“หมูทอดติดฟัน” โฟกัสที่คุณภาพให้ลูกค้าพอใจ แล้วกำไรจะมาเอง

อดีตพนักงานประจำที่ผันตัวเองมาเป็นพ่อค้า เริ่มจากความชอบส่วนตัวที่เป็นนักชิมอาหารและคิดค้นสูตร “หมูทอด” ที่เป็นอาหารยอดนิยม ใส่ไอเดียเพิ่มความแตกต่าง สร้างแบรนด์ พัฒนาจนเป็นที่ถูกใจของลูกค้า ประสบความสำเร็จมียอดขายสูงถึงหลักล้านบาทต่อเดือน

“หมูทอด” อาหารยอดนิยม
คุณปฐมพร มีสอน หรือคุณเอ็กซ์ เจ้าของธุรกิจ “หมูทอดติดฟัน” เปิดเผยว่า เริ่มธุรกิจจากความเบื่องานประจำที่รู้สึกว่าไม่เป็นตัวเอง ต้องการสร้างธุรกิจขึ้นมา ปรึกษากับเพื่อนสนิทที่มีรสนิยมเดียวกันคือเป็นนักกิน โดยเฉพาะของทอด นึกถึงไก่ทอดซึ่งเป็นอาหารยอดนิยม จึงทำการศึกษาราคาไก่สดและราคาเมื่อทอดแล้วในท้องตลาดพบว่าสูงขึ้นถึงเท่าตัว
จากนั้นจึงเริ่มคิดค้นสูตรในการทอดและหมัก ใช้เวลาประมาณ 4 เดือนจึงได้สูตรที่ลงตัว คุณเอ็กซ์จึงตัดสินใจออกจากงานเพื่อมาขายไก่ทอดอย่างเต็มตัว
“ขายวันแรกปรากฏว่าไก่ทอดขายไม่ได้เลย แต่บังเอิญในวันนั้นมีการเอาหมูมาขายเสริมด้วย ซึ่งเตรียมมาแค่ไม่กี่กิโลฯ ซึ่งใช้เวลาแป๊บเดียวก็ขายหมด”
จากประสบการณ์ในครั้งแรกที่ขายทำให้รู้ว่าหมูทอดเป็นที่นิยมมากกว่า จึงปรับเปลี่ยนจากไก่เป็นหมูแทน โดยมีรถเข็นเล็กๆ พ่วงกับรถมอเตอร์ไซค์แล้วทำการขาย ซึ่งขายดีมากจาก 15 กิโลกรัมต่อวัน เป็น 40-50 กิโลกรัมต่อวัน

ปิ๊งไอเดียต่อยอดธุรกิจ

เมื่อธุรกิจเริ่มประสบความสำเร็จ คุณเอ็กซ์คิดต่อว่าควรต้องมีการต่อยอดออกไป จึงมองถึงการเปิดเป็นร้านอาหาร โดยวางแผนว่าหน้าร้านจะทำการขายหมูทอดและภายในร้านจะมีอาหารต่างๆ ไว้บริการ ซึ่งปกติการขายหมูทอดจากหน้าร้านอย่างเดียวนั้นมีลูกค้ามาซื้อตลอดอยู่แล้ว และเมื่อมีร้านอาหารด้วยควรจะมีบริการอย่างไรจึงจะเหมาะสม

ซึ่งเมนูอาหารที่จะนำมาบริการในร้านคุณเอ็กซ์เลือกเมนูต้ม “เล้ง” (ต้มยำซุปกระดูกหมู) เพราะกำลังเป็นที่นิยม เป็นเมนูเด่นของร้าน เสิร์ฟในหม้อไฟร้อนๆ ส่วนหมูทอด 3 แบบหลักคือ หมูสวรรค์ 3 ชั้น หมูน้ำตาตก และหมูกระเทียมพริกไทย

“จุดเด่นของหมูทอดติดฟัน คือมีความแตกต่างจากการขายหมูทอดแบบเดิมที่ขายแต่เฉพาะหน้าร้าน สามารถสั่งหมูทอดมานั่งกินกับต้มเล้งหรือเมนูอื่นที่มีให้เลือกอีกหลากหลาย”

