มองปัญหาแล้วนำมาพัฒนาสินค้า “Moddii มดดิ๊” ขนมหวานไทยยุค 4.0

มองปัญหาแล้วนำมาพัฒนาสินค้า จากขนมสดไทยที่มีอายุการรับประทานสั้น ยืดการเก็บรักษาด้วยเทคโนโลยี ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิงเพื่อให้สินค้ามีตัวตน

กลุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมหวานเพชรบุรี ผลิตและจำหน่ายขนมไทยสไตล์มินิ ภายใต้แบรนด์ มดดิ๊ (Moddii) ก่อตั้งเมื่อปี 2555  คิดค้นพัฒนาขนมไทยให้กลายเป็นสินค้าที่สามารถบริโภคได้ตลอดเวลา ใช้เทคโนโลยีเพื่อยืดอายุการเก็บรักษา รวมทั้งปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ให้มีความสวยงาม เปลี่ยนภาพลักษณ์และสร้างเรื่องราวของขนมแต่ละชนิดให้เกิดความน่าสนใจ

มองปัญหาแล้วนำมาพัฒนาสินค้า

คุณณัฐดนัย รุจิรา เจ้าของผลิตภัณฑ์ขนมหวานไทยแบรนด์ “Moddii มดดิ๊” เล่าว่า จุดเริ่มต้นธุรกิจคือเป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี ที่บ้านทำขนมเพื่อส่งให้เจ้าใหญ่ต่างๆ เช่นแม่กิมไล้ แม่กิมลั้ง ที่มีชื่อเสียงของจังหวัด โดยส่วนตัวจบการศึกษาแล้วต้องการกลับมาพัฒนาธุรกิจของที่บ้าน รวมทั้งพัฒนาชื่อเสียงขนมไทยของจังหวัดเพชรบุรี

ซึ่งเริ่มต้นจากปัญหาของขนมไทยใน 3 ข้อหลัก คือ 1.ขนมสดไทยจะมีอายุการกินสั้น 2.ขนมแต่ละชนิดมีน้ำตาลมาก ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และ 3.ไม่มีความหลากหลายและบรรจุภัณฑ์ไม่สวยงาม

สินค้าเริ่มต้นจากขนมอาลัว ที่ทำการยืดอายุจากปกติ 15 วันแล้วจะขึ้นรา มาเป็นอยู่ได้นาน 6 เดือน โดยไม่ใส่วัตถุกันเสีย จากนั้นก็เพิ่มความหลากหลายให้กับรสชาติ เช่นอาลัวผสมผลไม้ ผสมช็อกโกแลต ชาโคล  น้ำผึ้งมะนาว เป็นต้น  นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาขนมดังที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี คือหม้อแกง ยืดอายุด้วยการบรรจุกระป๋องที่เก็บได้นานถึง 18 เดือน มีความหลากหลายของรสชาติ มีสูตรน้ำตาลโตนด กล้วย มะม่วง ทุเรียน ซึ่งทั้งหมดมีความหวานน้อย แคลอรีต่ำ ดีต่อสุขภาพ

ซึ่งจากปัญหาทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาทำให้ขนมหวานไทยจากแบรนด์ มดดิ๊ “Moddii” มีความแตกต่างที่น่าสนใจ และสามารถแข่งขันกับเจ้าใหญ่ที่ครองตลาดขนมหวานเมืองเพชรบุรีได้

“แก้ปัญหาเรื่องอายุขนม และเน้นในเรื่องสุขภาพ เปลี่ยนจากน้ำตาลทรายมาเป็นน้ำตาลโตนดที่มีดัชนีน้ำตาลต่ำ ไม่ทำให้เป็นเบาหวานและโรคอ้วน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีแพ็กเกจจิงที่สวยงาม ต่างจากเดิมที่ใส่ถุงพลาสติกขายในราคา 3 ถุงร้อย ซึ่งเพิ่มความน่ากิน เพิ่มเรื่องราวให้สินค้ามีความแตกต่างและน่าสนใจมากขึ้น” คุณณัฐดนัยกล่าว

สำคัญคือการสร้างแบรนด์

คุณณัฐดนัยกล่าวอีกว่า การที่ตัดสินใจสร้างแบรนด์ขึ้นมา เพื่อให้สินค้ามีตัวตน และมองว่าการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันการสร้างแบรนด์เป็นสิ่งที่จำเป็นมากโดยเฉพาะผู้ประกอบการเอสเอ็มอี  โดยตนเองมีชื่อเล่นคือ “มด” เมื่อนำวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นในจังหวัดเพชรบุรีที่มักจะมีคำพูดติดปากคือ ดุ๊ ดิ๊ ด๊ะ มารวมกันจึงเป็นที่มาของชื่อแบรนด์ มดดิ๊

ด้วยการที่จบการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์อาหารมาโดยตรง ทำให้คุณณัฐดนัยนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาเข้ามาพัฒนาสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม แต่ในขณะเดียวกันคุณณัฐดนัยกล่าวว่าตรงจุดนี้ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในเรื่องการตลาด ที่ในช่วงแรกใช้โปรดักต์นำการตลาด แม้จะมีจุดแข็งด้านสินค้าแต่เรื่องการตลาดกลับกลายเป็นจุดอ่อน ซึ่งในปัจจุบันจึงต้องเน้นทำการตลาดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นด้านออนไลน์ ตลอดจนคู่ค้าที่เปิดรับตัวแทนในการทำธุรกิจร่วมกัน

“เร่งสร้างตัวแทนจำหน่าย ช่องทางการขายปัจจุบันมีทั้งออฟไลน์และออนไลน์ โดยหลักคือออกบูธตามงานต่างๆ และสามารถสั่งซื้อได้ทั้งจากทางเว็บไซต์และ Facebook แฟนเพจ”

สุดท้าย เจ้าของแบรนด์หนุ่มได้ฝากคำแนะนำถึงเอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จไว้ด้วยว่า

“ต้องมีความมุ่งมั่นในการทำงาน ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม รับฟังความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อนำมาพัฒนาสินค้า และที่สำคัญที่สุดคือต้องเชื่อมั่นและรักในงานที่ทำอยู่ ซึ่งเมื่อรักและมีความสุขในการทำงานก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน” คุณณัฐดนัยกล่าวทิ้งท้าย

สนใจธุรกิจ 08-1981-2117

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น