เปิดตัว Revenue Model รูปแบบใหม่ แค่ขายคลิปวิดีโอบน LiveLoom

ทุกวันนี้เราคงเห็น Youtuber หน้าใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย หรือแม้แต่แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ที่กำลังตีตื้นขึ้นมาเรื่อยๆ อย่าง Twitch ซึ่งทั้งคู่ก็เป็นแพลตฟอร์มรับชมวิดีโอระดับโลก ที่สร้างรายได้ให้กับเจ้าของคอนเทนต์จำนวนมหาศาล ยิ่งมีคนดูเยอะ หรือมีคนติดตามมาก ยิ่งทำเงินได้มาก

ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกับ Revenue Model วิดีโอแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ของไทย ที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับคอนเทนต์วิดีโอ โดยรูปแบบการสร้างรายได้จะอย่างไร  ตามไปชมบทสัมภาษณ์ของคุณม๊อด ณัฐพร สุชาติกุลวิทย์ CMO และ Co-Founder ของ LiveLoom กันเลย

ทำความรู้จักกับ LiveLoom วิดีโอแพลตฟอร์มน้องใหม่จากประเทศไทย

LiveLoom นั้นเป็นสตาร์ทอัพใหม่ล่าสุดที่เพิ่งสร้างโปรดักต์ของตัวเองเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่าน แต่ก่อนหน้านั้นได้มีการทดสอบตลาด และการลองใช้งานแพลตฟอร์มในรูปแบบโมเดลธุรกิจรูปแบบนี้มาก่อนแล้ว

คุณม๊อด เผยว่า LiveLoom เป็นรูปแบบของ Pay per view วิดีโอแพลตฟอร์ม ที่ผู้ใช้งานสามารถ Generate คอนเทนต์ คือสร้างคอนเทนต์ด้วยตัวเอง แล้วนำขึ้นบนแพลตฟอร์มของเรา เป็น Revenue Model รูปแบบใหม่ ซึ่งแต่ก่อนคนก็จะอัพโหลดขึ้นโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์ม และสร้างรายได้จากระบบโฆษณา แต่ตัวนี้จะเป็น Pay per view เลย คือใครอยากจะรับชมคอนเทนต์ ก็แค่อัพคอนเทนต์ขึ้นแล้วขาย เป็นเหมือนตั๋วเข้ารับชม

ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย และเข้าถึงกลุ่มคนทั้งรุ่นเก่า และรุ่นใหม่

หนึ่งในสิ่งที่ยากที่สุดของการทำสตาร์ทอัพก็คือ การออกแบบหน้าตาผลิตภัณฑ์ให้ใช้งานง่าย และเป็นมิตรต่อผู้ใช้งานมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนรุ่นใหม่ หรือคนรุ่นเก่า ต้องตอบสนองความต้องการทุกคนให้ได้

“ตั้งแต่ทำ LiveLoom มา อุปสรรคแรกคือเรื่องของโปรดักส์ว่าทำยังไงให้ดูดี ใช้ง่าย ที่สุดเพราะว่าแพลตฟอร์มเดี๋ยวนี้ เราต้องการให้ยูสเซอร์และคนทั่วไปใช้งานได้ รวมถึงเรื่องของการหาคอนเทนต์ ใหม่ๆ ทำอย่างไรให้คนรู้จัก เพราะว่ามันเป็นการสร้างรายได้แบบที่คนไม่ค่อยใช้วิธีนี้มากนัก

ตอนนี้คนสนใจสอบถามมาค่อนข้างเยอะ ยูสเซอร์เข้าคิวมาแล้วว่าเมื่อไหร่จะให้ใช้บริการจริง ซึ่งตอนนี้คนที่รอใช้บริการอยู่ส่วนมากเลยก็จะเป็นเทรนเนอร์ เป็นอาจารย์ ที่สอนในเรื่องต่างๆ เช่น สอนภาษาอังกฤษ สอนเรื่องการลงทุน สอนเรื่องการตลาด ที่รอเข้าคิวใช้อยู่”

