ทิศทางอุตสาหกรรมอ้อยน้ำตาลเวียดนาม

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังมีการปรับโครงสร้างน้ำตาลทั้งระบบไปสู่ระบบการค้าเสรี เพื่อแก้ไขปัญหากรณีที่บราซิลยื่นฟ้องไทยต่อองค์การการค้าโลกว่าไทยอุดหนุนน้ำตาลจนส่งผลกระทบต่อบราซิล ซึ่งเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลก

ไฮไลท์  :   ในปี 2560/2561 เวียดนามมีพื้นที่ปลูกอ้อย 248,930 เฮกเตอร์ลดลงจากปี 2559/2560 ซึ่งมีพื้นที่ 268,300 เฮกเตอร์  ผลผลิตอ้อย 15.17 ล้านตัน โดยมีกำลังการผลิต 65.8 ตันต่อเฮกเตอร์ ผลผลิตน้ำตาล 1.41 ล้านตัน โดยในเวียดนามมีโรงงานน้ำตาลอยู่ประมาณ 41 แห่ง ผลิตน้ำตาลได้ 1.41 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสภาพภูมิอากาศของปี 2561 ว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตหรือไม่ และเป็นที่น่าสังเกตว่า ผลผลิตอ้อยภายในลดลง รัฐบาลเวียดนามจึงได้อนุญาตให้มีการนำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 100,000 ตัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยในช่วงปี 2559 มีการนำเข้าสูงถึง 63.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 106%  จากปี 2558 โดยแหล่งนำเข้าสำคัญเบอร์ 1 คือ ไทย มาเลเซีย และเกาหลีใต้

ในฟากฝั่งของประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน ‘เวียดนาม’ ถือว่าเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจ เพราะเป็นประเทศคู่ค้าน้ำตาลรายหนึ่งของไทย โดยข้อมูลจากสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม ระบุว่า ในปี 2559/2560 ที่ผ่านมา เวียดนามมีพื้นที่ปลูกอ้อยรวม 268,300 เฮกเตอร์ ลดลง 16,067 เฮกเตอร์จากปีก่อน โดยความสามารถในการผลิตได้ 64.8 ตันต่อเฮกเตอร์ ลดลง 0.4 ตันจากปีก่อน

เนื่องจากสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก พายุและน้ำท่วม โดยเฉพาะพื้นที่ทางตอนกลางของประเทศ สภาพดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ผลกระทบจากปรากฎการณ์เอลนีโญหลายจังหวัดในภาคเหนือและที่ราบสูงตอนกลาง อ้อยสุกช้า ทำให้มีผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวทั้งยังทำให้คุณภาพลดลง

ด้านการบริโภคน้ำตลาดในปี 2560 อยู่ที่ 95,513 ตัน ลดลง 24,000 ตัน จากปีก่อนหน้านี้ที่บริโภค 119,167 ตัน สำหรับปริมาณสต็อกน้ำตาลในประเทศในปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 710,583 ตัน ถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ที่อยู่ในระดับ 416,000 ตัน และเดือนธันวาคม 2559 ที่อยู่ระดับ 242,000 ตัน โดยแบ่งเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีสต็อกเหลือมากที่สุด 99,734 ตัน รองลงมา คือ พื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง 63,628 ตัน ภาคกลาง 38,797 ตัน และภาคเหนือ 18,199 ตัน

ที่มา : Agromonitor

อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ผลผลิตภายในลดลง รัฐบาลเวียดนามจึงได้อนุญาตให้มีการนำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 100,000 ตัน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยในช่วงปี 2559 มีการนำเข้าสูงถึง 63.99 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 106%  จากปี 2558

ขณะที่ในช่วง 10 เดือนแรก (มกราคม – ตุลาคม) ปี 2560 เวียดนามนำเข้า 20 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 69% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ แหล่งนำเข้าน้ำตาลที่สำคัญมากที่สุด อันดับ 1 มาจากไทย มูลค่า 18.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รองลงมาคือ มาเลเซีย 1.15 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กัมพูชา 92,400 เหรียญสหรัฐฯ เกาหลีใต้ 41,508 เหรียญสหรัฐฯ และฝรั่งเศส 30,803 เหรียญสหรัฐฯ

นอกจากผลิตเพื่อบริโภคภายในแล้ว เวียดนามยังมีการส่งออกน้ำตาลด้วย โดยช่วง 10 เดือนแรก (มกราคม-ตุลาคม ) ในปี 2560 มีการส่งออก 24.3  ล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปยัง 28 ตลาด โดยตลาดสำคัญอันดับ 1 คือ พม่า 12.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จีน 7.42 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ศรีลังกา 2.32 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เคนยา 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อินเดีย 5.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ฟิลิปปินส์ 1.71 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ และเนปาล 1.29 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ เป็นต้น

สำหรับราคาน้ำตาลภายในประเทศเวียดนาม แบ่งเป็นราคาหน้าโรงงานเฉลี่ยที่กก.ละ 1,040 ด่อง ขณะที่ราคารับซื้ออ้อยกก.ละ 1,000 ด่อง ซึ่งเป็นระดับที่เพิ่มขึ้นจากฤดูกาลที่ผ่านมา ประมาณกก.ละ 80-90 ด่อง

สมาคมอ้อยและน้ำตาลของเวียดนาม คาดการณ์ว่า ในปี 2560/2561 จะมีพื้นที่ปลูกอ้อย 248,930 เฮกเตอร์ ผลผลิตอ้อย 15.17 ล้านตัน โดยมีกำลังการผลิต 65.8 ตันต่อเฮกเตอร์ ผลผลิตน้ำตาล 1.41 ล้านตัน โดยในเวียดนามมีโรงงานน้ำตาลอยู่ประมาณ 41 แห่ง ผลิตน้ำตาลได้ 1.41 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสภาพภูมิอากาศของปี 2561 ว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตหรือไม่

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่านสนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน1333

แสดงความคิดเห็น