กระทรวงอุตฯ วางแนวทางช่วยเหลือ SME ในพื้นที่ EEC

กระทรวงอุตสาหกรรม หารือกับหน่วยงานในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ EEC หามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME พร้อมตั้งงบประมาณ 1,580 ล้านบาท เพิ่มผลผลิต 10% โดยการเปิดตลาดศูนย์กลางผลไม้ในพื้นที่

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้หารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในจังหวัดจันทบุรีวันที่ 5-6 กุมภาพันธ์ 2561

โดยภาคเอกชนมีความต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีส่วนช่วยลดต้นทุนการผลิต เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ลดปัญหาผลผลิตทางการเกษตรขาดแคลน หรือล้นตลาด แก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ รวมถึงทำให้เกิดการลงทุนใหม่ของนักธุรกิจที่เกี่ยวข้องการเกษตร และเพิ่มมูลค่าการส่งออกผลไม้สดและผลไม้แปรรูปเพิ่มขึ้น

ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม ได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME โดยจัดทำ โครงการระเบียงผลไม้ภาคตะวันออก (Eastern Fruit Corridor : EFC) ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2563 โดยผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถลดต้นทุนการผลิตได้ 10%  และคาดว่าจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกมีรายได้เพิ่มขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า “สำหรับโครงการ EFC ตั้งอยู่ในนิคม Smart Park จังหวัดระยอง ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งใช้งบประมาณ 1,580 ล้านบาท คาดว่ามีมูลค่าการลงทุนและซื้อขายผลไม้ในโครงการ EFC ประมาณ 51,931 ล้านบาท โดยมีแนวทางการพัฒนาระบบที่มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อพัฒนาระบบมาตรฐานสินค้าเกษตร”

ขณะเดียวกัน  โครงการ EFC จะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ภาคตะวันออกมีรายได้เพิ่มขึ้น 2-3 เท่า ช่วยลดปัญหาผลิตขาดแคลน หรือล้นตลาด เกิดการลงทุนของนักลงทุนใหม่ของนักธุรกิจที่สนใจในสินค้าทางการเกษตร รวมถึงสามารถแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ เพิ่มมูลค่าการส่งออกทั้งผลไม้สดและผลไม้แปรรูปเพิ่มขึ้นในพื้นที่ตะวันออก ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณของรัฐบาลในการอุดหนุนราคาสินค้าเกษตรระยะยาว

แสดงความคิดเห็น