โชว์ 5 กลุ่มงานวิจัย หนุนประเทศไทยสู่ “เทียร์ 1” นวัตกรรมโลก

นักวิจัยรุ่นใหม่จาก 5 มหาวิทยาลัย เดินหน้าพัฒนาองค์ความรู้ ต่อยอด ขยายผลให้เกิดการใช้งานได้จริงทั้งในรูปแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี และการนำผลงานวิจัยมาใช้ให้เกิดประโยชน์เชิงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจทัดเทียมประเทศในกลุ่ม “เทียร์ 1” ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้ว

ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) กล่าวว่า ศักยภาพของภาคอุดมศึกษา ผ่านการวิจัยและพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นกุญแจสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมของประเทศนั้น จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่าเปลี่ยนแบบหักศอก (Rapidly Change) ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นแล้วในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นประเทศต้นแบบของการเปลี่ยนแปลงแบบเต็มรูปแบบที่ใช้เวลาเพียง 20 ปี

ปัจจุบันเกาหลีใต้มีนวัตกรรมเกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า การเติบโตแซงหน้าแบรนด์ระดับโลกจากญี่ปุ่นบางแบรนด์ไปแล้ว หากเราไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง อาจจะต้องกลับมาคิดว่า เราจะแข่งขันกับเกาหลีใต้ และประเทศในกลุ่ม อาเซียน +3 หรือเราจะแข่งกับประเทศ CLMV สำหรับนโยบายในการสนับสนุนศูนย์รวมนวัตกรรม (Innovation Hubs) ของ ทปอ. จะเร่งผลักดันให้มหาวิทยาลัยภายใต้เครือข่าย ทปอ. พลัสพลัส ทั้ง 160 แห่ง หยิบนำความโดดเด่นจากนวัตกรรม งานวิจัย และองค์ความรู้มาผนวกและพัฒนาให้เกิดชิ้นงานแบบใหม่ ๆ ร่วมกัน ก่อให้เกิดการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้น โดย 5 กลุ่มนวัตกรรม ที่ ทปอ. ให้ความสำคัญ ได้แก่ กลุ่ม Agriculture & Food กลุ่ม  Aging Society กลุ่ม Smart City กลุ่ม Bioenergy และกลุ่ม Creative Economy

Agriculture & food หรือ ศูนย์นวัตกรรมเกษตรและอาหาร

โดรนอัจฉริยะเพื่อใช้ในการเกษตรสําหรับประเทศไทย

ดร.อรพดี จูฉิม หัวหน้าโครงการ และนายวีระชาติ ค้ำคู นักวิจัยผู้ช่วย จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้พัฒนา “โครงการพัฒนาโดรนอัจฉริยะเพื่อใช้ในการเกษตรสําหรับประเทศไทย” เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม จึงจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชทำให้เกิดสารเคมีตกค้างในการทำการเกษตร แต่โดรนอัจฉริยะที่ มจธ. วิจัยขึ้นนั้น จะช่วยตรวจดูศัตรูพืชของต้นไม้ ซึ่งให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าการสังเกตด้วยคน โดยจะใช้คอมพิวเตอร์ประมวลผลด้วยเซ็นเซอร์จับภาพตรวจหาศัตรูพืชและทำการฉีดพ่นสารเคมีจากส่วนบนของลำต้นทำให้สารเคมีตกลงมาใส่ลำต้นได้อย่างแม่นยำ มีระบบจัดเก็บข้อมูลนําไปวิเคราะห์โดยใช้การเก็บแบบ HDFS (ระบบจัดการไฟล์แบบพิเศษ) และประมวลผลได้ด้วยคลาวด์ (Cloud) มีระบบการสร้างแผนที่สามมิติจาก RP Lidar (เทคโนโลยีวัดแสงแบบใหม่คล้ายเรดาร์) แล้วใช้เทคโนโลยี SLAM (Simultaneous localization and mapping) เช่นเดียวกับกูเกิล ซึ่งประโยชน์ของโดรนอัจฉริยะฯ นั้นทำให้ลดการใช้ยาศัตรูพืชของต้นไม้เกินความจำเป็น นอกจากนี้ยังเป็นการลดการสัมผัสสารเคมีโดยตรงของเกษตรกร

กลุ่ม  Aging Society หรือ ศูนย์นวัตกรรมสังคมสูงอายุ

หุ่นยนต์แพทย์เคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช

    

ผศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ จากมหาวิทยาลัยมหิดล “ผลงานการพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์หุ่นยนต์แพทย์เคลื่อนที่อัจฉริยะเพื่อการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช” รองรับสังคมผู้สูงอายุ  ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้พิการที่กำลังทวีคูณเพิ่มขึ้นในสังคม ซึ่งโครงการนี้เป็นการสร้างเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับต่อยอดการออกแบบหุ่นยนต์ประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน ได้แก่ ระบบรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์ ระบบเชื่อมต่อกับแพทย์เพื่อทำการปรึกษาแบบประชุมสายออนไลน์ ระบบประเมินผลวินิจฉัยดูแลผู้ป่วยในหอผู้ป่วยใน การติดตามประเมินผลร่างกายประจำวันในสถานดูแลบุคคลต่างๆ และเป็นแพลตฟอร์มในการเก็บค่าต่างๆ และส่งต่อเข้าสู่ระบบกลางเพื่อทำการเชื่อมต่อข้อมูลกับผู้ใช้งาน

 

กลุ่ม Smart City หรือ ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านเมืองอัจฉริยะ

