มหานครผลไม้ : ยุทธศาสตร์ผลไม้ครบวงจร

‘แผนยุทธ์ศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร’ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ มีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘มหานครผลไม้’ หรือชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก

ไฮไลท์  :

ปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยส่งออกสินค้าผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ไปยังตลาดโลกมีมูลค่ากว่า 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2559  รัฐบาลจึงได้ผลักดันแผนยุทธ์ศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร โดยมีเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้เมืองร้อนสด และแปรรูป ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลผ่านหลายมาตรฐาน พร้อมทั้งผลักดันการค้าผ่านระบบออนไลน์เว็บไซต์ “Tmall Global”  เพื่อเจาะตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 2 ของไทย ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการไทยได้ประโยชน์เพราะสามารถเชื่อมโยงกับผู้บริโภคโดยตรง ลดปัญหาการตัดราคาจากการขายผ่านพ่อค้าชาวจีนที่มาตั้งโรงงานคัดเลือกและรับซื้อผลไม้ และที่สำคัญผู้ส่งออกยังสามารถใช้ประโยชน์จากการลดภาษีภายใต้ความตกลงเปิดเขตการค้าเสรี (FTA) กับจีนได้อีกด้วย

 

เมื่อเร็วๆ นี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดจันทบุรี เห็นชอบ ‘แผนยุทธ์ศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร’ ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมีเป้าหมายที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘มหานครผลไม้’ หรือชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้เมืองร้อนสด และแปรรูป ให้มีคุณภาพมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากลผ่านหลายมาตรฐาน

 

เหตุผลสำคัญที่ไทยต้องผลักดันการทำยุทธศาสตร์ผลไม้ เนื่องจากผลไม้ถือเป็นหนึ่งในสินค้าที่ดาวเด่นของประเทศไทย โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา ไทยมีการส่งออกสินค้าผลไม้สด แช่เย็นแช่แข็งและแห้ง ไปยังตลาดโลกมีมูลค่ากว่า 76,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% จากปี 2559

ส่วนแบ่งตลาดส่งออกผลไม้ ปี 2560

ที่มา : กระทรวงพาณิชย์​

@ เปิดแผนยุทธศาสตร์ผลไม้ครบวงจร

‘นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์’ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  ระบุว่า ยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ ซึ่งจะมีการคัดเกรดผลไม้เกรดพรีเมี่ยมจะช่วยให้มีราคาเพิ่มขึ้น 10-20% และจะมีการจัดทำ Thailand Brand เพื่อให้ผลไม้จากไทยได้รับความน่าเชื่อถือจากตลาดโลก โดยอาศัยความร่วมมือกับ บริษัท SCG เทรดดิ้ง จำกัด ในการคัดเลือกทุเรียนเพื่อการส่งออกให้ได้ 5,000 ตัน และได้คัดเลือกทุเรียนเกรดพีเมียมประมาณ 9,100 ตัน สร้างมูลค่าเพิ่ม จากการส่งออกทั้งหมด 9 แสนตันในปีนี้

 

ส่วนผลไม้เกรดรอง จะมีการส่งเสริมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ นำมาแกะเปลือก จัดแพ็กเกจตกแต่งพร้อมรับประทาน  ตลอดจนการพัฒนานวัตกรรมจากผลไม้ เช่น เครื่องสำอาง สมุนไพร สารให้ความหวาน  โดยจะสนับสนุนการพัฒนาสมรรถนะด้านการเงินของผู้ประกอบการค้าผลไม้ไทย เพื่อให้สามารถขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมการผลิตผลไม้คุณภาพ และที่สำคัญจะช่วยพัฒนาช่องทางการจำหน่าย เพื่อให้มีการเชื่อมโยงจากต้นน้ำไปถึงปลายน้ำอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ พร้อมขยายช่องทางไปถึงตลาดออนไลน์ การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และตลาดชายแดน

 

@ เจาะตลาดออนไลน์ “จีน”

จะเห็นว่าการทำการตลาดออนไลน์ ถือเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ผลไม้ที่กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญมาก โดยเฉพาะตลาดส่งออกหลักอย่าง “จีน” ซึ่งในปี 2560 มีการส่งออกมากถึง 22,284 ล้านบาท สะท้อนว่าผู้บริโภคจีนมีความนิยมผลไม้ไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนทำให้เกิดปรากฎการณ์ว่าผู้ประกอบการจีนเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานคัดแยกและรับซื้อผลไม้จากไทย หรือธุรกิจล้ง และเกิดปัญหาการตัดราคากัน ปัญหาล้งเถื่อนเพิ่มขึ้น ทางกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จึงได้เปิดช่องทางการตลาดใหม่ โดยอาศัยระบบออนไลน์เข้ามาช่วย เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง

