Imo Imo ผลิตภัณฑ์แปรรูปมันม่วงแท้จากญี่ปุ่น โอกาสทางธุรกิจที่ไร้คู่แข่ง

“โปรดักต์จากญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมของคนไทย ประกอบกับช่วงปี 2015 กระแสรักสุขภาพกำลังมา องค์ประกอบทุกอย่างพอดีกัน จึงเป็นที่มาของสินค้า ชื่อแบรนด์อิโมะ อิโมะ”

โอกาสเปิดกว้างนำสู่ช่องทางทำธุรกิจ

คุณไชยกร ปลื้มเจริญกิจ กรรมการผู้จัดการบริษัทแพนโทริ จำกัด เจ้าของแบรนด์ Imo Imo เล่าถึงจุดเริ่มต้นของธุรกิจว่า เรียนจบมาทางด้านการตลาด เคยทำงานในหลายๆ ด้าน ทั้งในเรื่องรถยนต์ Digital Marketing Agency และธุรกิจสำนักพิมพ์ ซึ่งส่วนตัวมีความสนใจในเรื่องธุรกิจเกี่ยวกับอาหารมานาน แต่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ จนได้มีโอกาสได้เข้าร่วมกับโครงการวิจัยของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการวิจัยสินค้า ทำให้สนใจเรื่องทุนวิจัยในการพัฒนาสินค้าเกษตร ซึ่งเริ่มต้นจากสินค้าอื่นๆ มาก่อนจนประสบกับปัญหาไปต่อไม่ได้ในเรื่องของการวิจัย

จากนั้นจึงกลับมาทบทวนเรื่องวัตถุดิบที่นำมาทำการวิจัยใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่เคยทำธุรกิจเกี่ยวกับนำเข้าส่งออกและมีข้อมูลเกี่ยวกับผงมันม่วงจากญี่ปุ่นซึ่งคิดว่ามีความน่าสนใจ จึงได้ไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศ พบว่าตามร้านต่างๆ มีเครื่องดื่มที่แปรรูปจากมันม่วง ซึ่ง ณ ตอนนั้นในประเทศไทยยังไม่มี มองว่าน่าจะเป็นโอกาสทางธุรกิจ จึงตัดสินใจนำเอาวัตถุดิบเข้าสู่กระบวนการเพื่อขอรับทุนวิจัยเพื่อพัฒนาให้เป็นธุรกิจต่อไป

“งานวิจัยเป็นการพัฒนาในด้านโครงสร้างของส่วนประกอบอาหาร โดย ผศ.ดร.บัณฑิต อินณวงศ์ จากคณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำการวิจัยในส่วนของตัววัตถุดิบ อายุการเก็บรักษา รวมถึงรสชาติของการใช้ผงมันรวมกับส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อความเหมาะสมสำหรับการเป็นสินค้าเพื่อออกจำหน่าย”

เครื่องดื่มและของหวานจากมันม่วงญี่ปุ่น

คุณไชยกร อธิบายว่าสินค้าคือผงมันม่วง ที่แปรรูปจากมันสดๆ ผ่านการนึ่ง ด้วยกระบวนการธรรมชาติให้ได้เป็นผง ไม่มีส่วนผสมอื่นๆ เช่นแป้งหรือน้ำตาล คือมัน 100% ที่นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น เมืองคุมาโมโตะ ซึ่งเป็นท้องถิ่นที่มีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ จากผืนดินที่เป็นดินภูเขาไฟแร่ธาตุสูง จุดเด่นอยู่ที่สีม่วงของมัน ซึ่งเป็นสารแอนโทไซยานิน “Anthocyanin” มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดคอเรลเตอรอล ดีต่อสุขภาพ และมีสีสันสวยงามเมื่อแปรรูปเป็นอาหารทำให้เกิดความโดดเด่น ซึ่งมีการนำมาพัฒนาเป็นสูตรสินค้าต่างๆ คือ เครื่องดื่มมันหวานสูตรลาเต้ โดยผสมนม สูตรจินเจอร์ ผสมขิง 2 รสชาติ คือ Original และ Extra Hot และสเปรดมันหวานสีม่วงชนิดผง ที่มีความพิเศษคือนำไปเป็นของหวานได้หลากหลาย ลักษณะเหมือนสังขยา แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย เช่น ทำซอสราดบิงซู ไส้หรือท็อปปิงสำหรับขนม ซึ่งเป็น 4 สูตรหลัก จากโปรดักต์ทั้งหมดประมาณ 10 ชนิด

