อาชีพเสริมเพิ่มเงินในกระเป๋าสตางค์ที่ใครๆ ก็ทำได้

หลายท่านที่กดถูกใจ Facebook Fanpage (เฟซบุ๊ก แฟนเพจ) Bangkok Bank SME ส่วนหนึ่งคงมีงานประจำที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นรับราชการ พนักงานออฟฟิศ ซึ่งงานเหล่านี้มีข้อดี คือสามารถการันตีรายได้อย่างแน่นอนในแต่ละเดือน อย่างไรก็ตาม มันจะดีกว่านี้หรือไม่ หากคุณมีรายได้เพิ่มจากงานประจำที่ทำอยู่ โดยการหาอาชีพเสริมทำหลังจากเลิกงาน

บางทีจุดเล็กๆ เหล่านี้ อาจจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณต่อยอดเป็นธุรกิจใหญ่โตในอนาคต และเพิ่มพูนรายได้ในกระเป๋าสตางค์มากขึ้นกว่าเดิม แล้วอาชีพเสริมอะไรบ้างที่เราจะสามารถทำได้หลังจากเลิกงาน และไม่ส่งผลกระทบต่องานประจำที่ทำอยู่ มาดูกันครับ

1.เปิดร้านขายของ

การเปิดร้านขายของ ถือว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการหาอาชีพเสริม สำหรับคนที่มีงานประจำที่ทำอยู่ หากยังไม่รู้ว่าจะขายอะไรดี ขอแนะนำว่าให้เริ่มต้นจากสิ่งที่ตัวเองชอบก่อน เช่น เสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รองเท้า เป็นต้นและลองหาทำเลที่มีคนเดินเยอะๆ ตามตลาดนัด หรือศูนย์การค้าต่างๆ เพื่อขายสินค้า หรือหากคุณมีงบประมาณเยอะหน่อย อาจจะใช้วิธีลัดด้วยการซื้อแฟรนไชส์ ซึ่งมีความสำเร็จรูป พร้อมขาย มาเริ่มต้นทำก็ได้

สำหรับการทำการตลาดนั้น เนื่องด้วยมีหน้าร้าน คุณอาจจะใช้วิธีโปรโมทด้วยการบอกคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็น ครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อน เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นเป็นกระบอกเสียงกระจายข่าวออกไปในวงกว้างให้คนอื่นๆ ได้รับรู้ต่อไป

  1. มองหาอสังหาริมทรัพย์เพื่อลงทุน

การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ คุณสามารถทำได้โดยการซื้อคอนโด หรือห้องแถวเล็กๆ แล้วปล่อยเช่าทั้งในรูปแบบรายเดือน/รายปีกับบุคคลอื่นๆ อีกทั้งคุณอาจจะคิดไปไกลกว่านั้น คือซื้อไว้เพื่อเก็งกำไรในอนาคต ซึ่งข้อดีของการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นั้นสามารถสร้างผลกำไร และรายได้ให้กับคุณอยู่เรื่อยๆ

  1. เปลี่ยนสถานะเป็น Freelance ชั่วคราว

หากคุณมีทักษะในการเขียน อย่าเก็บเอาไว้ข้างในครับ จงปล่อยของออกมา เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่หานักเขียนอยู่มากมาย ตัวอย่างที่รู้จักกันดี คือ Fastwork ที่ให้คุณเข้าไปทิ้งผลงาน ประวัติส่วนตัว หากมีคนเห็นแล้วโดนใจ คุณอาจจะได้งานเสริมในลักษณะ Freelance (ฟรีแลนซ์) ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม หากคุณไม่ได้มีทักษะการเขียนเป็นทุนเดิม ลองมองหาความสามารถอื่นๆ มาทดแทนก็ไม่ว่ากันครับ เช่น การถ่ายรูป, ทำภาพกราฟิก หรือรับทำวิดีโอเคลื่อนไหว ครับ

  1. ขายของออนไลน์

ปัจจุบันเป็นยุคของดิจิทัล อะไรๆ ก็ออนไลน์ไปซะหมด เช่นเดียวกับการซื้อสินค้าทางออนไลน์ได้กลายมาเป็นช่องทางยอดนิยมของนักช้อป เพราะมีความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดเวลาโดยไม่ต้องเดินทางไปตามห้างสรรพสินค้า

นอกจากนี้ ยังมีการขายของออนไลน์อีกรูปแบบที่กำลังได้รับความสนใจ อยู่ในกระแส คือการรับพรีออเดอร์สินค้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะดึงดูดผู้บริโภคมากกว่าตรงที่เป็นสินค้าที่ไม่ได้วางจำหน่ายในประเทศ หรือถ้ามีก็น้อย

แสดงความคิดเห็น