มองการลงทุนต่างประเทศแบบยักษ์ CP

เผยวิสัยทัศน์ ผลประโยชน์มหาศาล อุตสาหกรรมอาหาร บนเส้นทางสายไหมทางบกและทางทะเล

หนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจในช่วงเสวนาพิเศษ ภายในงานอนาคตความสัมพันธ์จีน-ไทย ภายใต้เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งจัดโดย ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) คือการเปิดมุมมองวิสัยทัศน์ของ ดร.สารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเจริญโภคภัณฑ์

ดร.สารสิน มองโอกาสสำหรับประเทศไทยในเรื่องการทำธุรกิจที่จะได้ประโยชน์สูงสุดอย่างมาก เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ AEC ผ่านการเชื่อมโยงจากประเทศจีน ในยุทธศาสตร์นโยบายเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทางทะเล ไปสู่ยังดินแดนรัสเซียและยุโรป คือ ธุรกิจอุตสาหกรรมด้านอาหาร โดยประเทศไทยจะอยู่ในสถานะที่ได้เปรียบมากที่สุด จากโอกาสพื้นฐานการผลิตอุตสาหกรรมด้านอาหาร รวมถึงเห็นช่องทางตลาดขนาด 3,500 ล้านคน ที่อยู่ในรัศมีวงจรเส้นทางสายไหมทั้งทางบกและทะเล

“อย่างประเทศจีนจะเห็นได้ว่าความต้องการด้านอาหารของจีน ไม่ใช่วัตถุดิบอาหาร แต่ชาวจีนมีความต้องการอาหารที่สดใหม่ รวดเร็ว เหมาะสมกับชีวิตความเป็นอยู่ ไทยสามารถเพิ่มมูลค่าอาหารให้เหมาะสมกับตลาดที่กำลังขยายตัวในประเทศจีนได้ ซึ่งจีนมีความต้องการสร้างเมืองมากยิ่งขึ้น ในทางตะวันตกของประเทศจีนจะกลายเป็นแหล่งพัฒนาให้กลายเป็นเมืองมากขึ้น โดยไทยจะมีโอกาสอย่างมากสำหรับการผลิตอาหารที่ตอบสนองความต้องการในสิ่งแวดล้อมใหม่ของจีน ภายใต้เส้นทางสายไหม”

สำหรับชายฝั่งของประเทศจีน เป็นเส้นทางที่ผู้ประกอบการไทยคุ้นเคย หลายสิบปีที่ผ่านมามีการเจริญเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งจะสามารถนำเส้นทางนั้นมาเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารได้  นอกจากประเทศจีนแล้วตลาดอินเดียก็น่าจับตามองในแง่ความต้องการของผู้บริโภค จากประสบการณ์ของซีพี มีหลายประเทศที่ต้องการเจาะตลาดในอินเดีย แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ ถึงกระนั้นไทยก็ยังมีโอกาสมากกว่าประเทศอื่นๆ

ด้านรัสเซียถือว่าเป็นตลาดใหม่สำหรับประเทศไทย โดยรัสเซียมีแหล่งวัตถุดิบที่น่าสนใจเหมาะสมที่ประเทศไทยสมควรไปลงทุน  เพราะฉะนั้นภาพรวมตลาดที่น่าสนใจในมุมมองของ ดร.สารสิน มีทั้งหมด 3 ประเทศและ 1 ภูมิภาค คือ รัสเซีย จีน อินเดีย และอาเซียน ซึ่งเป็นพื้นที่รัศมีเส้นทางสายไหม ที่ผู้ประกอบการธุรกิจด้านอุตสาหกรรมอาหารชาวไทยจะได้ประโยชน์ด้านๆต่างๆตลอดเส้นทาง โดยโอกาสของผู้ประกอบการชาวไทยที่ต้องการไปเปิดตลาดนั้น อาจเข้าไปในรูปแบบเดิมไม่ได้ จำเป็นต้องผนึกกำลังกันเพื่อการพัฒนาธุรกิจ

ด้านความพร้อมนั้น ดร.สารสินมองว่า บริเวณชายฝั่งตะวันออกของประเทศไทยเหมาะสมสำหรับการพัฒนาธุรกิจด้านอาหาร เพราะเป็นพื้นที่สามารถพัฒนาทางเศรษฐกิจได้แบบเจริญก้าวหน้าที่สุดในประเทศไทย สิ่งนี้คือความพร้อมทั้งเครือข่าย กำลังการผลิต โอกาสการลงทุน สำหรับธุรกิจอุตสาหกรรมด้านอาหารที่เป็นอุตสาหกรรมโดยอาศัยนโยบายเส้นทางสายไหมของจีนกับไทย ที่เชื่อมโยงยังภาคตะวันตกของจีน

“ปัจจุบันรัฐบาลประกาศให้ธุรกิจอาหารเป็น 1 ใน 10 ธุรกิจ ที่ทางรัฐบาลสนับสนุนในด้านต่างๆ ในประเทศไทยนั้นผมมองไม่เห็นธุรกิจไหนที่จะเหมาะไปกว่าธุรกิจด้านอาหาร ที่มีการเพิ่มมูลค่าทางสินค้า ที่มีห่วงโซ่การผลิตรวมทั้งโลจิสติกส์ การลำเลียงที่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ได้เท่ากับธุรกิจด้านอาหาร โดยซีพีได้พิสูจน์มาแล้วกว่า 30 ปี ในจีนและอาเซียน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม”

นอกจากนี้รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฯ ยังทิ้งประเด็นที่น่าสนใจอีกว่า ในปัจจุบันสามารถกล่าวได้เลยว่า มีหลายบริษัทใหญ่ที่ต้องการลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านอาหาร ทั้งตัวบริษัท google หรือบริษัทไอทียักษ์ใหญ่เจ้าอื่นๆ ทุกคนมีความต้องการที่จะลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมด้านอาหารทั้งสิ้น เนื่องจากในเวลานี้แทบทุกสิ่งทุกอย่างมีความเกี่ยวพันธ์กับธุรกิจอุตสาหกรรมด้านอาหารทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเกษตร ประมง โลจิสติกส์ เรือ รถไฟ เครื่องบิน ค้าส่ง – ปลีก

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในย่านอาเซียน 9 สาขาใน 10 ประเทศเพื่อให้บริการท่าน สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ อีเมล: AECconnect@bbl.co.th สายด่วน 1333

BBL_SME-Go-Inter_1 sme

498 Total Views 1 Views Today
แสดงความคิดเห็น