โครงการคลาวด์แพลตฟอร์มเพื่อบูรณาการเมืองอัจฉริยะ

ดร.อรทัย สังข์เพ็ชร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นำทีมวิจัยร่วมกับมหาวิทยาลัยมหิดล โดย ดร.สรรเสริญ เจียมอนันท์กุล ดร.ฆนัท ตั้งวงศ์ศานต์ ดร.วีรพงศ์ ผดุงศักดิ์อนันต์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดย ผศ.ดร.นัทที นิภานันท์  ร่วมกันพัฒนา โครงการคลาวด์แพลตฟอร์มเพื่อบูรณาการเมืองอัจฉริยะ (Integrated Smart City Cloud Platform) แนวคิดนี้มาจากความยุ่งยากในการพัฒนาเมือง เพราะติดปัญหาเรื่องข้อมูล (Data) ที่ไม่ได้บูรณาการ เช่น ด้านคมนาคม ด้านสิ่งแวดล้อม ฯลฯ นักศึกษาและนักวิจัยจากสามสถาบันจึงร่วมกันคิดระบบคลาวด์แพลตฟอร์มฯ ขึ้น เพื่อเป็นต้นแบบแพลตฟอร์มให้กับทุกเมืองสามารถใช้งานร่วมกัน มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลด้านคมนาคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความเป็นอยู่ และสาธารณูปโภค และพัฒนามาตรฐานสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลของเมือง (Data Exchange) ระหว่างกัน ซึ่งจะเชื่อมโยงการสั่งการในด้านต่างๆ ของเมืองผ่านระบบอัตโนมัติ (API) และแสดงสถานะของเมืองในรูปแบบที่เข้าใจง่ายต่อการบริหารจัดการ (Visualization) โดยปัจจุบันมีบางบริการที่เปิดใช้แล้ว อาทิ ข้อมูลจากเฟซบุ๊ก การวัดความสุขของคนในแต่ละโลเคชั่น และข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมจากหาดใหญ่ เป็นต้น

        

กลุ่ม Bioenergy หรือกลุ่มนวัตกรรมด้านพลังงานชีวภาพ

ระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด

ผศ.ดร.สิริชัย  คุณภาพดีเลิศ และนายอุเทน กันทา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้วิจัย “ระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัด (Compressed Biomethane Gas; CBG) ด้วยเทคโนโลยีเมมเบรน (Membrane)”  เป็นระบบที่ช่วยแก้ปัญหาด้านราคาและแนวโน้มความขาดแคลนก๊าซเอ็นจีวี (Natural Gas for Vehicles) ในอนาคต โดยสามารถเปลี่ยนก๊าซชีวภาพเหลือทิ้งด้วยกระบวนการกำจัดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และความชื้นออกจากก๊าซชีวภาพ เพื่อให้ได้ก๊าซไบโอมีเทนอัด หรือ CBG ที่มีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซเอ็นจีวี สามารถนำไปใช้สำหรับยานยนต์ แต่มีต้นทุนต่ำเพียง 12 บาทต่อกิโลกรัม ประโยชน์ที่ได้รับนอกจากเกิดต้นแบบเชิงพาณิชย์ ในการเปลี่ยนก๊าซชีวภาพให้เป็นก๊าซ CBG ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนมูลค่าสูง และไม่กระทบกับทรัพยากรธรรมชาติ ลดปัญหามลพิษและสภาวะโลกร้อนอย่างครบวงจร ตลอดจนเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับก๊าซ CBG อีกด้วย

กลุ่ม Creative Economy หรือ ศูนย์รวมนวัตกรรมด้านสินค้าหรือการบริการสร้างสรรค์

ผ้าทอที่มีคิวอาร์ โค้ด 

ผศ.ดร.ดนัย เรียบสกุล ภาควิชาศิลปะและการออกแบบ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นหัวหน้าในการวิจัยและพัฒนา “โครงการผ้าทอ Now Laplae (Tradition-Innovation)” เป็นผ้าทอที่ไม่ใช่ผ้าทอธรรมดา แต่เป็นผ้าทอที่มีคิวอาร์ โค้ด (QR Code) โดยนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้กับผ้าทอพื้นเมือง ผลิตภัณฑ์ที่พัฒนามี 2 รูปแบบ คือ 1. ผ้าทอเมืองลับแล ด้วยการนำเรื่องราวที่เป็นตำนานมาพัฒนาออกแบบเป็นลายผ้าทอโดยเทคโนโลยีนาโนกันน้ำควบคู่ไปกับการพัฒนาภาพยนตร์แอนิเมชั่น(Animation) เล่าเรื่องราวตำนานเมืองลับและใช้คิวอาร์ โค้ดสำหรับเชื่อมต่อไปที่ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เพื่อทำการตลาดให้น่าสนใจ

และ 2 เครื่องประดับที่นำเทคโนโลยี 3D Printing มาสร้างสรรค์ผลงาน ด้วยการออกแบบลายจากสัญลักษณ์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ เช่น ประตูเมือง ทุเรียน ข้าวแคบ มาออกแบบและจัดพิมพ์ด้วย 3D Printing ที่มีลักษณะสามมิติ ซี่งโครงการนี้นอกจากจะได้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ที่สามารถกระตุ้นการซื้อผ้าทอได้ในระดับชุมชนและกำลังจะขยายไปสู่ตลาดระดับประเทศ เพื่อยกระดับสินค้าเป็นพรีเมี่ยมโอทอป ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผ้าทอลับแลได้มากกว่า 50%

แสดงความคิดเห็น