ส่องตลาดผลไม้ในเวียดนาม

ไทยจำเป็นต้องเกาะสถานการณ์การผลิตและการส่งออกผลไม้ของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาปรับใช้วางแผนกลยุทธ์สำหรับผลักดันการส่งออกในระยะยาว

ไฮไลท์ :  เวียดนามถือเป็นสมาชิกอาเซียนที่เป็นคู่แข่งในการผลิตและส่งออกผลไม้ที่น่ากลัวประเทศหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมารายได้จากการส่งออกผลไม้ของเวียดนามสูงถึง 3,502 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สูงกว่าการส่งออกสินค้าเกษตรหลายรายการ โดยตลาดจีนเป็นตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญที่สุด มีมูลค่า 2,650 เพิ่มขึ้น 52.47% มีสัดส่วน 75.6% สำหรับทิศทางการส่งออกผลไม้ในปีนี้ เวียดนามมุ่งเน้นจะผลักดันการส่งออกสินค้าผลไม้ไปยังตลาดใหม่ เช่น เกาลีใต้ และนิวซีแลนด์เพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งเวียดนามก็มีการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น 67.2% หรือ มูลค่า 1,547 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยแหล่งนำเข้าอันดับ 1 มาจากไทย มูลค่า 857.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 108.98% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าผลไม้สด เช่น ลำไย  มังคุด มะม่วง และเงาะ

ปัจจุบันการแข่งขันผลิตและส่งออกผลไม้ ในกลุ่มประเทศอาเซียนเริ่มความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากหลายประเทศมีสภาพภูมิประเทศ และภูมิอากาศเหมือนกัน จนทำให้สามารถผลิตผลไม้ชนิดเดียวกัน แข่งขายตัดราคากันในตลาดส่งออกอย่างรุนแรง ดังนั้น ไทยจึงจำเป็นต้องเกาะสถานการณ์การผลิตและการส่งออกผลไม้ของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำมาปรับใช้วางแผนกลยุทธ์สำหรับผลักดันการส่งออกในระยะยาว

“เวียดนาม” ถือเป็นสมาชิกอาเซียนที่เป็นคู่แข่งในการผลิตและส่งออกผลไม้ที่น่ากลัวประเทศหนึ่ง โดยในปีที่ผ่านมารายได้จากการส่งออกผลไม้ของเวียดนามสูงถึง 3,502 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากกว่ารายได้จากการส่งออกกาแฟ มูลค่า 3,244 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และข้าว มูลค่า 2,615 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ด้านการผลิต จากข้อมูลสถิติของกรมเพาะปลูก ประเทศเวียดนาม ระบุว่า ปีที่ผ่านมา เวียนนามมีพื้นที่ปลูกผลไม้ 923,000 เฮกตาร์ โดยเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง เป็นพื้นที่ปลูกผลไม้ที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม คิดเป็นสัดส่วน 38% ของพื้นที่ปลูกผลไม้ทั้งประเทศ รองลงมาคือ เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่คิดเป็นสัดส่วน 24% ของทั้งประเทศ

สำหรับผลไม้ที่ปลูกมาที่สุดในเวียดนามก็จะคล้ายผลไม้ในประเทศไทย  เช่น กล้วย ผลิตได้ 2.0 ล้านตัน รองลงมาคือ แก้วมังกร 952,800 ตัน, มะม่วง 788,200 ตัน, ส้ม 772,600 ตัน, สับปะรด 579,900 ตัน, ส้มโอ 571,300 ตัน, ลำไย 499,346 ตัน,​ เงาะ 341,700 ตัน,​ ทุเรียน 336,900 ตัน และลิ้นจี่  237,188 ตัน

ที่มา : กรมเพาะปลูก ประเทศเวียดนาม

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกรมศุลกากรเวียดนาม ระบุว่า ตลาดส่งออกผลไม้ที่สำคัญ ของเวียดนาม ในปี 2560 คือ จีน มีมูลค่า 2,650 เพิ่มขึ้น 52.47% มีสัดส่วน 75.6% รองลงมาคือ คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 127.2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 69.37% คิดเป็นสัดส่วน 3.64% ตลาดสหรัฐฯ มูลค่า 102.1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 20.83% คิดเป็นสัดส่วน 2.94% และตลาดเกาหลีใต้ มูลค่า 85.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 3.63% คิดเป็นสัดส่วน 2.59% ของการส่งออก

ทิศทางการส่งออกผลไม้เวียดนามในปี 2561 ทางกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบทของเวียดนามมุ่งเน้นจะผลักดันการส่งออกสินค้าผลไม้ไปยังตลาดเกาหลีใต้ และตลาดนิวซีแลนด์เพิ่มมากขึ้น จากปีที่ผ่านมาเวียดนามส่งออกผลไม้ชนิดใหม่ไปยังตลาดใหม่ได้หลายรายการ อาทิ ส่งออกลำไย ลิ้นจี่ และเงาะ  ไปยังตลาดสหรัฐฯ หรือการขยายการส่งออกมะม่วง และแก้วมังกรไปยังออสเตรเลีย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่งเวียดนาม ก็มีการนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ในปี 2560 มีการนำเข้า 1,547 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 67.2% จากปี 2559  โดยแหล่งนำเข้าผลไม้หลัก อันดับ 1 มาจากไทย มูลค่า 857.07 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 108.98% รองลงมาคือ จีน 294.6 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 34.34% สหรัฐฯ มูลค่า 105.96 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 24.38% ออสเตรเลีย 68.19 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 61.43% และนิวซีแลนด์ 31 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 41.55%  เป็นต้น

สำหรับผลไม้ที่เวียดนามนำเข้าจากประเทศไทย ส่วนใหญ่ เป็นผลไม้สด สัดส่วน 86.1% เช่น ลำไย  มังคุด มะม่วง และเงาะ รองลงมาเป็นผลไม้แห้ง 13.66% และผลไม้แช่แข็ง 0.22%

ทั้งนี้ สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนามได้รายงานภาวะราคาผลไม้ที่จำหน่ายในตลาดผลไม้ในประเทศของเวียดนามในเดือนธันวาคม 2560 ว่า มีทิศทางปรับลดลงอย่างมาก เช่น ที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง (ภาคใต้) ราคาแก้วมังกร กก.ละ 25,000-30,000 ด่อง ลดลง 6,000-7,000 ด่อง ราคาส้ม กก.ละ 7,000-8,0000 ด่อง ลดลง 70% จากปีก่อน ยกเว้นราคาทุเรียนซึ่งปรับสูงขึ้น เป็นกก.ละ 130,000-160,000 ด่อง เพราะสภาพอากาศ ส่งผลให้การผลิตทุเรียนได้ปริมาณลดลง สวนทางกับความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

นอกจากผลไม้นำเข้าจากไทยแล้ว เวียดนามยังมีการนำเข้าผลไม้จากประเทศอื่น เช่น แอปเปิ้ล สาลี่ องุ่น กีวี เชอร์รี่ ที่นำเข้าจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และญี่ปุ่น เป็นต้น

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่านสนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: [email protected] สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น