สำรวจตลาดก่อนออกเดินทาง มั่นใจมีคนใช้งานแน่นอน

ก่อนจะทำสตาร์ทอัพสักตัว เรื่องการสำรวจตลาดเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะมีหลายคนที่มั่นใจในตัวเองมากเกินไปจนละเลยในขั้นตอนนี้ ส่งผลให้เมื่อทำโปรดักต์ขึ้นมา จึงไม่มีผู้สนใจจะใช้งาน แต่ LiveLoom แตกต่างกับสตาร์ทอัพเหล่านั้นอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาได้ทำการสำรวจตลาด และกลุ่มเป้าหมายมาแล้วอย่างดี

“เรื่องของตลาด เราจะทำ Video Streaming ก่อน คือ แค่ภายในปี 2020 แค่เรื่องของ Video Streaming มันก็จะกินพื้นที่อินเตอร์เน็ตไปประมาณ 79% แล้ว มูลค่ามันสูงมาก สำหรับตลาดประเทศไทยเอง Streaming มาแล้ว มีคนรู้จักแล้วว่าคืออะไร Live Stream เป็นเรื่องฮิต เป็นแมสของแบรนด์ต่างๆ ที่จะทำให้เข้าถึงยูสเซอร์ได้มากขึ้น  ตอนนี้ Speaking เลยสามารถเป็นเครื่องมือในการหาเงิน เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาสทางธุรกิจ

ไม้เด็ดโค่นยักษ์ใหญ่ในวงการวิดีโอ

เป็นคำถามที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงเกิดความสงสัย และคาใจกันอย่างมากว่า LiveLoom ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มใหม่ จะเข้ามาล้มแชมป์โลกอย่างเว็บไซต์ดูวิดีโอออนไลน์ได้ยังไง ซึ่งหมัดเด็ดของ LiveLoom คือ การโฟกัสที่กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน

“แพลตฟอร์มวิดีโอปัจจุบันเน้นโมเดลที่เน้นการสร้างรายได้จากการสร้ายอดวิวและเพื่อให้โฆษณามาลง แต่แพลตฟอร์มของเราเน้นที่การขายคอนเทนต์ และสร้างนวัตกรรมด้านวิดีโอเพื่อช่วยให้เจ้าของคอนเทนท์สร้างรายได้ให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นแพลตฟอร์มอื่น (Traditional Video Platform) เรามองว่าเป็นช่องทางการทำ PR ประชาสัมพันธ์ ให้คนรู้จักธุรกิจของเรามากขึ้น ซึ่งมองได้ว่าเป็นคู่แข่งทางอ้อมซะมากกว่า ส่วนคู่แข่งทางตรงเองเราว่า เราทำตัวเองให้มีความแตกต่าง โดยช่วงแรกเราจะทำเป็น Pay-Per-View แพลตฟอร์ม ที่สามารถทำไลฟ์สตรีมได้ และจะต่อยอดนวัตกรรมด้านวิดีโอไปเรื่อย ๆ จนไปให้ถึงการทำ Video Commerce และ Video Marketplace”

ถ้าได้ลองศึกษาอย่างจริงจัง ไม่มีอะไรที่มนุษย์เราทำไม่ได้

“สตาร์ทอัพ ทำยาก ใครก็ว่ายาก ใครก็ว่าปัญหาเยอะ แต่เรามองว่ามันเป็นสิ่งที่เราเพิ่งเริ่ม บางคนอาจจะมองว่าว่ายน้ำเป็นเรื่องยากเพราะว่าเขาว่ายน้ำไม่เป็น แต่เมื่อเราได้มาว่ายจริงๆ แล้ว ก็ค่อยๆ แก้ปัญหาไปเรื่อยๆ ศึกษามันอย่างจริงจัง เราก็จะทำมันได้เอง ไม่มีใครทำอะไรสำเร็จตั้งแต่ก้าวแรก แต่ต้องพยายาม และลงมือทำอย่างจริงจัง ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก”

แสดงความคิดเห็น