วิกฤติแรงงาน หนุนนวัตกรรมการเกษตรเบ่งบานยุค 4.0

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีสัดส่วน “แรงงานภาคเกษตร” มากกว่า 50% ของการผลิตมาเป็นเวลายาวนาน โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2557 จำนวนแรงงานภาคเกษตร มาเป็นอันดับ 1  คิดเป็นสัดส่วน 56.9% ของทุกอุตสาหกรรม รองลงมา คือ การขายส่งและขายปลีก 16.9% ที่พักแรมและบริการอาหาร 7.6%  การผลิต 6.0% ก่อสร้าง 4.6% และ อื่นๆ 8.0%

ไฮไลท์ :

  • ปัญหาแรงงานภาคการเกษตรเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และแรงงานภาคการเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น รวมถึงการขาดสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน รายได้ไม่แน่นอน คนรุ่นใหม่ ขาดแรงจูงใจในการเข้าสู่ภาคการเกษตร  ส่งผลให้จำนวนประชากรในภาคการเกษตรมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 57.71 ของจำนวนแรงงานทั้งหมด เหลือเพียงร้อยละ 36.30
  • สาเหตุสำคัญที่ทำให้แรงงานภาคเกษตรลดลง เนื่องจากแรงงานภาคการเกษตรเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และแรงงานภาคการเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น
  • ‘โดรน’ เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะโดรนมีความสามารถทำอะไรได้มากกว่าการถ่ายภาพ หรือ เป็นของเล่น แต่สามารถนำมาต่อยอดทำอย่างอื่นนอกจากถ่ายรูป ไปเชื่อมกับเกษตร

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีสัดส่วน “แรงงานภาคเกษตร” มากกว่า 50% ของการผลิตมาเป็นเวลายาวนาน โดยข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระบุว่า ในปี 2557 จำนวนแรงงานภาคเกษตร มาเป็นอันดับ 1  คิดเป็นสัดส่วน 56.9% ของทุกอุตสาหกรรม รองลงมา คือ การขายส่งและขายปลีก 16.9% ที่พักแรมและบริการอาหาร 7.6%  การผลิต 6.0% ก่อสร้าง 4.6% และ อื่นๆ 8.0%

แต่จากผลการศึกษาเรื่องความท้าทายของการเปลี่ยนแปลงด้านแรงงานภาคเกษตร โดย

คุณสุภัทร คำมุงคุณ (2557) พบว่า ในฤดูการเพาะปลูก ปี 2556/2557 ประเทศไทย มีประชากรแรงงานภาคการเกษตรที่มีอายุระหว่าง 15-64 ปี จํานวน 16.10 ล้านคน โดยสัดส่วน ประชากรในภาคการเกษตรมีแนวโน้มลดลงจากร้อยละ 57.71 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 8 เป็นร้อยละ 36.30 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10

 

กราฟิก 1 เปรียบเทียบจำนวนแรงงานในภาคเกษตร

 

@  เหตุแรงงานเกษตรวิกฤติ

สาเหตุสำคัญที่ทำให้แรงงานภาคเกษตรลดลง เนื่องจากแรงงานภาคการเกษตรเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรม และแรงงานภาคการเกษตรที่มีอยู่ในปัจจุบันเริ่มเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุมากขึ้น รวมถึงการขาดสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และเกษตรกรมีรายได้ไม่แน่นอน ลักษณะการทำงานเป็นงานหนัก และลําบาก ทําให้คนรุ่นใหม่ ขาดแรงจูงใจในการเข้าสู่ภาคการเกษตร ส่งผลทําให้เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตรเกิดขึ้น

ผู้ประกอบการในธุรกิจการเกษตร เริ่มตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้มีความพยายามในการปรับตัว โดยการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมต่างๆ  ตอบโจทย์การทำการเกษตร 4.0 เพื่อให้ไทยสามารถรักษาตำแหน่งการเป็น “ครัวของโลก” ได้ต่อไปในยุควิกฤติแรงงาน

@ เอกชนปรับตัวยกระดับภาคเกษตร

เจ้าพ่อธุรกิจเกษตรอย่าง ‘ธนินท์ เจียรวนนท์’ ประธานกรรมการอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) มองอนาคตเกษตรไทยว่า ต่อไปจำนวนแรงงานภาคเกษตรอาจจะเหลือ 1% ธุรกิจต้องเปลี่ยนแปลงให้ทันสถานการณ์  ทางซีพี กำลังศึกษาโมเดลธุรกิจรูปแบบเมืองเกษตร ซึ่งจะแปลงเมืองที่มีประชากร 3-4 แสนคน ให้ปลูกพืชเกษตร ทำปศุสัตว์ ป้อนให้กับซีพี โดยอาจจะรวมที่ดินกัน ถ้าไม่ต้องการปลูกเอง ผมรับจ้างปลูกให้โดยการันตีว่าได้เงิน 1,200 บาท ถ้าผลผลิตเสียหาย ผมรับผิดชอบ และให้รัฐบาลการันตีว่า ที่ดินแปลงนี้ยังเป็นของคุณ ซึ่งแนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ซีพีได้ทดลองใช้ในเขตเมืองผิงกู่ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนสำเร็จมาแล้ว

