Next Step : AEC Blueprint 2025

ภายใต้ AEC เมื่อปี 2558 สมาชิกอาเซียนได้มีความตกลงที่จะเปิดเสรีการค้าสินค้า โดยสินค้าส่วนใหญ่เกินกว่า 95% ได้มีการปรับลดภาษีเป็น 0% เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงอีกสินค้าอ่อนไหว เช่น ข้าว น้ำตาล ผักและผลไม้บางชนิด

ไฮไลท์ :

  • ผ่านมา 3 ปี หลังการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเป็นทางการนับตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค. 2558 ทำให้สมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ รวมเป็นตลาดเดียวกัน สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี ส่งผลให้มูลค่าการค้าระหว่างไทย-อาเซียน 9 ประเทศเติบโตอย่างก้าวกระโดดนับจากปี 2015 (2558) ที่มีมูลค่าเพียง 7,17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มเป็น 101,158.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • ก้าวต่อไป สมาชิกอาเซียนยังมุ่งผลักดัน AEC Blueprint 2025 หรือแผนอาเซียน 10 ปี ซึ่งมีเป้าหมายที่จะเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือในด้านต่างๆ ของสมาชิกให้มากขึ้น ทั้งในเชิงความกว้างและลึก เพื่อให้สมาชิกอาเซียนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องเผชิญ  โดยล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM Retreat) ครั้งที่ 24 ซึ่งสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมที่ผ่านมา ฝ่ายไทยมีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นำคณะเข้าร่วมเพื่อติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการด้านต่างๆ

————————————

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. 2558 เป็นวันแรกของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) อย่างเป็นทางการ นับเป็นก้าวสำคัญของอาเซียนที่จะรวมตัวเป็นตลาดเดียวกัน ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน และแรงงานฝีมืออย่างเสรี

 

การรวมกลุ่ม AEC เป็นสิ่งที่ทยอยเกิดขึ้นต่อเนื่อง และไม่ได้สิ้นสุดแค่เพียงเท่านั้น แต่อาเซียนยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนาความร่วมมือต่อไปอีกตาม ‘แผนประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน 2025’ หรือ AEC Blueprint 2025 ซึ่งเป็นแผนอาเซียน 10 ปี

 

@ AEC 2015 เปิดเสรีอย่างไร

ภายใต้ AEC เมื่อปี 2558 สมาชิกอาเซียนได้มีความตกลงที่จะเปิดเสรีการค้าสินค้า โดยสินค้าส่วนใหญ่เกินกว่า 95% ได้มีการปรับลดภาษีเป็น 0% เกือบหมดแล้ว เหลือเพียงอีกสินค้าอ่อนไหว เช่น ข้าว น้ำตาล ผักและผลไม้บางชนิด เนื้อสัตว์บางชนิด กาแฟ และยาสูบ เป็นต้น แต่ในอนาคตจะต้องหารือเพื่อลดภาษีลงมาให้เหลือระดับต่ำที่สุดให้ได้

 

ทางด้านการค้าการบริการ ได้มีการเปิดเสรีไปกว่า 100 สาขา ในสาขาบริการการขนส่งทางอากาศ โทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพ การท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ เปิดให้ถือหุ้นได้สูงสุดถึง 70% และมีการหารือเพื่อเปิดเสรีเพิ่มขึ้นต่อไป ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับธุรกิจของไทยที่จะเข้าไปลงทุนในอาเซียน

 

นอกจากนี้อาเซียนยังได้ทำข้อตกลงยอมรับร่วม (MRA) ในสาขาวิชาชีพ 7 สาขา ได้แก่ วิศวกร สถาปนิก แพทย์ ทันตแพทย์ พยาบาล นักบัญชี และนักสำรวจ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ แต่แรงงานที่เคลื่อนย้ายไปในแต่ละประเทศจำเป็นต้องผ่านมาตรฐานของอาเซียนและมาตรฐานแต่ละประเทศอีก ซึ่งถือว่ายังมีการปกป้องผู้ประกอบวิชาชีพของแต่ละประเทศด้วย

 

