เห็นโอกาสจากพื้นที่ Guyasuka Hostel&Café โฮสเทลสุดชิคไม่ง้อทำเล

โฮสเทลคือที่พักที่เกิดมาเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ไม่ได้ต้องการบริการแบบ Full Service หากแต่ต้องการประสบการณ์และที่พักที่สามารถทำให้เขาได้รู้จักถึงที่ท่องเที่ยวนั้นๆ ได้อย่างแท้จริง

“เพราะโฮสเทลหลากหลายแห่งจะตั้งอยู่ในชุมชนที่เป็นพื้นเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในประเทศที่เขามาท่องเที่ยว และส่วนใหญ่โฮสเทลจะดำเนินการโดยคนในท้องถิ่นซึ่งจะต้อนรับนักท่องเที่ยวดั่งญาติพี่น้อง ทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วัฒนธรรมในแต่ละท้องถิ่นไปในตัว ที่สำคัญค่าใช้จ่ายในการพักแรมที่โฮสเทลนั้นต่ำกว่าโรงแรมหลายเท่านัก ทำให้ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวที่ต้องการเพียงแค่ที่พักและฝากกระเป๋าแล้วออกไปท่องเที่ยวอย่างเต็มที่”

นี่คือความหมายของ “โฮสเทล” จากมุมมองของ คุณวรวิทย์ พัฒนกำจรกิจ เจ้าของ Guyasuka Hostel&Café ที่ผุดไอเดียจากความต่าง จับกลุ่มเป้าหมายด้วยแนวคิดและแผนการตลาดที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดี มองเห็นศักยภาพของพื้นที่ซึ่งแม้ไม่ได้อยู่ใกล้กับแหล่งท่องเที่ยว แต่สะดวกสบายในเรื่องของการเดินทาง จากจุดอ่อนมาพัฒนามาเป็นจุดขายของธุรกิจ

จากนักการตลาด สู่เจ้าของโฮสเทล

คุณวรวิทย์เล่าว่าธุรกิจเริ่มจากการที่ตนเองเป็นพนักงานประจำ ทำงานด้านการวางแผนการสื่อสารการตลาด ซึ่งต้องเป็นที่ปรึกษาและให้บริการแก่ผู้ประกอบการในหลากหลายธุรกิจ ทำให้มีพื้นฐานในการทำการตลาด การสร้างแบรนด์และการสื่อสารการตลาด จากการทำงานมาหลายปีทำให้เกิดคำถามตัวเองว่าวันหนึ่งถ้าหากมีแบรนด์เป็นของตัวเองแล้วจะสร้างสรรค์ออกมาอย่างไร นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองเพื่อจะได้สร้างแบรนด์อย่างที่ต้องการ

“มองหาอยู่นานว่าธุรกิจอะไรที่เหมาะกับเรา จนพบว่าเราชอบงานบริการและชอบการทำอาหาร เป็นสองสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุข ทุกครั้งที่เรามีโอกาสได้บริการลูกค้าในงานประจำของเรา เป็นแรงผลักดันให้เราอยากมาทำงานในแต่ละวัน หรือเมื่อวันหยุดมาถึงเราก็ชอบดูคลิปทำอาหาร บางวันลุกขึ้นมาเข้าครัวทำให้เพื่อนๆ ชิม  เมื่อเจอสองสิ่งที่เรามีความสุขที่ได้ทำแล้ว เราก็มีคำถามอีกว่าแล้วสองสิ่งนี้จะมาอยู่รวมกันได้อย่างไร ผ่านไปสักระยะจนมาเจอสถานที่แห่งนี้ ที่ซึ่งสามารถทำสิ่งที่เรารักได้สองอย่างในเวลาเดียวกัน แล้วเราจะรออะไร การตัดสินใจที่จะทำ “กายาสุขะ โฮสเทลแอนด์คาเฟ่”จึงเกิดขึ้น” คุณวรวิทย์กล่าว

เงิน เวลา และความรู้

ในเรื่องการเตรียมความพร้อมก่อนทำธุรกิจ คุณวรวิทย์อธิบายว่าสิ่งแรกที่สำรวจและวางแผนก่อนคือเรื่องเงิน เริ่มต้นจากคำนวณเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ในช่วงแรกจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือค่าตกแต่งสถานที่ ค่าทำการตลาด ค่ามัดจำและค่าเช่าสถานที่ และอื่นๆ ซึ่งค่าใช้จ่ายเป็นเงินในระดับเจ็ดหลัก และเมื่อลงทุนแล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามมาเป็นรายเดือน ซึ่งแบ่งได้คือ ค่าเช่าสถานที่รวมถึงค่าน้ำค่าไฟ เงินเดือนพนักงาน ค่าใช้จ่ายหมุนเวียนต่างๆ เช่น อาหาร ข้าวของในโฮสเทล และค่าซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอต่างๆ ซึ่งแต่ละส่วนต้องคาดการณ์และสำรองไว้เพื่อให้พอใช้จ่ายแต่ละเดือน ซึ่งในส่วนของเงินทุนสำรองต้องมีเพียงพอที่จะดำเนินธุรกิจนี้ไปได้อย่างน้อย 6 เดือน

