24 ink ใช้พลัง social ภายใน 4 ปีเปิดศูนย์ใหม่ทั่วภูมิภาคถึง 30 แห่ง

“โลก” ย่อมหมุนไปตามกาลเวลา เช่นเดียวกับ ธุรกิจที่ต้องพัฒนาไปตาม “เทรนด์” ปัจจุบัน ดังนั้น ด้วยค่านิยมที่สูงขึ้นซึ่งทุกธุรกิจต้องพร้อมที่จะเอื้อมมือไขว่คว้าช่วงโอกาสนั้น เพื่อให้ธุรกิจของตัวเองอยู่ในห่วงโซ ่ความนิยมตลอดกาล

เฉกเช่นเดียวกันธุรกิจ 24 ink (ทูโฟร์ อิงค์) แต่เดิมเป็นเพียงร้านปริ้นเตอร์รับเติมหมึกเครื่องพิมพ์ทั่วไปมานานกว่า10 ปี แต่ด้วยค่านิยมภาพพิมพ์บนวัตถุกำลังมาแรง จึงบังเกิดไอเดียสร้างแบรนด์ 24 ink ศูนย์ให้บริการเครื่องปริ้นเตอร์ภาพพิมพ์ทุกแขนงกว่า 4 รายการ บวกกับพลัง social media ส่งผลให้กระแสตอบรับดีต่อเนื่อง เพียงแค่ปีแรกก็สามารถขยายหน้าร้านได้ถึง 20 แห่ง ทำให้ตลอด 4 ปีที่ทำธุรกิจมาขยายหน้าร้านเป็นศูนย์ให้บริการทางด้านปริ้นเตอร์และเครื่องรีดผ้าบนวัตถุครบวงจรแล้ว 30 แห่ง
คุณชัญญกัญ พึ่งเทศ ผู้จัดการทั่วไป จึงได้มาเล่าถึงวิธีการทำธุรกิจให้สำเร็จว่า “ก่อนที่จะหันมาเปิดแบรนด์ 24 ink อย่าที่บอกเป็นร้านปริ้นเตอร์ขายน้ำหมึกธรรมดา แต่ก็อยู่ในวงการนี้มานานแล้ว 10 ปี กระทั่งมีหนึ่งในหุ้นส่วนได้ไปดูงานพิมพ์แห่งหนึ่ง แล้วเจอเครื่องพิมพ์มากมาย โดยเฉพาะเครื่องรีดผ้าบนวัตถุ หลังจากนั้นเขาก็พยายามพัฒนาและต่อยอดมาเรื่อย ๆ เพื่อเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ซัพพอร์ตเรื่องภาพพิมพ์ตามกระแสที่กำลังมีนิยมขึ้นเรื่อย ๆ”
“เมื่อมีแนวคิดในการทำธุรกิจจึงริเริ่มหาหมึกพิมพ์ที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการ เพื่อให้สามารถนำมาใช้รีดภาพบนวัตถุต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น เสื้อใยสังเคราะห์ แก้ว จาน กรอบรูป พวงกุญแจ เป็นต้น เมื่อหาหมึกพิมพ์ที่ต้องการได้แล้ว ต่อมาจึงไปรวมตัวกับหุ้นส่วนที่อยู่ในวงการปริ้นเตอร์ด้วยกัน 24 คน เพื่อเปิดศูนย์บริการทางด้านปริ้นเตอร์ และภาพพิมพ์บนวัตถุ พร้อมสร้างแบรนด์ 24 ink ขึ้นมา”
24 ink ระดมทุนจากหุ้นส่วนช่วยกันพัฒนาธุรกิจ ทำให้ในปีแรกมีผลการตอบรับดีจนสามารถขยายหน้าร้านได้ถึง 20 แห่ง และภายใน 4 ปีที่ก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมามีศูนย์ให้บริการ 30 แห่งเกือบทั่วภูมิภาค
