มาเลเซีย ตั้งเป้าเป็นประเทศจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยว

มาเลเซีย ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยว 33.1 ล้านคน พร้อมคาดหวังรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 1.34 แสนล้านริงกิตมาเลเซีย ในปี2561 ตามแผนพัฒนาการท่องเที่ยวใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้

ดาตุ๊ก ซรี เมอร์ซา มูฮัมหมัด ไตยับ อธิบดีการท่องเที่ยวมาเลเซีย เปิดเผยว่า ปี 2561 นี้ ประเทศมาเลเซียเตรียมจะเปิดตัวสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ อย่าง Desaru Coast Malaysia รีสอร์ตระดับพรีเมียม และ 20th Century Fox World Malaysia ธีมพาร์คใหม่ที่คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นจำนวนมาก และทำให้มาเลเซียเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางใหม่ในวันหยุดสำหรับทุกคนในครอบครัว

โดย Desaru Coast คือ รีสอร์ตแบบครบวงจรระดับพรีเมียมแห่งแรกของมาเลเซีย ที่มีจุดเด่นอยู่ที่สวนน้ำขนาดใหญ่ ในชื่อ Desaru Coast Adventure Waterpark ทะเลเทียมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะเปิดให้บริการเฟสแรกในช่วงเดือนมิถุนายน ปี 2561 และเป็น Water Coaster แห่งแรกของภูมิภาค  ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่นี้น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวให้กับประเทศมาเลเซีย นอกเหนือจากธีมพาร์คและแหล่งชอปปิ้งชื่อดังที่เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว อาทิ Movie Animation Park Studios ในรัฐเปรัก Lost World of Tambun (ธีมพาร์คเพียงแห่งเดียวที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง) และเอาต์เล็ตมอลล์ระดับพรีเมียมที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ ในปี 2562 มาเลเซียจะยังเดินหน้าสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวด้วยการเป็นเจ้าภาพงาน World Tourism Conference ครั้งที่ 5 ของ UNWTO ในกูชิง รัฐซาราวัก ซึ่งเป็นการสานต่อความสำเร็จจากการจัดงาน World Tourism Conference ครั้งที่ 4 ที่ปีนัง ในปี 2016 และ Global Summit on Urban Tourism ครั้งที่ 6 ที่ กัวลาลัมเปอร์ในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ มาเลเซียยังคงเดินหน้าสนับสนุนแผนพัฒนาแบบยั่งยืน 2030 ของ UNWTO  เพื่อขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูงอีกด้วย

สำหรับ ประเทศมาเลเซียมีจำนวนนักท่องเที่ยวในปีที่ผ่านมา  21,504,930 คน นับตั้งแต่เดือนมกราคมไปจนถึงตุลาคม 2560 ลดลง -2.5% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2559 ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากถึง 22,056,417 คน

โดยอาเซียนยังคงเป็นภูมิภาคที่มีนักท่องเที่ยวจากประเทศลาวมาเยือนมาเลเซียมากที่สุดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 74.9% (16,101,825 คน) โดยประเทศลาวมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดที่ 30.6%, ตามมาด้วยประเทศบรูไน (26.6%) ประเทศเวียดนาม (16.7%) และประเทศไทย (4.2%)

แสดงความคิดเห็น