กฎทอง 5 ประการเปลี่ยนชีวิตเป็นเศรษฐีอสังหาฯ ปล่อยเช่า

เผย 5 เคล็ดลับลงทุนอสังหาฯ ปล่อยเช่าให้ได้ Passive Income จากหนังสือ เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์ ที่เขียนโดย The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ อมรเทพ ผันสิน

Highlight:

  • ทำเลที่เป็นแหล่งจ้างงานจะมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยหรือ อสังหาฯ สูง
  • หากต้องการปล่อยเช่าอสังหาฯ ให้ได้กำไร ควรมองหาทรัพย์สินที่มูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง
  • เมื่อลงทุนอสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่า ควรเน้นไปที่กระแสเงินสด และต้องได้ค่าเช่ามากกว่าเงินที่ผ่อนธนาคาร
  • นอกจากนี้ยังควรถือคติว่า “ถือต้องได้ตังค์ ขายต้องได้กำไร”
  • อย่างไรก็ตามควรสำรองเงินสดเอาไว้ผ่อนธนาคารในกรณีไม่มีผู้เช่า 3 – 6 เดือน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนในยุคนี้ส่วนใหญ่แล้วใฝ่ฝันที่จะครอบครองอสังหาริมทรัพย์กันทั้งนั้น และคิดใช้มันเป็นทางผ่านสู่ Passive Income ด้วยการนำปล่อยเช่า แต่อย่างไรก็ตามการลงทุนเลือกซื้ออสังหาฯ กลับไม่ใช่เรื่องง่ายสักเท่าไหร่สำหรับมือใหม่ (แต่ก็ไม่ยากจนเกินไป) วันนี้ทาง Bangkok Bank SME จึงได้นำ 5 กฎทองในการเลือกอสังหาฯ ปล่อยเช่าจากหนังสือ เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์ ที่เขียนโดย The Money Coach จักรพงษ์ เมษพันธุ์ และ อมรเทพ ผันสิน มาฝากกัน

  1. ลงทุนในพื้นที่ที่ความต้องการเช่าสูง

แน่นอนว่าหัวใจหลักของการลงทุนอสังหาฯ ก็คือทำเล แต่ทำเลไหนล่ะถึงจะเรียกว่าดีและมีความต้องการเช่าสูง คำตอบก็คือทำเลที่มีแหล่งงาน เช่น ออฟฟิศ นิคมอุตสาหกรรม ศูนย์ราชการ ฯลฯ อย่างไรก็ตามเราต้องอย่าลืมสำรวจด้วยว่าทำเลที่เราจะซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่านั้นมีคู่แข่งเยอะหรือไม่ วิธีการสังเกตก็ง่ายๆ นั่นคือเดินไปแกล้งสอบถามว่ามีห้องว่างให้เช่าไหม ถ้าโครงการไหนมีเยอะ ให้ระวังไว้ก่อนเลยว่าละแวกนั้นอาจไม่เป็นที่ต้องการสำหรับอสังหาฯ ปล่อยเช่า

  1. ซื้อทรัพย์สินที่มีส่วนลด

คำว่า ส่วนลด ที่หนังสือเกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์ หมายถึงไม่ใช่การต่อรองราคาจากผู้ขาย แต่เป็นการซื้ออสังหาฯ ที่มูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งสามารถดูได้จากมูลค่าในการปล่อยเช่า ถ้าอสังหาฯ โครงการไหนสามารถปล่อยเช่าได้แพงก็จะเป็นอสังหาฯ ที่มีมูลค่าสูง ในทางกลับกันถ้าโครงการไหนปล่อยเช่าได้ในราคาต่ำมูลค่าก็จะลดหลั่นกันไป โดยส่วนใหญ่แล้วอสังหาฯ ที่มีมูลค่าต่ำกว่าความเป็นจริงและสามารถปล่อยเช่าได้ในราคาดีนั้นจะเป็นอสังหาฯ ที่ผู้ซื้อประกาศขายเนื่องจากร้อนเงิน