“จากความต้องการของลูกค้าทวีคูณขึ้น เนื่องจากธุรกิจ 24 ink ใช้ social media เป็นช่องทางติดต่อสื่อสาร จนกลายเป็นที่รู้จักของคนหมู่มาก ด้วยความนิยมนี้จึงทำให้เกิดคู่แข่งมากขึ้น แต่ 24 ink มีความแตกต่างที่ว่า เราเป็นศูนย์ให้บริการกระจายทั่วเกือบทุกภูมิภาค 30 แห่ง ส่งผลให้ลูกค้าเข้าถึงง่าย อีกทั้ง เรื่อง social media ของเราก็แข็งแรงเช่นกัน”
ยอมรับว่าธุรกิจ 24 ink ไม่ได้แตกต่างไปจากทั่วไปนัก แต่เชื่อว่าการบริการของเราต่างแน่นอน “หลังจากที่เรามีศูนย์ให้บริการอยู่หลายแห่ง ซึ่ง พนักงานทุกศูนย์สามารถบริหารจัดการภายในร้านเองได้หมด เช่น ทำโปรโมชั่น ปรับระบบการขาย เป็นต้น แต่ทั้งหมดต้องนำเสนอผู้บริหารก่อน จึงเรียกได้ว่า 24 ink บริหารธุรกิจแบบครอบครัว พนักงานทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในธุรกิจได้ แถมยังเข้าถึงผู้บริหารได้ง่ายอีกด้วย เลยทำให้เราประสบความสำเร็จในธุรกิจได้เร็ว”
“สินค้าของ24 ink โดยหลัก ๆ แบ่งเป็น 4 ชุด คือ 1 ชุดเครื่องรีด 4 in 1 ครบเซ็ตในราคา 27,900 บาท 2. ชุดเครื่องทำแก้วแบบครบเซ็ตราคา 12,900 บาท 3.ชุดแผ่นเรียบขนาด A2 swing 180 องศา ครบเซ็ตสำหรับทำเสื้อ เคสโทรศัพท์ และแผ่นเรียบทุกชนิดราคา 43,900 บาท 4.เครื่องตัดสติ๊กเกอร์ราคา 19,900 บาท รวมทั้งบริการอบรมให้ความรู้และจัดส่งฟรี และยังจำหน่ายวัสดุแยก และหมึกพิมพ์ต่าง ๆ”
ความสำเร็จของธุรกิจ 24 ink มาจากการบริหารงานแบบครอบครัว “และสิ่งที่ทำให้ 24ink นำหน้าโรงงานผลิตใหญ่ ๆ ได้คือ การทำงานที่รวดเร็ว สินค้าก็มีคุณภาพไม่ต่างจากผลิตในโรงงานด้วย  เช่น เวลาไปสั่งให้ทางโรงงานผลิตภาพพิมพ์ลงบนแก้วน้ำจึงจำเป็นต้องรอตามคิว เลยใช้เวลานาน แต่ถ้ามาร้าน 24 ink ใช้เวลาลงพิมพ์ภาพเพียงไม่นาน รวมทั้งรอรับผลงานกลับบ้านได้เลย”
“ส่วนต้นทุนในการผลิตไม่สามารถประเมินได้ แต่เงินทุนที่นำมาเริ่มต้นธุรกิจเป็นทุนส่วนตัว อีกทั้งเครื่องพิมพ์ภาพทุกชนิดนำเข้าจากประเทศจีน โดยต้นทุนอยู่ที่เครื่องละ หมื่นถึงสองหมื่นบาท โดยถ้ามีการออกงานอีเว้นท์จะมีการสั่งเครื่องพิมพ์จำนวน 10 เครื่องก็เป็นเงินหลายแสนอยู่”
“สุดท้ายสำหรับคนที่ต้องการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ แล้วขยายกิจการได้มากเท่าเรา เริ่มแรกต้องดูเทรนด์ในตลาดก่อนว่า แนวโน้มในปัจจุบันและอนาคตจะเป็นอย่างไร ถ้าเราต้องการที่จะทำในธุรกิจนั้นให้คิดและต่อยอดเพิ่ม รวมทั้งต้องสร้างความแตกต่างให้เหนือกว่าแบบเดิมด้วย”

4_24ink

3_24ink

BBL_Business-Idol_3

695 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น