จากทุนต่อยอดก้อนเล็กๆ สู่ยอดขายหลักล้าน

หมูทอดติดฟันเริ่มธุรกิจมาได้ประมาณ 3 ปี โดยสองปีแรกเป็นการขายในแบบรถเข็นเพียงอย่างเดียว และได้ขยายเปิดเป็นร้านเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา  ซึ่งในการเปิดร้านคุณเอ็กซ์เปิดเผยว่าใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่เกิน 80,000 บาท เป็นการเริ่มต้นด้วยเงินไม่มาก แล้วนำกำไรมาหมุนเวียนต่อยอดไปเรื่อยๆ

โดยตลอด 1 ปีที่ผ่านมาหมูทอดติดฟันได้การตอบรับดี ด้วยทำเลที่เหมาะสมคือบริเวณมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือนักศึกษา ใช้เวลาไม่เกิน 3 เดือนในการถึงจุดคุ้มทุนของธุรกิจ ซึ่งเคยสร้างรายได้ต่อเดือนสูงสุดถึง 1,500,000 บาท

“สำหรับคนที่มีเงินลงทุนไม่มาก แนะนำว่าให้เริ่มเลยจากก้อนเล็กๆ เมื่อได้กำไรแล้วจึงนำมาหมุนต่อเรื่อยๆ” คุณเอ็กซ์ กล่าว

โฟกัสที่ลูกค้าเป็นหลัก

ด้านเคล็ดลับความสำเร็จนั้น เจ้าของร้านหมูทอดติดฟันกล่าวว่าคือการนึกถึงลูกค้าเป็นหลัก ซึ่งคุณเอ็กซ์ขยายความว่า เมื่อเราคำนึงถึงลูกค้า ลูกค้าก็จะคิดถึงเราเช่นกัน เพราะเมื่อเข้ามาแล้วเกิดความประทับใจทั้งจากคุณภาพของอาหารและบริการที่ดีลูกค้าก็จะกลับมาใหม่ กลายเป็นลูกค้าประจำรวมทั้งมีการบอกต่อ

และปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการที่ไม่ได้โฟกัสกับกำไรมากจนเกินไป แต่เน้นไปที่ความพึงพอใจของลูกค้า คุณภาพของสินค้าที่ขาย

“ไม่ได้โฟกัสที่เงิน คิดแค่ว่าทำให้เต็มที่ที่สุดในคุณภาพของอาหารและการบริการลูกค้า จากนั้นเงินก็จะตามมาเอง”

เล็งเพิ่มสาขาขยายกลุ่มลูกค้า

สำหรับการต่อยอดในอนาคต คุณเอ็กซ์มองว่ากำลังจะเปิดสาขาเพิ่ม เนื่องจากร้านปัจจุบันเน้นกลุ่มลูกค้านักศึกษาจาก ม.กรุงเทพ ช่วงเวลาปิดเทอมจะทำยอดขายไม่ได้ ซึ่งต้องการขยายออกไปในทำเลถนนสายเอเชียและถนนมิตรภาพ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เดินทางไปภาคอีสานและขึ้นเหนือ นอกจากนี้ยังเตรียมการขายรูปแบบใหม่โดยมีแพ็กเกจเป็นหมูสดพร้อมส่วนผสมสำหรับลูกค้าสามารถนำไปทอดเพื่อรับประทานเองที่บ้านอีกด้วย

สุดท้าย เจ้าของร้านหมูทอดติดมันได้ให้คำแนะนำสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการประสบความสำเร็จ ว่าจุดแรกต้องเต็มที่ในการทำงาน ส่วนเรื่องสินค้านั้นควรมองความต้องการของลูกค้าให้ออก จากนั้นเป็นเรื่องของราคาที่ต้องไม่แรงจนเกินไป ให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุ้มค่าและเหมาะสมกับเงินที่ต้องจ่าย

“และที่สำคัญที่สุดคือต้องไม่มองถึงเรื่องผลกำไรมากจนเกินไป เพราะจะมีผลต่อเนื่องถึงเรื่องต้นทุน ซึ่งเมื่อต้องหาทางลดค่าใช้จ่ายเพื่อให้ได้กำไรเยอะจะทำให้คุณภาพของสินค้าลดลงตามไปด้วย” คุณเอ็กซ์กล่าวทิ้งท้าย

หมูทอดติดฟัน โทรศัพท์ 09-4475-0304, FB : หมูทอดติดฟัน

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น