 

‘นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์’ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เล่าถึงแผนการผลักดันการส่งออกผ่านช่องทางออนไลน์ บนเว็บไซต์ “Tmall Global” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ขายสินค้าต่างชาติของ Tmall ว่า Tmall Global ถือเป็นโต๊ะอาหารขนาดใหญ่ของผู้บริโภคชาวจีน โดยปัจจุบันมีจำนวนสินค้าอาหารสดที่ขายอยู่บนแพลตฟอร์มดังกล่าวมากกว่า 13,000 รายการ เป็นสินค้าจาก 150 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยหมวดหมู่ของสินค้าอาหาร รวมถึงผลไม้สด อาหารทะเล เนื้อสัตว์ เป็นต้น

 

และที่เป็นที่น่าสนใจว่า ปัจจุบัน Tmall นำเข้าสินค้าอาหารสดจากไทยเป็นอันดับ 1 รองลงมาออสเตรเลีย เวียดนาม ชิลี สหรัฐฯ นิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา เดนมาร์ก แคนาดา และเม็กซิโก โดย “สินค้าผลไม้” เป็นสินค้าอาหารสดของไทยที่ได้รับความนิยมในการสั่งซื้อผ่าน Tmall Global มากที่สุด ทั้งทุเรียน มังคุด ลำไย มะม่วง ชมพู เงาะ ส้มโอ กล้วยไข่ และมะขามหวาน ขายดีในอันดับรองๆ ลงมา

 

จุดเด่นที่สำคัญ คือ Tmall มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีระบบขนส่งที่สมบูรณ์และรองรับการขนส่งเย็น ขณะที่การนำเข้าอาหารสด จะอยู่ทางตอนใต้ที่มีอาณาเขตติดทะเล เช่น มณฑลเจียงซู มณฑลเจ้อเจียง นครเซี่ยงไฮ้ และมณฑลกวางโจว ส่วนทางมณฑลทางภาคเหนือ เช่น มณฑลเหลียวหนิง และมณฑลซานตง มีอัตราการนำเข้าสินค้าอาหารสดต่างชาติที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยผู้ส่งออกไทยที่ต้องการจะส่งอาหารสดเจาะตลาดจีน ก็ควรที่จะศึกษาช่องทางการส่งออกนำเข้าผ่านช่องทางเหล่านี้ เพราะเป็นช่องทางที่มีการนำเข้าเป็นปกติของจีนอยู่แล้ว

 

ทั้งนี้ โอกาสในการส่งออกผลไม้ไปตลาดจีนเป็นไปในทิศทางที่ดีมาก ‘นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม’ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เล่าว่า กรมฯ มีแผนที่จะใช้ความตกลงการค้าเสรี (FTA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ผลไม้ของรัฐบาล ที่ตั้งเป้าให้ไทยเป็นมหานครด้านผลไม้เมืองร้อนของโลก

 

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา จีน เป็นตลาดส่งออกผลไม้และผลไม้แปรรูปอันดับที่ 3 ของไทย รองจากอาเซียน และสหรัฐฯ มีการยกเลิกภาษีทั้งหมดนับตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2546 โดยในปี 2560 ไทยส่งออก 740 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 16%ของการส่งออกรวม เพิ่มขึ้น 1,650% เมื่อเทียบกับปี 2545 ซึ่งเป็นปีก่อนหน้าที่จีนยกเลิกภาษีศุลกากรให้แก่อาเซียน  สินค้าที่มีศักยภาพได้แก่ ทุเรียนสด ลำไยสด มังคุด ลำไยแห้ง ทุเรียนแช่แข็ง มะพร้าว และสับปะรดกระป๋อง

 

ประเภทผลไม้สำคัญที่ไทยส่งออกไปจีน ปี 2560

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในอุตสาหกรรมผลไม้สด แปรรูป แช่เย็นและแช่แข็งควรศึกษาแนวทางการใช้ประโยชน์จากความตกลง FTA ในการลดภาษีสินค้าส่งออกไปยังตลาดจีน และศึกษาแนวทางการทำการตลาดผ่านระบบออนไลน์เพื่อสร้างโอกาสในการทำธุรกิจสร้างกำไรในอนาคต

Bangkok Bank SME เราเป็นเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน ทุกช่วงการเติบโตของธุรกิจ
สนใจลงทุนธุรกิจสามารถปรึกษาธนาคารกรุงเทพ คลิก หรือสายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น