เรื่องถัดมาคือเวลา ซึ่งคุณวรวิทย์ดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ทำให้ต้องวางแผนเรื่องการบริหารเวลา ประเมินตนเองว่ามีเวลามาดูแลงานมากน้อยขนาดไหน วิเคราะห์เนื้องานว่าต้องเข้ามาอยู่ด้วยตลอดเวลาหรือบางเวลา ซึ่งเมื่อเข้าใจก็ทำให้สามารถจัดสรรเวลาในการเข้ามาบริหารจัดการได้

และในเรื่องความรู้ คุณวรวิทย์กล่าวว่า

“เราต้องไปเติมความรู้และหาข้อมูลให้มากที่สุด เพราะเป็นมือใหม่ หากไร้หลักการจะเสียเวลาเสียเงินลงทุนไปโดยใช่เหตุ ตัดสินใจไปเรียนเรื่องการบริหารร้านอาหารกับหน่วยงานหนึ่ง ทำให้เรารู้ถึงวิธีการคำนวณต้นทุน การตั้งราคา การบริหารร้านอาหารต่างๆ แล้วจึงเริ่มเก็บข้อมูลเกี่ยวกับตลาด คู่แข่ง กลุ่มเป้าหมาย เมื่อรวบรวมทุกอย่างได้แล้ว จึงมาวางแผนในการออกแบบแบรนด์ “กายาสุขะ โฮสเทลแอนด์คาเฟ่”

จุดเด่นและความน่าสนใจของ Guyasuka Hostel&Café

กายาสุขะ โฮสเทลแอนด์คาเฟ่ดำเนินการมาประมาณ 6 เดือน มีบริการหลัก 2 ส่วน คือส่วนของโฮสเทลที่จะให้บริการที่พักชั่วคราวกับนักท่องเที่ยวและคนไทยที่มีธุระบริเวณบางนาหรือศูนย์แสดงสินค้าไบเทค ส่วนที่ 2 คือส่วนของคาเฟ่และร้านอาหารที่ให้บริการทั้งผู้ที่มานั่งกินที่ร้านและมีบริการเดลิเวอรี่เสริมสำหรับลูกค้าที่ไม่สะดวกมาใช้บริการ

โดยจุดเด่นของกายาสุขะโฮสเทล คุณวรวิทย์กล่าวว่ามีด้วยกัน 3 C คือ

“C แรกคือ เราเป็น Chic Local Hostel&Café ที่มีความแตกต่างจากคู่แข่งในบริเวณเดียวกัน ซึ่งสามารถตอบโจทย์ลูกค้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียงที่ต้องการร้านกาแฟเก๋ๆ เพื่อนั่งพักผ่อนหรือทำงาน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาก็จะมีโอกาสได้สัมผัสสังคมไทยจากชุมชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเรา ซึ่งหาไม่ได้จากการพักในโฮสเทลอื่นๆ

C ที่สองคือสถานที่ตั้งเราค่อนข้าง Convenience แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยว แต่สะดวกสบายสำหรับการเดินทางไปไหนมาไหน เพราะด้านหน้าเรามี BTS แบริ่ง ด้านข้างมีศูนย์แสดงสินค้าไบเทค หรือด้านหลังจะเป็นเส้นศรีนครินทร์-บางนาซึ่งสามารถเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิได้อย่างง่ายดาย

และ C สามคือ Create เราออกแบบสิ่งต่างๆ ของกายาสุขะ โฮสเทลแอนด์คาเฟ่ให้มีอัตลักษณ์ที่สร้างความแตกต่างจากคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการออกแบบโลโก้ แพคเกจจิ้ง การตกแต่งหรือแม้แต่ชุดพนักงาน ลูกค้าที่มาใช้บริการจะสัมผัสถึงแบรนด์ของเราได้ในทันที นอกจากนี้ส่วนของอาหารเราก็สร้างสรรค์เมนูโฮมเมดต่างๆขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เป็น Signature Menu ของทางร้าน ไม่ว่าจะเป็น Lava Cheesy Toast ข้าวผัดต่างๆ ที่ไม่เหมือนใคร หรือแม้กระทั่งผักโขมอบชีสที่เรียกว่ารสชาติโดดเด่นกว่าที่อื่นอย่างแน่นอน”  คุณวรวิทย์กล่าว

