“ไก่ย่างเสบียงทิพย์” บรรจุภัณฑ์ปัง สร้างยอดขายติดปีก

ไก่ย่างเดลิเวอรรี่ไอเดียแจ่ม ต่อยอดจากสูตรดั้งเดิมของครอบครัว ใส่แนวคิดคนรุ่นใหม่ สร้างบรรจุภัณฑ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการค้า ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียปั้นยอดขายติดปีก 70-80 ออเดอร์ต่อวัน

เริ่มจากฝันอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ

คุณณัฐดนัย อัครวรานนท์ เจ้าของธุรกิจไก่ย่างเสบียงทิพย์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจว่า ศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เอกบริหารธุรกิจ มีแรงบันดาลใจตั้งแต่เด็กๆ ว่าอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง หลังเรียนจบจึงเริ่มมองหาลู่ทางในการสร้างธุรกิจ และเนื่องด้วยทางบ้านมีธุรกิจของครอบครัว คือร้านอาหาร “ศรีสุนีย์โภชนา” อยู่ในตัวเมืองจังหวัดนครนายก เป็นร้านอาหารเก่าแก่เปิดมานานกว่า 50 ปี ซึ่งที่ร้านมีเมนูที่โดดเด่นคือ ไก่ย่างโอท็อป 5 ดาว เป็นอาหารขึ้นชื่อในจังหวัดนครนายก จึงได้ยกเมนูนี้ขึ้นมา ต่อยอดพัฒนาเป็นธุรกิจในชื่อ “ไก่ย่างเสบียงทิพย์”

ใส่ไอเดียเพื่อพัฒนาโปรดักต์

ในด้านการเตรียมความพร้อม คุณณัฐดนัย เริ่มจากศึกษาสูตรการทำ ซึ่งเป็นสูตรดั้งเดิมตั้งแต่รุ่นคุณย่าสืบทอดต่อมาโดยคุณป้าและคุณอา เข้าไปเรียนรู้ถึงส่วนประกอบต่างๆ โดยใช้เวลาประมาณ 1 เดือน จากนั้นจึงมาคิดต่อว่าทำอย่างไรให้โปรดักต์โดดเด่นและมีจุดขายที่น่าสนใจ ซึ่งอย่างแรกที่นึกถึงคือขั้นตอนในการทำ จึงพัฒนาเตาขึ้นมาจากการย่างไฟ เพราะเป็นที่รับรู้กันว่าสำหรับอาหารปิ้งย่างนั้นจะมีสารก่อมะเร็งที่เกิดจากการไหม้และควันไฟ จึงออกแบบเตาด้วยการใช้อินฟาเรดไร้ควัน ลดความเสี่ยงของสารก่อมะเร็ง อีกทั้งยังช่วยให้ไก่สุกด้วยระยะเวลาเพียง 22 นาที เร็วกว่าเตาอบทั่วไปที่ใช้เวลาประมาณ  1 ชั่วโมง และสามารถย่างได้ครั้งละ 20 ตัว

จากนั้นคุณณัฐดนัย ยังได้มองถึงเรื่องแพ็กเกจจิ้ง สร้างบรรจุภัณฑ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาการค้า โดยมีลักษณะและคุณสมบัติคือเป็นกล่องหูหิ้ว ออกแบบเป็นรูปไก่ รูปลักษณ์สะดุดตา มีชื่อแบรนด์ชัดเจน สะดวกในการถือโดยไม่ต้องสวมถุงพลาสติกอีกชั้นหนึ่ง มองเห็นกล่องชัดเจน สามารถเป็นสื่อทางการตลาดให้แก่ผู้พบเห็น นอกจากนี้ตัวกล่องยังสามารถประกอบเป็นถาดอาหาร ช่วยให้ลูกค้ามีความสะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องเก็บล้างภาชนะสำหรับใส่อาหาร และที่สำคัญคือลดการใช้ถุงพลาสติกที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของภาวะโลกร้อน ซึ่งบรรจุภัณฑ์ของไก่ย่างเสบียงทิพย์ได้รับรางวัลบรรจุภัณฑ์ส่งเสริมการตลาดดีเด่น และรางวัลบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จากเวทีประกวด Thaistar Packaging Award 2017 อีกด้วย

นอกจากนี้ยังได้ออกแบบคีออสก์ให้มีลักษณะเฉพาะตัวโดดเด่นสวยงาม ขนาดใหญ่สะดุดตาสูงกว่าซุ้มอาหารปกติโดยทั่วไป มองเห็นได้ในระยะไกล เป็นรูปไก่ตัวใหญ่แบบเดียวกับที่อยู่บนแพ็กเกจจิ้ง เพื่อให้เกิดภาพจำของลักษณะสินค้า

ใช้แพ็กเกจจิ้งเป็นตัวสื่อในการทำการตลาด เมื่อหิ้วไปไหนมาไหนมีคนเห็นจะเกิดความสนใจว่าเป็นสินค้าอะไร