  1. ซื้อเพื่อกระแสเงินสด

คอนเซปต์กฎทองข้อนี้ก็คืออสังหาฯ ที่ถืออยู่นั้นต้องสร้างกำไรให้เราทุกเดือน ซึ่งจะต่างจากการซื้ออสังหาฯ เพื่อเก็งกำไร กล่าวคือ การซื้ออสังหาฯ เพื่อเก็งกำไรนั้น เราต้องจ่ายเงินเพิ่มทุกเดือนหรือทยอยผ่อนส่งกับธนาคารไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะสามารถขายอสังหาฯ นั้นได้ แต่การซื้อเพื่อกระแสเงินสดคือการหวังทำกำไรในแต่ละเดือน โดยให้ค่าเช่าที่ได้มากกว่าเงินที่ผ่อนธนาคาร

  1. ลงทุนระยะยาว ซื้อและถือไว้

หากเราเลือกทำเลที่มี Supply จำกัดหรือบริเวณที่ไม่สามารถมีอสังหาฯ ขึ้นได้อีกแล้ว ทำเลนั้นก็จะมีแนวโน้มเป็นที่ต้องการในอนาคตสูง ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาซื้อ-ขายปรับตัวสูงขึ้นตาม นอกจากนี้เรายังสามารถเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของเราได้ด้วยการรีโนเวต หรือ แต่งห้องใหม่ และเมื่อนำกฎข้อ 3 มารวมกับกฎข้อนี้ก็จะได้คอนเซปต์การลงทุนอสังหาฯ แบบง่ายๆ ว่า “ถือต้องได้ตังค์ (ปล่อยเช่าได้กระแสเงินสด) ขายต้องได้กำไร (มีมูลค่าเพิ่มมากกว่าตอนที่ซื้อครั้งแรก)”

  1. สำรองเงินสดเผื่อกรณีฉุกเฉินอยู่เสมอ

ไม่บอกก็คงรู้กันดีอยู่แล้วว่า ความเสี่ยงในการกู้เงินมาซื้ออสังหาฯ เพื่อปล่อยเช่านั้นคือการไม่มีผู้เช่า และแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะซื้ออสังหาฯ มาปุ๊บก็สามารถหาคนเช่าได้ปั๊บ เพราะฉะนั้นเราควรเตรียมเงินสำรองไว้สำหรับกรณีนี้ด้วย โดยการเก็บเงินไว้ 3 – 6 เดือนในการผ่อนจ่ายธนาคาร

ส่วนคนที่สามารถหาคนเช่าได้เลยก็อย่าเพิ่งดีใจจนใช้เงินนั้นหมด แต่ควรสำรองเงินไว้ด้วยในกรณีที่ไม่มีผู้เช่าใหม่เข้ามาตอนที่ผู้เช่าเดิมย้ายออก ยกตัวอย่างเช่น กู้ซื้อบ้านมา 1 ล้านบาท ผ่อนธนาคารต่อเดือน 6,500 บาท ปล่อยเช่า 8,500 บาท ได้ส่วนต่าง 2,000 บาทต่อเดือน โดยส่วนต่าง 2,000 บาทนี้ควรเก็บเอาไว้จนเท่ากับจำนวนเงินในการผ่อนธนาคาร 3 เดือน หรือก็คือ 19,500 บาท ซึ่งจากตัวอย่างจะใช้เวลาประมาณ 10 เดือน

ทั้งนี้ 5 กฎทองในการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่ Bangkok Bank SME เพิ่งเสนอไปเป็นเพียงกฎพื้นฐานจากหนังสือเกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ซึ่งภายในเล่มนี้ยังมีข้อมูลเชิงลึกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การวิเคราะห์ทำเลแบบไหนถึงเรียกว่าดี การคำนวณค่าเช่า การประเมินราคาซื้อ ฯลฯ หากใครสนใจการสร้าง Passive Income ด้วยอสังหาฯ ก็สามารถหาซื้อ เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวยด้วยอสังหาริมทรัพย์ ได้แล้ววันนี้ตามร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป

แสดงความคิดเห็น