บริการที่เหนือความคาดหมาย / การสร้างแบรนด์

Guyasuka Hostel&Café มีกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้มาใช้บริการโฮสเทล ซึ่งจะมีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยที่มีธุรกิจต่างๆ ในบริเวณบางนาและศูนย์แสดงสินค้าไบเทค และส่วนที่สองคือกลุ่มผู้มาใช้บริการคาเฟ่ ซึ่งจะมีทั้งคนที่อยู่ในละแวกใกล้เคียงที่แวะเวียนมาได้บ่อยและคนที่อยู่ไกลออกไปที่เดินทางมาใช้บริการเป็นบางครั้งบางคราว ซึ่งคุณวรวิทย์เน้นย้ำว่าแต่ละกลุ่มเป้าหมายต้องออกแบบบริการและการสื่อสารการตลาดที่แตกต่างกันออกไปเพื่อมัดใจลูกค้าทั้งสองกลุ่มไว้ให้ได้

ซึ่งในการบริหารธุรกิจ คุณวรวิทย์กล่าวว่า เริ่มจากพยายามแทนตัวเองว่าถ้าเราเป็นลูกค้าแล้วเราจะอยากได้บริการแบบไหน ใส่ใจในบริการพื้นฐานที่ลูกค้าควรได้รับ อย่างเช่น ต้องมี Wifi ในห้องพักทุกห้อง ห้องน้ำต้องสะอาด ลูกค้าต้องสามารถเข้าออกที่พักได้เองตลอด 24 ชั่วโมง

สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่าบริการนั้นคุ้มค่ากว่าเงินที่เขาจ่าย ใช้กลยุทธ์ Delightful Marketing เช่น ปกติกายาสุขะจะไม่มีอาหารเช้าให้ลูกค้า แต่จะมีบางวันที่จัดเตรียมอาหารเช้าแบบไทยๆ เช่น ขนมครก ปาท่องโก๋ ผลไม้ เป็นบริการที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ต้องพยายามฟังเสียงพนักงาน เพราะพนักงานใกล้ชิดกับลูกค้า รับรู้ข้อมูลในส่วนของ Comment ต่างๆ จากลูกค้า ต้องมีการพูดคุยกับพนักงานแล้วนำ Comment ต่างๆ มาปรับให้บริการดีขึ้น

ส่วนในแง่ของการแข่งขัน ต้องพยายามสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในเรื่องของสินค้า บริการและการสร้าง Branding มากกว่าที่จะแข่งขันกันเรื่องราคา เนื่องจากผู้บริโภคสมัยนี้ไม่ได้หาของถูกเสมอไป แต่กำลังหาสิ่งที่คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปมากกว่า และความแตกต่างจะทำให้ลูกค้าบอกต่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของเราเองในที่สุด

“อีกเรื่องที่เราพยายามทำคือการสร้างแบรนด์ เราลงทุนกับเรื่องนี้ เพราะเราเชื่อว่าสินค้าและบริการอาจจะหมดอายุหรือมีคน Copy แต่แบรนด์จะเป็นสิ่งที่อยู่กับเราตลอดไป ดังนั้นเราลงทุนทั้งเรื่องการออกแบบสถานที่ แพคเกจจิ้ง ชุดพนักงานเพื่อสร้าง Branding ของเราเอง ซึ่งช่วยทำให้ภาพลักษณ์ของเราดีขึ้นอีกด้วย ส่วนด้านการตลาดเรามีการวิเคราะห์และปรับกันอยู่ตลอด เช่น อาหารที่ออกมาตอนแรกอาจไม่เหมาะกับกลุ่มลูกค้าที่มาใช้บริการจริง เราก็ต้องปรับอาหารให้ถูกจริตถูกปากลูกค้าเรามากขึ้น ดังนั้นเราไม่สามารถหยุดพัฒนาด้านการตลาดต่างๆ เพื่อให้ธุรกิจของเราทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ได้มากที่สุด” เจ้าของ Guyasuka Hostel&Café กล่าว

ปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน

ปัญหาในช่วงแรกของการทำงานคุณวรวิทย์กล่าวว่าคือการที่ไม่รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายจริงๆ คือใคร ในช่วงแรกคิดว่าจะ Focus ส่วนของ Hostel ก่อน และคิดว่ากลุ่มลูกค้าคือนักท่องเที่ยวต่างชาติ จึงทุ่มเทเวลาไปกับการสื่อสารและการทำระบบที่จะคุยกับคนกลุ่มนี้ ซึ่งมีความยากเพราะกลุ่มเป้าหมายกว้าง จนเมื่อเปิดให้บริการได้ระยะหนึ่งทำให้รู้ว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นมีทั้งคนไทยและคนต่างชาติ ทำให้ต้องปรับลักษณะการให้เช่าห้องพักและบริการให้เหมาะกับคนไทยมากขึ้น