ในภาคการลงทุน อาเซียนกำหนดให้เปิดเสรีในสาขาสินค้าเกษตร ประมง ป่าไม้ เหมืองแร่ และอุตสาหกรรมการผลิต ซึ่งในส่วนของ “ไทย” เน้นการเปิดเสรีที่เป็นไปตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเป็นหลัก และที่สำคัญได้มีการทำข้อตกลงด้านการลงทุน ซึ่งมีหลักการว่านักลงทุนอาเซียนจะได้รับการดูแลจากประเทศสมาชิกระหว่างกัน

@ การค้าไทย-อาเซียนหลังรวม AEC

ผ่านมา 3 ปีหลังจากการรวม AEC มูลค่าการค้าระหว่างสมาชิกอาเซียน (9 ประเทศ) ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จากปี 2558 ที่มีมูลค่าเพียง 7,232.17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มเป็น 101,158.18 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2560  เป็นผลจากสมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในปี 2560 เศรษฐกิจอาเซียนมีการเติบโต 5.1% อาเซียนเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยคิดเป็นสัดส่วน 25% ของภาพรวมการส่งออกทั้งหมด

 

การค้าไทย-อาเซียน 9 ประเทศ ก่อน-หลังรวม AEC

@ เน็คสเต็ป AEC Blueprint 2025

ก้าวต่อไป สมาชิกอาเซียนยังมุ่งผลักดัน AEC Blueprint 2025  หรือแผนอาเซียน 10 ปี ฉบับใหม่ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพความร่วมมือในด้านต่างๆ ของสมาชิกให้มากขึ้น ทั้งในเชิงความกว้างและลึก เพื่อให้สมาชิกอาเซียนสามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและความท้าทายใหม่ๆ ที่ต้องเผชิญ  ซึ่งสมาชิกอาเซียน ได้พิจารณาผ่านร่างแผนงานดังกล่าวไปแล้วนับตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ครั้งที่ 27 (ASEAN Summit 27th) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 19 – 22 พฤศจิกายน 2558

เป้าหมาย “AEC Blueprint 2025”

 @ ความคืบหน้าล่าสุดของการเจรจาอาเซียนปี 2561

สำหรับการดำเนินการเจรจาเพื่อให้เป็นไปตามแผน ‘AEC Blueprint 2025’ ถือว่ามีความคืบหน้าอย่างมาก โดยล่าสุดในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM Retreat) ครั้งที่ 24 ซึ่งสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดยฝ่ายไทยมีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์นำคณะเข้าร่วม

 

ที่ประชุมอาเซียนตกลงจะเร่งรัดการปรับปรุงมาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้าให้แล้วเสร็จ เพื่อช่วยลดอุปสรรคทางการค้าและการลงทุน ลดต้นทุนธุรกรรมการค้าของผู้ประกอบการ เพิ่มมูลค่าการค้าและการลงทุนภายในอาเซียน เช่น จัดทำแนวปฏิบัติการออกกฎระเบียบของอาเซียนเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ชัดเจน และไม่สร้างภาระต่อภาคเอกชน ปรับปรุงกลไกการอำนวยความสะดวกทางการค้าของสมาชิกอาเซียน เพื่อลดต้นทุนและให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินธุรกิจ

 

พร้อมทั้งเร่งให้อาเซียนมีข้อตกลงยอมรับร่วมกันเรื่องการตรวจสอบและรับรองสุขลักษณะอาหารสำเร็จรูปที่ขณะนี้เหลือเพียงเมียนมาและเวียดนาม ที่จะต้องเร่งกระบวนการภายในให้แล้วเสร็จ เพื่อลงนามในต้นปี 2561 นี้ และการเร่งหาข้อสรุปประเด็นที่จะให้ประเทศสมาชิกอาเซียนที่ให้สิทธิประโยชน์อากรขาเข้าให้แก่ประเทศนอกอาเซียนดีกว่าสมาชิกอาเซียนด้วยกัน จะต้องให้สิทธิประโยชน์เดียวกันนั้นกับสมาชิกอาเซียนด้วยกัน เป็นต้น

