4 เทรนด์การทำธุรกิจ 2018

มองเทรนด์ของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในปี 2018

Highlight

  • ในปี 2018 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะถูกใช้ประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้มาที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น
  • บริษัทใดที่พับโปรเจ็กต์เรื่อง Live สด! อาจจะต้องหยิบกลับมาอีกครั้งบน Social Media
  • บริษัทต่างๆ เริ่มเปลี่ยนข้อความทางการตลาดของพวกเขาให้เน้นไปที่การแก้ปัญหา และเอาผลลัพท์ในการใช้เป็นตัววัดผลทางความสำเร็จ
  • รายใหญ่จะหันเข้ามาใช้ Blockchain ระบบที่ถูกทำเป็นแอปพลิเคชันสร้างจาก Startup เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin อีกที โดย Blockchain มีรูปแบบการใช้งานที่ยอดเยี่ยมมากจนมีคนแกะมันออกจาก Bitcoin และสร้างเป็นระบบต่างๆ เพื่อใช้งานในธุรกิจ

ปี 2018 น่าจะกลายเป็นปีที่ความก้าวหน้าของบริษัทชั้นนำถูกขับเคลื่อนด้วยเห็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างชัดเจนกว่าปี 2017 ซึ่ง Ian Altman ที่ปรึกษาด้านการขาย และคอลัมนิสต์ประจำนิตยสาร Forbes ชาวสหรัฐฯ ได้มองเทรนด์ของธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จในปี 2018 ออกมา และส่วนใหญ่นั้นเกี่ยวเนื่องกับเทคโนโลยีทั้งสิ้น โดย AI จะเข้ามาช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น (Customer Experience: CX)

  1. AI

AI จะเข้ามาช่วยสร้างปฏิสัมพันธ์กับลูกค้ามากขึ้น (Customer Experience: CX) ซึ่งความหมายของการปฏิสัมพันธ์ของลูกค้าต่อองค์กร ตลอดจนความสัมพันธ์ทางธุรกิจ ผ่านการสร้างการรับรู้ทางการตลาด อบรมสัมมนา การซื้อ-ขาย และการบริการ โดยในปี 2018 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะถูกใช้ประมวลข้อมูลต่างๆ เพื่อให้ได้มาที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากขึ้น

เช่น ในปลายปี 2017 ที่ Google Maps ได้มีฟีเจอร์ใหม่ คือเมื่อเลือกเส้นทางที่เป็นขนส่งสาธารณะ Google Maps โผล่ขึ้นมา บอกขั้นตอนการเดินทางทีละขั้นเดิน>รถเมล์>รถไฟฟ้า เมื่อเดินทางถึงใกล้จุดเปลี่ยนยานพาหนะ มีจะมี Notification เตือนให้เตรียมตัวลงใน 1 หรือ 2 ป้าย

นอกจากนี้ ยังร่วมกับ Startup เจ้าดังอย่าง Grab และ Uber แสดงระยะเวลาเดินทางพร้อมคำนวณค่าเดินทางให้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม Ian แนะนำว่า AI ไม่ได้เป็นแนวคิดที่ล้ำสมัยมากมาย แต่เครื่องมือและเทคโนโลยีที่มีอยู่ต่างหากที่สามารถใช้ให้เกิดประโยชน์เข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

  1. Live Streaming Social Media

Video เป็นเนื้อหาที่ย่อยง่ายและกระตุ้นส่วนร่วมของผู้บริโภคมากที่สุด ในปี 2017 ที่ผ่านมาบริษัทใดที่พับโปรเจ็กต์เรื่อง Live สด! อาจจะต้องหยิบกลับมาอีกครั้งบน Social Media ซึ่งธุรกิจที่ทำ Live Streaming จะเชื่อมกับผู้บริโภคได้มากกว่าเดิม อาทิ การ Streaming เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่, การ Streaming งานสัมมนา, การ Streaming เปิดโอกาสให้ถาม-ตอบ สดๆ เป็นต้น Video Live Streaming จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด

บริษัทที่วางแผนและทุ่มกับการลงทุนในทรัพยากรเพื่อทำ Video Live Streaming จะครองอุตสาหกรรมที่พวกเขาทำอยู่ได้