“เห็นว่าวัตถุดิบมีความน่าสนใจ ตอบโจทย์งานวิจัย อีกทั้งความที่เป็นโปรดักต์จากญี่ปุ่นนั้นเป็นที่นิยมของคนไทย ประกอบกับช่วงปี 2015 กระแสรักสุขภาพกำลังมา องค์ประกอบทุกอย่างพอดีกัน จึงเป็นที่มาของสินค้า ชื่อแบรนด์อิโมะ อิโมะ นี้ มาจากภาษาญี่ปุ่น คำว่าอิโมะ หมายถึง”มัน” ในการสร้างแบรนด์มีโจทย์ต้องการให้สินค้าสื่อความเป็น Import ใช้คาแรกเตอร์เป็นตัวทานูกิสัตว์ในตำนานพื้นเมืองของญี่ปุ่น สื่อถึงความอารมณ์ดี สดชื่น”  คุณไชยกร กล่าว

ปรับโมเดลธุรกิจจาก B2B เป็น B2C

Imo Imo เริ่มต้นธุรกิจเมื่อกลางปี 2015 ซึ่งก่อนจะออกมาเป็นสินค้าได้นั้น ในช่วงปีแรกเป็นการเตรียมความพร้อม ทั้งในส่วนของงานวิจัย ซึ่งให้ทีมงานจาก ม.ศิลปากร เป็นผู้ดูแล และในส่วนของการตลาดที่ตนเองเป็นผู้ดูแล ซึ่งต้องวิเคราะห์ว่าสินค้าเมื่ออกมาแล้วจะเป็นที่ต้องการของตลาดหรือไม่ หรือเป็นแค่กระแสชั่วคราวที่ไม่ยั่งยืน

การตลาดกับมันม่วงในตอนนั้นคุณไชยกรยอมรับว่าเหมือนคนตาบอดคลำทาง เพราะเป็นของใหม่ ยังไม่มีใครรู้จัก อีกทั้งตัวมันเองนั้นไม่ใช่ผลไม้หรือผัก ออกไปในทางของคาว ในช่วงแรกตั้งใจทำสินค้าออกมาในแบบกึ่งสำเร็จรูปสำหรับบริโภคในครัวเรือน ซึ่งเมื่อวิจัยเสร็จออกสู่ตลาด ได้เปิดตัวในงาน Thaifex 2016 ปรากฏว่าได้กระแสตอบรับผิดคาด เพราะผู้ที่สนใจสินค้ากลับเป็นกลุ่มร้านค้า คือร้านอาหาร ร้านขนม หรือร้านกาแฟที่จะนำสินค้าไปประกอบอาหารแล้วขายอีกต่อหนึ่ง ซึ่งผิดจากเดิมที่วางเป้าหมายไว้คือกลุ่ม Home Use ทำให้ต้องมีการกลับมาทบทวนกันใหม่ถึงแนวทางการทำธุรกิจ พบว่าตอบโจทย์ในเรื่องคอนเซ็ปต์สินค้า แต่ไม่ใช่ในรูปแบบการนำเสนอ ซึ่งตัดสินใจว่าเมื่อเป็นเช่นนั้นจึงให้ลูกค้านำทาง ไม่ฝืนตลาด

“มีลูกค้าที่เป็นร้านค้าต่างๆ ตอบรับดีมาก จึงปรับจากโมเดลธุรกิจเดิมที่เป็น B2B เป็น B2C อยู่ในตลาดที่เป็นอุตสาหกรรม”

เติบโตด้วยการตลาดออนไลน์

หลังจากปรับโมเดลธุรกิจทำให้แผนการตลาดเปลี่ยนไป ประกอบกับในช่วงเดือนตุลาคม 2016 ที่สังคมไทยอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ ส่งผลให้ตลาดเปลี่ยนไปอีกแบบหนึ่ง จนในช่วงปลายปี คุณไชยกรได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดียให้ลองทำมาร์เก็ตติ้งออนไลน์ ซึ่งแรกเริ่มนั้นไม่มั่นใจกับกลยุทธ์ด้านนี้เพราะสินค้าที่ทำอยู่หากไม่เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงนั้นก็ยากที่จะทำให้เกิดการรับรู้ถึงคุณภาพได้ แต่เมื่อลองใช้ดูแล้วปรากฏว่าได้ผลดีเกินคาด  ประกอบกับช่วงต้นปี 2017 กระแสสินค้าอาหารจากญี่ปุ่นรวมทั้งมันสีม่วงเริ่มเป็นที่นิยมในเมืองไทย