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมอาเซียนย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนามาตรการ และกฏระเบียบต่างๆ เพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลและนวัตกรรม โดยที่ประชุมมีมติที่สำคัญในหลายประเด็น เช่น ให้เร่งสรุปผลการจัดทำความตกลงพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของอาเซียนให้เสร็จในปี 2561  สร้างเครือข่ายนวัตกรรมในอาเซียนให้เชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ SME Startup นักลงทุน สถาบันการศึกษา และสถาบันวิจัยเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย พัฒนา และนวัตกรรม

 

และการส่งเสริมให้ผู้ผลิตและผู้ค้าที่ขึ้นทะเบียนในประเทศสมาชิกอาเซียนรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเองได้เพื่อความรวดเร็วในการใช้สิทธิทางภาษีส่งออกสินค้าไปประเทศอื่นๆ ในอาเซียน (ASEAN-wide Self-Certification) เร่งเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASEAN Single Window) ให้เสร็จครบ 10 ประเทศในปีนี้จากปัจจุบันที่เชื่อมโยงกันแค่ 5 ประเทศ (ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม) ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนของภาคธุรกิจในการยื่นเอกสารนำเข้า-ส่งออกสามารถยื่นผ่านระบบออนไลน์เพียงครั้งเดียว และให้เร่งสรุปผลการเจรจาและลงนามความตกลงการค้าบริการของอาเซียน (ATISA) ให้เสร็จในปีนี้ เป็นต้น

 

@ เอกชนอาเซียน ASEAN-BAC

นอกจากนี้ในที่ประชุมรอบนี้รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังได้หารือกับสภาที่ปรึกษาธุรกิจอาเซียน (ASEAN-BAC) ซึ่งภาคเอกชนได้เสนอแนวคิด ‘Smart Growth Connect’ ที่เน้นให้อาเซียนพัฒนาความเชื่อมโยงหลายมิติระหว่างกันเพื่อจะได้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืน ทั้งการเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม กฎระเบียบ การสร้างเครือข่ายผู้ประกอบการ รวมถึงการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

 

ทาง ASEAN-BAC ยังต้องการสนับสนุนการทำงานของอาเซียนให้เร่งปรับปรุงกลไกการอำนวยความสะดวกทางการค้าของอาเซียน เพื่อลดต้นทุนการทำธุรกรรมลง 10% ภายในปี 2563 การส่งเสริมผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) ผ่านโครงการให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยเหลือให้คำปรึกษารายเล็ก การปรับตัวของอาเซียนเพื่อรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 (4IR) หรือก้าวให้ทันโลกเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปลี่ยนแปลงเร็ว ซึ่งที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนสนับสนุนให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการกับอาเซียนมากขึ้น

 

อนึ่ง การประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEM เป็นเวทีการหารือของรัฐมนตรีการค้าของประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของอาเซียน รวมทั้งให้แนวทางสำหรับประเด็นที่ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ เพื่อสนับสนุนการรวมตัวทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการค้าและการลงทุนในภูมิภาค โดยการประชุมระดับนี้จะจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง คือ การประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอย่างไม่เป็นทางการ (AEM Retreat) ในช่วงต้นปี   และการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (AEM) ในช่วงปลายปี ซึ่งรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนยังจะมีการประชุมร่วมกับรัฐมนตรีเศรษฐกิจกับประเทศพันธมิตรภายนอกอาเซียน เช่น จีน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย เป็นต้น

 

ธนาคารกรุงเทพ ใส่ใจให้บริการนักลงทุนในย่านอาเซียนด้วยบริการเพื่อนคู่คิด มิตรคู่บ้าน เรามีสาขาของธนาคารอยู่ในประเทศอาเซียน 9 ใน 10 ประเทศ เพื่อให้บริการท่าน

สนใจติดต่อได้ที่ศูนย์ AEC Connect ชั้น 2 สำนักธุรกิจ ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่

อีเมล: [email protected]  โทรศัพท์   02 -230-2758 หรือ สายด่วน 1333

แสดงความคิดเห็น