  1. ผลการของการทำการตลาดจะถูกขับเคลื่อนด้วย “ปัญหา”

การทำการตลาดแบบเดิมมักถูกสอนเสมอให้ขายคุณสมบัติสินค้า ปัจจุบันลูกค้าของคุณอาจไม่ได้รับประโยชน์จากผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณจริงๆ บริษัทส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จจึงหันไป Focus การแก้ปัญหาให้ลูกค้าและความคาดหวังหลังจากลูกค้าใช้สินค้าและบริการมากกว่า บริษัทต่างๆ จึงเปลี่ยนข้อความทางการตลาดของพวกเขาให้เน้นไปที่การแก้ปัญหา และเอาผลลัพท์ในการใช้เป็นตัววัดผลทางความสำเร็จ เช่น ข้อความทางโฆษณาเสื้อผ้าจากเดิมที่บอกว่าวัสดุทำจากอะไร สีอะไร แรงบันดาลใจจากอะไร ก็เปลี่ยนเป็นใส่แล้วผอม ใส่แล้วสวยเหมือนพรีเซนเตอร์ ใส่แล้วมีสไตล์ที่ทันสมัยแทน ซึ่งก็คือนำผลลัพท์เป็นสิ่งจูงใจแทน

  1. ผู้เล่นรายใหญ่จะหันใช้ Blockchain

ถ้าคุณลงทุนใน Bitcoin 1,000 US ดอลลาร์ ในปี 2008 คุณจะมีเงิน 40,000,000 US ดอลลาร์ ในวันนี้ และหลายคนคิดว่า Blockchain คือ Bitcoin ทั้งที่จริงแล้ว Bitcoin ถือเป็นทรัพย์สินมีการขึ้นการลงของราคาตามตลาดเหมือนทองคำ

ขณะที่ Blockchain เป็นระบบที่ถูกทำเป็นแอปพลิเคชันสร้างจาก Startup เป็นเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง Bitcoin อีกที โดย Blockchain มีรูปแบบการใช้งานที่ยอดเยี่ยมมากจนมีคนแกะมันออกจาก Bitcoin และสร้างเป็นระบบต่างๆ ซึ่ง Blockchain มีรูปแบบการเก็บข้อมูล (Data Structure) ในธุรกรรมดิจิทัล (Digital transaction) แต่ละคนสามารถส่งต่อไปยังคนอื่นๆ ได้เหมือนห่วงโซ่ (Chain) โดยที่ทราบว่าใครเป็นเจ้าของและมีสิทธิในข้อมูลนั้นๆ เช่น ปกติข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์จะถูกส่งในรูปแบบ Copy เมื่อเราส่งรูป Jpeg ให้กับเพื่อน มันจึงเป็นการ Copy เพราะรูปก็ยังอยู่ที่เราและอยู่ที่เพื่อน และถ้าเพื่อนส่งต่อไปเรื่อยๆ รูปนั้นก็จะไม่รู้ที่มา

แต่ระบบ Blockchain ที่ทำแบบห่วงโซ่ (Chain) เมื่อเราส่งข้อมูลให้เพื่อนเราจะเกิดข้อมูลที่เรียกว่า Block และเมื่อเพื่อนเราส่งต่อไปให้เพื่อนอีกคน ก็จะเกิด Block อีกอันหนึ่งขึ้น แต่ทั้งหมดจะเชื่อมถึงกัน เมื่อมีการโอนต่อไปเรื่อยๆ ก็จะเชื่อมโดย Block ไปเรื่อยๆ ซึ่งการที่ข้อมูลเป็นแบบห่วงโซ่ (Chain) มันจึงสามารถตรวจสอบต้นทางได้ว่าสิ่งที่ส่งต่อกันนั้นมีอยู่จริงไม่ได้ Copy ใครมาและแอบอ้างมา โดย Blockchain ของข้อมูลได้มีการบันทึก Blockchain จึงกลายเป็นเรื่องยากที่ใครจะเพิ่มข้อมูลเพื่อเปลี่ยนแปลงเพราะทุกคนในเครือข่ายล้วนมีสำเนา Blockchain และทำให้ในปี 2018 จึงจะได้เห็นรายใหญ่หันไปจับระบบ Blockchain ในธุรกิจมากขึ้น

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น