ที่ผ่านมา เกษตรกรไทยขาดเงินทุน ขาดความรู้ ไม่มีเทคโนโลยี และไม่มีตลาด แต่ซีพีทำการเกษตรเก่ง การทำโครงการลักษณะนี้ไม่เพียงซีพีจะได้ประโยชน์ แต่เกษตรกรก็ได้ประโยชน์ด้วย มีกำไรเลี้ยงครอบครัวได้ พร้อมทั้งต้องคืนเงินต้น คืนดอกเบี้ยให้ธนาคารได้ มีโอกาสขยายการปลูก ถึงเรียกว่า ยั่งยืน

ด้าน ‘รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร’ นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย มองว่า เกษตรกรไทยเป็นรายย่อยถึง 90% แรงงานภาคเกษตรลดลงอย่างมาก หากมีการร่วมทุนระหว่างเอกชนและเกษตรกร และแบ่งประโยชน์กันจะช่วยให้สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ นอกจากจะทำให้ไทยในฐานะประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้ว ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ส่วนผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ในแง่ราคาสินค้าลดลง

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานรัฐต้องปรับบทบาทเข้ามาดูแล โดยการวางนโยบายบริหารและจัดสรรทรัพยากร เช่น น้ำ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างเกษตรกรที่เข้าร่วมและไม่ร่วมโครงการ รวมถึงระบบสาธารณูปโภค การวิจัยและพัฒนาร่วมกับภาคเอกชนด้วย ที่สำคัญรัฐต้องให้เปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสชัดเจน

@ การพัฒนานวัตกรรมช่วยภาคเกษตรเฟื่องฟู

ในอีกด้านหนึ่ง ‘คุณอุลิต จาตุรแสงไพโรจน์’ ผู้จัดการ GIS บริษัท ทีซีซี เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) ระบุว่า แนวโน้มตลาดโดรน หรือ อากาศยานไร้คนขับ ขยายตัวอย่างมากทั่วโลก PwC คาดการณ์ว่ามีมูลค่าถึง 127,000 ล้านเหรียญสหรัฐ การใช้บริการโดรนส่วนใหญ่เพื่อสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับสาธารณูปโภค ภาคเกษตร ขนส่งความปลอดภัย สื่อ ประกันภัย การสื่อสาร และเหมืองแร่

ในประเทศไทย “ตลาดโดรน” เติบโตก้าวกระโดด โดยช่วง 5 เดือนแรก ปี 2558 มูลค่าการลงทุนในสตาร์ตอัพโดรน สูงกว่ามูลค่าของธุรกิจนี้ในช่วง 3 ปี (2555-2557) รวมกัน โดยเน้นใช้เป็นเครื่องมือในภาคเกษตรและการผลิตสื่อเป็นหลัก และมีองค์กรภาครัฐบางแห่งที่ใช้โดรนเป็นทางเลือกในการทำแผนที่ เพื่อช่วยลดระยะเวลาและงบประมาณ ฉะนั้น การใช้โดรนเป็นทางเลือกในการให้บริการยังมีช่องว่างที่เติบโตได้อีกมาก

บริษัท TCC ศึกษาธุรกิจนี้มา 3-4 ปี แล้ว ตอนนี้ให้บริการโดรนทำแผนที่ และสนับสนุนงานภาครัฐ และในอนาคตจะมีการพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้เป็นหลัก ดังนั้น จะใช้โดรนเป็นเครื่องมือ เพื่อเก็บข้อมูล และประมวลผลอย่างไร เพื่อให้เกิดนวัตกรรมขึ้นอยู่กับการเลือกเทคโนโลยี หรือแพลตฟอร์ม เพื่อเข้าถึงผู้ใช้ให้ได้

กราฟิก 2 ประเภทอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

จะเห็นว่า ‘โดรน’ เป็นเพียงตัวอย่างเดียวของนวัตกรรมด้านการเกษตรที่ได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะโดรนมีความสามารถทำอะไรได้มากกว่าการถ่ายภาพ หรือ เป็นของเล่น แต่สามารถนำมาต่อยอดทำอย่างอื่นนอกจากถ่ายรูป ไปเชื่อมกับเกษตร ฉีดยาฆ่าแมลง หว่านเมล็ดพืช  วิเคราะห์การผลิต ทำให้เกิดโอกาสต่อยอดธุรกิจได้ในอนาคต

@ พาณิชย์หนุนตลาดสินค้าเกษตร

ขณะที่ภาครัฐ มีนโยบายส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมเกษตรอย่างต่อเนื่อง ‘คุณสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า นโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ต้องการติดตามดูแล เร่งหาตลาดและผลักดันราคาสินค้าเกษตรให้เพิ่มขึ้น โดยจะมีการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรที่มีนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมการปลูกสินค้าเกษตรอินทรีย์ การต่อยอดงานวิจัยและนวัตกรรมสินค้าเกษตรเพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า พร้อมทั้งจัดหาช่องทางจำหน่ายสินค้าเกษตรที่มีนวัตกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก http://www.bangkokbanksme.com/loan หรือสายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น