โดยการจำหน่ายสินค้าในส่วนของ B2C เป็นบรรจุภัณฑ์แบบกล่องสวยงามขายอยู่ในกลุ่มกูร์เมต์ มาร์เก็ต กลุ่มเดอะมอลล์ พารากอน โกลเดนเพลส เลือกช่องทางขายเฉพาะกลุ่มเนื่องจากไม่ใช่สินค้า Mass และในส่วนของ B2B มาจากลูกค้าที่ได้ติดต่อไว้จากการทำตลาดในช่วงแรก บวกกับลูกค้าที่รู้จักจากทางออนไลน์ โดยเฉพาะทางแฟนเพจ Facebook ที่เป็นช่องทางหลัก 80-90% ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีมาก

“ในเมืองไทยเริ่มรู้จักมันม่วงจริงจังในช่วงเดือนมีนาคม 2560 ซึ่งเราทำมาก่อนกระแส ช่วงแรกที่ทำตลาด B2C ทิ้งไว้จึงมีผลในช่วงมันม่วงเริ่มฮิต ซึ่ง Imo Imo เป็นสินค้าเกี่ยวกับมันม่วงเจ้าแรกที่มีโปรดักต์ครบไลน์”

เล็งต่อยอดกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพ

ส่วนเรื่องการพัฒนาต่อไปในอนาคตนั้น เจ้าของแบรนด์ Imo Imo ยอมรับว่ายังมีความกังวลในเรื่องของกระแสความนิยม ทำให้ยังไม่กล้าที่จะวางแผนในระยะยาวมากนัก ต้องการให้มันสีม่วงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ติดตลาดต่อเนื่องอย่างเช่นชาเขียวหรือชาโคลที่ยืนระยะอยู่ได้ ส่วนในเรื่องตัวสินค้านั้นต้องมีการพัฒนาต่อไปอย่างแน่นอน เพราะคิดว่าสามารถต่อยอดไปอีกได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มอาหารคาวที่ยังมีน้อยมาก ประกอบกับคุณประโยชน์ของมันม่วงที่สามารถเจาะกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพอย่างเต็มตัวได้

นอกจากนี้ คุณไชยกรบอกอีกว่า เมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าร่วมงานวันเกษตรก้าวหน้าของธนาคารกรุงเทพ ซึ่งได้รับการตอบรับดีมากแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมงาน โดยเฉพาะสถานที่จัดงานซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจที่สำคัญกลางกรุงเทพฯ ทำให้สินค้าได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

ประเทศไทย เมืองโอกาสธุรกิจด้านอาหาร

สุดท้าย เจ้าของแบรนด์ Imo Imo ได้ฝากคำแนะนำสำหรับเอสเอ็มอี โดยกล่าวว่า ธุรกิจด้านอาหารสำหรับตลาดเมืองไทยยังเปิดกว้าง ถือเป็นเมืองที่มีโอกาสทางอาหารเพราะมีแหล่งวัตถุดิบที่อุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังได้เปรียบจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม ทำให้ประเภทและรสชาติของอาหารมีความหลากหลาย ซึ่งเป็นประโยชน์ในการสร้างนวัตกรรมทางอาหาร ผู้ประกอบสามารถพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ที่มีความโดดเด่นและแตกต่างนำมาเป็นจุดขายของธุรกิจได้

“ไม่ควรทำอะไรตามๆ กัน เมื่อซ้ำกับคนอื่นเราก็ไม่มีจุดขาย ต้องกล้าที่จะฉีกแนว และมีความอดทน เพราะจะต้องเจอกับอุปสรรคระหว่างทางแน่นอน ความพร้อมด้านการตลาดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญ ควรศึกษาข้อมูลทางการตลาด สถิติต่างๆ ย้อนหลัง งานวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่สามารถค้นคว้าได้จากอินเทอร์เน็ต ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยในการตัดสินใจได้อย่างชัดเจนแม่นยำมากยิ่งขึ้น” คุณไชยกร กล่าวทิ้งท้าย

สนใจสินค้า Imo Imo โทรศัพท์ 09-9102-1188

 

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น