สถาบัน NEA เผย 5 หลักสูตรสุดปัง พร้อมปั้นผู้ประกอบการ-สตาร์ทอัพกว่า 1 แสนราย

สถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) เปิดเผย 5 หลักสูตรเร่งส่งเสริมสร้างกลุ่มธุรกิจสตาร์อัพ ตั้งเป้าผลักดันให้ผู้ประกอบการให้ได้มากกว่า 100,000 ราย

นายสกนธ์ วรัญญูวัฒนา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ในปี 2561 กระทรวงพาณิชย์ ได้ให้ความสำคัญในการผลักดันมาตรการส่งเสริมกลุ่มธุรกิจสตาร์อัพ และกลุ่มธุรกิจเริ่มต้น เนื่องจากการเกิดขึ้นของกลุ่มดังกล่าวเป็นทั้งฐานของการจ้างงาน การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ เป็นโอกาสในการเข้าถึงช่องทางตลาดใหม่ๆ ในโลกธุรกิจ และผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา ประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่ ยุทธศาสตร์ที่

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การสร้างขีดความสามารถให้ผู้ประกอบการและวิสาหกิจสู่การเป็น (Trading Nation)

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การใช้อาเซียนเป็นฐานไปสู่เวทีโลก (ASEANOne)

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การส่งเสริมธุรกิจให้เข้าสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์มูลค่า (Value Creation Economy)

ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมธุรกิจบริการที่สอดคล้องกับ (Global New Damand)

และยุทธศาสตร์ที่ 5 การส่งเสริมและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน (New Trade Infrastucture)

“สำหรับ 5 ยุทธศาสตร์การพัฒนาดังกล่าวคาดว่าจะสามารถแก้ปัญหาที่สำคัญ อาทิ ปัญหาบุคลากรด้านความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งทักษะในการสร้างธุรกิจที่มีนวัตกรรม ที่กำลังเป็นปัญหาสำคัญของการพัฒนาสตาร์ทอัพในขณะนี้” นายสกนธ์ กล่าว

ด้านนายพรวิช ศิลาอ่อน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาผู้ประกอบการการค้ายุคใหม่ (NEA) กล่าวว่า ในช่วงปี 2559-2560 กลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพไทยที่สามารถประกอบธุรกิจได้จริงแล้วกว่า 1,500 รายหรือเพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อน และมีมูลค่าทรัพย์สินในตลาดรวมกว่า 1.6 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 53,000 ล้านบาท

สำหรับในปี 2561 NEA ได้มุ่งเน้นในการเร่งส่งเสริมการสร้างกลุ่มธุรกิจสตาร์ทอัพ  กลุ่มธุรกิจเริ่มต้น  ตลอดจนผู้ประกอบการในทุกระดับ  ให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน ผ่านการพัฒนากิจกรรมและโครงการฝึกอบบรมภายใต้กรอบเนื้อหาใน 5 หลักสูตร รวมกว่า 150 กิจกรรม ประกอบด้วย

1.New Economy Amplifier หลักสูตรเตรียมความพร้อมในการเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการในด้านการดำเนินธุรกิจและการค้ายุคใหม่พร้อมกระจายองค์ความรู้ไปยังทุกพื้นที่ของประเทศได้อย่างทั่วถึง

2.New Economy Foundation หลักสูตรเตรียมความพร้อมให้กับผู้ประกอบการมือใหม่ โดยจะส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดต่างประเทศและการทำธุรกิจต่อยอดสู่การค้าแบบ E-Commerce อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับผู้ประกอบการขนาดเล็กที่เตรียมเติบโตในตลาดโลก

3.หลักสูตร New Economy Driver หลักสูตรขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อพัฒนาศักยภาพในการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ

รวมไปถึง 4.หลักสูตร New Economy Connector หลักสูตรสร้างเครือข่ายการค้าสำหรับผู้บริหาร ซึ่งจะสร้างเวทีเครือข่ายและแลกเปลี่ยนแนวคิดระหว่างบุคลากรชั้นนำทั้งภาครัฐ และเอกชนตามความเหมาะสมในแต่ละกลุ่มภูมิภาค

และ 5. IT 4 SME (E-Business) หลักสูตรสำคัญในยุคที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจโดยหลักสูตรจะส่งเสริมสร้างองค์ความรู้ด้าน IT ให้กับผู้ประกอบการ SME ในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ด้วยทักษะด้าน E-Business รวมไปถึงความเข้าใจในธุรกิจ และกระบวนการต่างๆ ซึ่งทั้ง 5 หลักสูตรตั้งเป้าไว้ว่าจะผลักดันให้ผู้ประกอบการ และผู้มีความต้องการดำเนินธุรกิจใหม่เข้าร่วมกิจกรรมให้ได้มากกว่า 100,000 ราย

แสดงความคิดเห็น