ซึ่งคุณณัฐดนัย เปิดเผยว่าใช้เวลาในการเตรียมความพร้อมก่อนทำธุรกิจ 1 ปี ใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไปประมาณ 1 แสนบาท ค่าใช้จ่ายหลักจะเป็นในส่วนของการสร้างเตาอินฟาเรด และในส่วนของแพ็กเกจจิ้งที่ต้องสั่งไว้เป็นจำนวนมากเพื่อวางแผนใช้ในระยะยาว

เน้นการตลาดออนไลน์

ไก่ย่างเสบียงทิพย์มีรสชาติที่เข้มข้น ด้วยสูตรหมักเฉพาะพิเศษเข้าเนื้อ เลือกสรรไก่สดจากบริษัทที่มีคุณภาพ มีน้ำหนักอยู่ระหว่าง 1-1.2 กิโลกรัม เน้นคุณภาพของสินค้าตามสโลแกน “คุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ใส่ใจคุณ” มีการแบ่งการย่างเป็นรอบ เพื่อไม่ให้ไก่แห้งจนเกินไป ใช้วัตถุดิบวันต่อวัน ไม่มีการขายไก่ค้างคืน

ส่วนวิธีการขายนั้นนอกจากซุ้มคีออสก์แล้วยังมีบริการเดลิเวอรี่ มีโปรโมชั่นส่งฟรีในพื้นที่เขตดอนเมือง ทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียคือ Facebook แฟนเพจ โดยจากการศึกษาข้อมูลพบว่าคนไทยนั้นใช้ Facebook ติดอันดับต้นๆ ของโลก จึงเลือกใช้ Facebook Advertising ในการเข้าถึงลูกค้า ซึ่งเห็นผลชัดเจน สอดคล้องกับบริการเดลิเวอรี่ที่ตอบสนองวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันที่ออกจากบ้านมาซื้ออาหารน้อยลง

“หากเน้นที่ซุ้มคีออสก์อย่างเดียวจะมีกลุ่มลูกค้าจำกัดแค่ในพื้นที่ เมื่อใช้การตลาดออนไลน์จะช่วยทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างออกไป ซึ่งเรามีบริการจัดส่งอยู่แล้ว ก็ทำให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่อยู่ไกลออกไปได้”

สร้างรากฐานแบรนด์ให้มั่นคง

ไก่ย่างเสบียงทิพย์ เริ่มธุรกิจมาได้ประมาณครึ่งปี ได้การตอบรับดีจากลูกค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง คุณณัฐดนัยกล่าวว่าเริ่มจากในช่วงแรกมียอดขาย 20-30 ตัวต่อวัน จนปัจจุบันสูงถึง 70-80 ตัว และนอกจากนี้ยังมีออเดอร์แยกจากการขายปกติที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องต่อครั้งในหลักหลายสิบตัว

เมื่อธุรกิจเริ่มประสบความสำเร็จ คุณณัฐดนัยจึงวางแผนในการขยายสาขาเพิ่มออกไปเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้ามากขึ้น โดยขยับออกไปในพื้นที่ใกล้เคียง ตั้งเป้าสิ้นปี 2561 จะมีร้านไก่ย่างเสบียงทิพย์ให้ได้อย่างน้อย 3 สาขา  ส่วนในเรื่องของการขายแฟรนไชส์นั้นยังมองว่าเป็นการพัฒนาในอีกขั้นหนึ่ง เพราะยังมีความกังวลในเรื่องของการควบคุมคุณภาพและบริหารจัดการ ต้องการสร้างความมั่นคงให้กับแบรนด์เสียก่อน ซึ่งมองว่าอย่างน้อยหากขยายสาขาออกไปได้ถึงประมาณ 4-5 สาขา จะทำให้มีความพร้อมมากกว่านี้ ซึ่งการพัฒนาให้เป็นระบบแฟรนไชส์มีรายละเอียดมาก ต้องศึกษาให้รอบด้านจึงจะลงมือทำได้

สุดท้ายเจ้าของธุรกิจไก่ย่างเสบียงทิพย์ ได้ให้คำแนะนำสำหรับเอสเอ็มอีที่ต้องการสร้างแบรนด์ให้ประสบความสำเร็จ ว่าอย่างแรกจะต้องหาจุดเด่นให้กับสินค้าของตัวเองเพื่อที่จะได้ไปสู้กับคู่แข่งอื่นในตลาดได้ จากนั้นคือเรื่องของการหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อที่จะนำมาพัฒนาโปรดักต์  ส่วนในเรื่องของการตลาดต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อเข้ากับกระแสสังคม เช่นเรื่องการใช้โซเชียลมีเดียในการเข้าถึงลูกค้า

“และที่สำคัญคือต้องมีความอดทน แม้จะเจอปัญหาก็อย่ายอมแพ้ มีจิตใจที่มั่นคง เพราะเมื่อล้มลงแล้วการมีกำลังใจที่ดีจะทำให้สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อจนประสบความสำเร็จได้” คุณณัฐดนัย กล่าวทิ้งท้าย

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น