน่าจะดี เพราะอย่างบางที่ผมขับรถเข้าไปแล้ว ถ้าเกิดโครงการสามารถมีตัวเครื่องมือมีอุปกรณ์ให้ผมดูได้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องขับรถไปดูที่โครงการอื่น เพราะว่าโอกาสที่จะเสียลูกค้าจะเยอะ ขับรถออกไปอีกหน่อยก็เจอโครงการอื่นดักหน้าไว้เต็มไปหมด ถ้าเป็นข้อดีของผู้ประกอบการเองก็จะทำให้โอกาสที่จะขายได้เยอะขึ้น ลูกค้าต้องก็สะดวกและได้ข้อมูลที่ครบถ้วนมากขึ้นไม่ต้องลังเลมาก และสามารถตัดสินใจได้แม่นยำขึ้นครับ

สรุปก็มาจบตรงที่เทคโนโลยี  VR ประจวบเหมาะกับที่ตัว VR เมื่อประมาณกลางปีที่แล้วมีเป็น VR รุ่นใหม่ออกมา พอทดสอบดูมันน่าจะตอบโจทย์จริงๆ และมันไม่ใช่แค่ความสนุก ไม่ใช่เป็นการปิดผนึกทางด้านการตลาดอย่างเดียว มันสามารถเอามาใช้งานที่เป็นระดับพิเศษได้จริง ๆ จึงเริ่มฟอร์มทีมแล้วก็เริ่มพัฒนาขึ้นมาครับ

ตอนนี้ของเราเป็นแอปพลิเคชั่นหรือเป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้กับแว่น  VR ใช่ไหม

คุณเพิ่ม : ผมเป็นนักพัฒนา Software ก็จะเน้น Software อย่างเดียว ก็จะ Purpose ทั้งเวอร์ชั่นให้กับทางลูกค้าด้วย ในกรณีที่ลูกค้ายังไม่สะดวกอาจจะตัดขาดทั้งตัว Software แล้วเราก็เป็น Partner เป็น Dealer ให้กับทางผู้ประกอบการ ผู้พัฒนาผู้ผลิตตัวคอมพิวเตอร์ได้ด้วยเหมือนกันก็จะขายเป็นฟังชันก์ครบเซ็ต

อุปสรรคคืออะไร หลังจากที่เริ่มมาแล้ว 1 ปี

คุณเพิ่ม : ตัวอุปสรรคหลักๆ ของ VR คือเป็นแบรนด์ หรือเป็นประสบการณ์ที่ไม่ดีจากตัว  VR รุ่นเก่าครับ ตัว VR รุ่นเก่าที่มันจะเป็นแค่มือถือแล้วใส่เข้าไปในกล่องกระดาษมีเลนส์ธรรมดา อันนี้ทำให้ผู้ใช้งานที่เคยเล่นมาก่อนเขารู้สึกมีอาการเวียนหัว ส่วนใหญ่เขาก็จะบอกว่ามันเวียนหัวไม่อยากเล่นครับ

แล้วก็เราก็พยายามจะเน้นว่ามันเป็นอีกแบบหนึ่งนะครับ ภาพมันสมจริงกว่ามันเป็นอุปกรณ์ที่ทำออกมาโดยเฉพาะเลย ตัวเลนส์ก็จะไม่ใช่เลนส์ธรรมดา มันจะเป็นของหน้าจอเลย เราก็จะพยายามเคลมกับลูกค้าว่า จากที่เราทดสอบลูกค้าก็จะสามารถใช้งานได้มากกว่า 30 นาทีในโลก VR โดยไม่มีการเวียนหัว

ตอนนี้หลักๆ ก็น่าจะอยู่ที่ตัวประสบการณ์ที่ไม่ดีจากตัว Device รุ่นเก่า ก็ต้องพยายามสื่อสาร Educate ตลาดว่า  VR มันมี 2 ประเภทนะ มันมี VR รุ่นเก่ากับ VR รุ่นใหม่  ซึ่งเราโฟกัสที่ตัว VR ที่เป็นรุ่น High – End รุ่น Premium เรื่องคุณภาพเรื่องอาการเวียนหัวหายไปเยอะเลยครับ

มีคู่แข่งเยอะไหม

คุณเพิ่ม : ถ้าตอนช่วงเริ่มต้นไม่มี เรียกได้ว่าเราเป็นคนเปิดตลาดเลย  แต่ผ่านไปสักประมาณครึ่งปีหลังจากเปิดตัว เริ่มมีคู่แข่งเข้ามา เริ่มมีคนที่อาจจะเคยพัฒนา VR  ใน Industry อื่นก็จะกระโดดเข้ามาที่ในตลาดของอสังหาฯ แต่ว่าเราเองก็มาโฟกัสที่เรื่องการออกแบบมาเน้นสำหรับตลาดอสังหาฯ โดยเฉพาะ แล้วก็เรื่องของความใช้งานง่ายครับ

จุดเด่นของ VR Real Estate คืออะไร และจะพัฒนาอะไรต่อไป

คุณเพิ่ม : จุดเด่นของเราคือเรามีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ใช้มือในโลกเสมือนจริงได้ เราจะนำเสนอตัวที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่ง่ายและสะดวกต่อผู้ใช้งาน คือเราไม่ได้เน้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เอามาเป็นแค่กิมมิค เอามาแค่ตัวโปรโมท แต่ว่าเราเน้นว่าต้องเอามาต้องแก้ปัญหาได้จริง เอามาใช้ได้จริง

ถ้ามีโอกาสที่จะขยายไปที่อื่นแน่ๆ เพราะว่าตัวเทคโนโลยี VR มันสามารถที่จะขยายไปยัง Agency อื่นได้เยอะแยะเลย มีผลงานวิจัยรองรับอยู่ว่าสามารที่จะจะตอบโจทย์ในทาง Health Care ตัว Education พออีกหลายอันเลย

มีคำแนะนำอย่างไรให้กับคนที่อยากจะหันมาทำ Startup

คุณเพิ่ม : จริงๆ ผมก็ยังไม่ได้เชี่ยวชาญมากครับ แต่ว่าถ้าในมุมมองของคนที่ทำ Startup เองอาจจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากขึ้น สภาพแวดล้อมเมื่อปีที่แล้วกับปีนี้ รวมถึงปีหน้าจะไม่เหมือนกัน เพราะว่า Startup เองก็จะเกิดขึ้นอีกหลายราย ทำให้เกิดการแข่งขันกันสูง โอกาสที่จะได้ระดมทุนตั้งแต่ยังเป็น Idea Speech อยู่ ตั้งแต่ยังมีแค่ไอเดียก็สามารถระดมทุนได้เลย ผมเชื่อว่าไม่น่าจะมีแล้ว

ตอนนี้อาจจะต้องมีรายได้บางส่วนให้เกิดจริงๆ ขึ้นมา อาจจะระดมทุนได้ ถ้าเกิดยังไม่เป็นไอเดียที่เจ๋งในสายตาของนักลงทุนจริงๆ อันนี้ก็คือน่าจะต้องเตรียมพร้อมให้ดี เพราะตลาดการแข่งขันระห่าง Startup น่าจะรุนแรงมากขึ้น แล้วก็ทาง Corporate ใหญ่ๆ เองเขาก็มีหลายเจ้าที่ลงมาเล่น อันนี้อาจจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อแสดงศักยภาพให้ทางนักลงทุนได้เห็น ให้โดดเด่นขึ้นครับ

แสดงความคิดเห็น