หลังจากปรับเสร็จก็พบว่าส่วนของโฮสเทลต้องใช้เวลาในการบอกต่อ แต่ก็มีภาระในเรื่องค่าใช้จ่าย จึงหันมาขยายส่วนของ Café ก็พบปัญหาเรื่องของการทำอาหาร ต้องฝึกทำกับพนักงาน เริ่มตั้งแต่เซ็ตเมนู เซ็ตราคา เซ็ตการนำเสนออาหารแต่ละจาน ตลอดจนการจัดการสต๊อกของสด เมื่อทุกอย่างเข้าที่ ก็มาพบอีกว่า Location ของร้านไม่เอื้ออำนวยกับการดึงคนให้มา Hang Out ที่ร้านได้มากนัก เพราะติดทั้งเรื่องที่จอดรถและการต้องเดินทาง เมื่อไม่สามารถเพิ่มยอดจำนวนหัวลูกค้าได้ ก็ต้องเพิ่มยอดใช้จ่ายต่อคน จึงเริ่มพัฒนาอาหารให้หลากหลายและมีราคาที่แตกต่างกันมากขึ้นเพื่อความเหมาะสม

“จะเห็นได้ว่าปัญหามันไม่ได้จบในวันที่เราเปิดร้าน แต่ปัญหามันมาทุกวัน ดังนั้นเราต้องอดทน ปรับปรุง ปรับเปลี่ยนและพยายามพัฒนาและผ่านไปให้ได้ ถ้าเราไม่ยอมแพ้ พยายามแก้ไขปรับปรุงตลอด มันจะค่อยๆ ลงตัวในที่สุด”

ค่อยๆ เติบโตอย่างมั่นคง

จากช่วงระยะเวลาประมาณครึ่งปีที่เปิดให้บริการ Guyasuka Hostel&Café ได้รับการตอบรับดีจากกลุ่มลูกค้า คุณวรวิทย์กล่าวว่า ด้วยความตั้งใจในการบริการ ทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ ผลรีวิวต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งส่วนของผู้ที่มาใช้บริการโฮสเทลและคาเฟ่ออกมาในทางบวก โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด การให้บริการของพนักงาน ทำให้รู้ว่าธุรกิจเดินมาถูกทาง

ทั้งในเรื่องของยอดขายก็มีแนวโน้มก็สูงขึ้นทุกเดือน มีลูกค้าประจำมากขึ้น ซึ่งพอใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มองว่าหากการตอบรับมาอย่างถาโถมจะทำให้รับมือไม่ได้และทำให้สินค้าและบริการด้อยไปในที่สุด แต่การค่อยๆ เติบโตทำให้มีเวลาในการปรับเปลี่ยนสินค้าและบริการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อมัดใจลูกค้าเก่าและพร้อมสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าใหม่ที่กำลังจะมาใช้บริการ

ส่วนด้านการพัฒนาและต่อยอดธุรกิจในอนาคตนั้น ส่วนของโฮสเทลอาจจะมีปรับเพิ่มจำนวนห้องเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการมากขึ้น และส่วนของคาเฟ่จะมีการพัฒนาไปเป็น Café & Restaurant เพื่อเพิ่มความหลากหลายและสร้างความพอใจให้ลูกค้ามากขึ้นเช่นกัน รวมถึงการหากลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสถานที่จัดเลี้ยง สัมมนา หรือประชุมแบบส่วนตัว เป็นต้น นอกจากนี้ยังมองหาทำเลใหม่ที่จะขยายสาขาออกไป ซึ่งสาขาใหม่นี้น่าจะอยู่บนเส้นรถไฟฟ้าเช่นกัน

สุดท้าย คุณวรวิทย์ได้ฝากคำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจในการทำธุรกิจโฮสเทลไว้ด้วยว่า

“ต้องเริ่มจากการสำรวจความพร้อมและความชอบในการทำธุรกิจนี้ก่อน เพราะเมื่อลงมาทำแล้วเราจะถอยไม่ได้ จะมีเรื่องจุกจิกให้เราต้องแก้ไขตลอด รวมถึงต้องหาความรู้เกี่ยวกับธุรกิจนี้ให้มาก เพื่อเวลาลงมือทำจริงแล้วจะได้ไม่สะดุด”

Guyasuka Hostel&Café (กายาสุขะ โฮลเทลแอนด์คาเฟ่) 368 ซอยลาซาล 20 แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพฯ 10620 โทรศัพท์ 0-92561-5396 Facebook : @guyasukahostel

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

 

แสดงความคิดเห็น