ไทยมุ่งมั่นรักษาระดับการเติบโตการค้าชายแดนกับเมียนมา

ภาพรวมการค้าชายแดนไทยในปี 2018 คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 10 -14

โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้เติบโตมาจากความต้องการสินค้าไทย, การให้ความสำคัญกับหุ้นส่วนด้านการค้า, การลงทุนในพื้นที่ ตลอดจนการปรับปรุงการค้าระหว่างชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้ดียิ่งขึ้น  ซึ่งไทยตั้งเป้ารักษาระดับการเติบโตทางการค้าชายแดน โดยเฉพาะเมียนมา ที่มีความต้องการให้ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุน

นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์เตรียมที่จะจัดการประชุมการค้าชายแดนเพื่อหาแนวทางถึงเป้าหมายในปี 2018 โดยหนึ่งในเป้าหมาย คือรักษาอัตราการเติบโตการค้าชายแดนให้อยู่ในระดับเดียวกันกับช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ กรมการค้าระหว่างประเทศได้เข้าหารือกับทางการเมียนมาเกี่ยวกับความร่วมมือทางด้านการลงทุนในรัฐฉาน ซึ่งเป็นรัฐใหญ่ที่สุดในเมียนมา

“รัฐฉานมีความต้องการการลงทุนจากนักธุรกิจไทย ไม่ว่าจะเป็นในด้านไฟฟ้า, โรงแรม, ร้านอาหาร, การเกษตร และการท่องเที่ยว โดยในปีล่าสุด กรมการค้าระหว่างประเทศได้นำผู้ประกอบการไทยเดินทางไปรัฐฉาน เพื่อมองหาโอกาสทางการลงทุน” นายอดุลย์ กล่าว

นายอดุลย์ กล่าวต่อว่า กรมการค้าระหว่างประเทศ ได้จัดทำโครงการพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการรายเล็กของไทย (YEN-D) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างการเติบโตในพื้นที่การค้าชายแดน โดยโครงการดังกล่าว เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในปี 2015 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ด้านการลงทุนในตลาดภูมิภาค เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการไทยที่สนใจเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้เข้าใจถึงวัฒนธรรม และกฎระเบียบอย่างลึกซึ้ง

ทั้งนี้ การค้าชายแดนไทยมีมูลค่าประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท ในปี 2017 เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7 จากเดิมในปี 2016 ที่มีมูลค่า 1.42 ล้านล้านบาท โดยในปี 2018 คาดการณ์ว่าการค้าชายแดนไทยจะเติบโตร้อยละ 10 – 14 ซึ่งปัจจัยสนับสนุนให้มีการเติบโตมาจากความต้องการสินค้าไทย, การลงทุนในพื้นที่ของนักลงทุน รวมถึงการปรับปรุงการค้าระหว่างชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านให้ดียิ่งขึ้น

แสดงความคิดเห็น